Post Reply 
 
Thread Rating:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
พระบรมราโชวาท
12-17-2012, 07:29 PM
Post: #1
พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2555

การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบคำกราบบังคมทูลฯถวายพระพร มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“ความปรารถนาดีและความพร้อมเพรียงกันของทุกท่านอย่างที่เห็นได้ในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ด้วยมีความเชื่อเสมอว่า ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันนี้เป็นปัจจัยอย่างสำคัญที่จะยังความพร้อมเพรียงให้เกิดขึ้​นทั้งในหมู่คณะและชาติบ้านเมือง และถ้าหากคนไทยเรายังมีคุณธรรมข้อนี้ประจำอยู่ในจิตใจ ก็มีความหวังได้ว่าบ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆก็จะอยู่รอดปลอดภัย และดำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน”

น้อมรับกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้าฯด้วยความรู้สึกปีติเป็นล้นพ้น ทำให้หวนระลึกถึงเมื่อครั้งศึกษาอยู่ในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ได้ค้นคว้าวิทยานิพนธ์เรื่องพระบรมราโชวาทและพระบรมราโชวาทในการบริหารงานตำรวจ โดยศึกษาจากประมวลพระบรมราโชวาทในวโรกาสต่างๆ ทั้งที่พระราชทานแก่ตำรวจและหมู่คณะอื่น ทำให้พบว่าพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทแต่ละองค์จะมีภาษาแตกต่างกันไปตามกาลเทศะและบ​ุคคล ด้วยทรงคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นสำคัญ

ในเรื่องนี้ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ผู้ทรงเคยเป็นประธานองคมนตรีมาเป็นเวลานาน ตรัสไว้ว่า

“...อย่าไปเข้าใจว่าพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสต่างๆนั้นมีผู้ร่างขึ้นทูลเกล้าฯถวาย จริงอยู่ในเรื่องที่เกี่ยวกับทางราชการ เช่น การเสด็จฯเปิดสถานที่สำคัญ การพระราชทานปริญญาบัตร ฯลฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องร่างพระราชดำรัสตอบหรือร่างพระบรมราโชวาทถวาย แต่มิได้หมายความว่าจะทรงรับเอาตามที่มีผู้ร่างถวายเสมอไป เจ้าหน้าที่สำนักราชเลขาธิการหรืออาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆจะทราบดีว่า ที่ร่างขึ้นไปทูลเกล้าฯถวายแต่ละครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตกแต่งแก้ไขมากน้อยเพียงไรเพื่อให้เหมาะสมกับเหตุก​ารณ์บ้านเมืองในขณะนั้น ถ้าไม่ทรงเป็นอัจฉริยะทางภาษา พระบรมราโชวาทในโอกาสต่างๆก็จะไม่ถึงอกถึงใจอย่างที่ได้สดับกัน...” (สมาคมภาษาและหนังสือ 2531 : 191)

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทุกครั้งที่บ้านเมืองมีสถานการณ์รุนแรงอันเกิดจากการแตกแยกทั้งความคิดและการกระทำ เมื่อถึงจุดวิกฤตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะพระราชทานพระราชดำรัสเตือนทุกฝ่ายที​่ขัดแย้งให้กลับมาตั้งสติ ฉุกคิด หยุดยั้งการกระทำดังกล่าวไว้ไม่ให้ลุกลามใหญ่โตจนเหลือวิสัยที่จะแก้ไข อาทิ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผลกระทบต่อคนทั้งชาติ ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์และความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสาร ภาพที่คนทั้งโลกได้เห็นในโทรทัศน์ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานกร​ะแสพระราชดำริเตือนสติ ซึ่งเป็นข้อคิดที่คนไทยทุกคนรับใส่เกล้าฯไว้ เป็นผลให้เหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงได้ ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯโดยแท้ พระสุรเสียงแห่งพระบรมราโชวาทที่ขจรขจาย พระบรมเดชานุภาพที่แผ่ไพศาลไปทั่วโลกนั้น มีความว่า

“...ช่วยกันคิด คือหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากัน เพราะว่าเป็นประเทศของเราไม่ใช่ประเทศของ 1 คน 2 คน เป็นประเทศของทุกคน ต้องเข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากัน แก้ปัญหา เพราะว่าอันตรายมีอยู่ เวลาคนเราเกิดความบ้าเลือด ปฏิบัติการรุนแรงต่อกัน มันลืมตัว ลงท้ายก็ไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทางชนะ อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วก็ที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมุติว่ากรุงเทพมหานครเสียหาย ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง...”

แม้เหตุการณ์สงบลงแล้ว 1 ปี ในวโรกาสวันข้าราชการพลเรือนปี พ.ศ. 2536 ก็พระราชทานพระบรมราโชวาทถึงคุณธรรมของผู้ปกครอง (ทศพิธราชธรรม) ความว่า

“...ข้าราชการมีหน้าที่สำคัญส่วนหนึ่งที่จะต้องประพฤติปฏิบัติต่อบุคคลทั้งปวงด้วยความสุ​จริตจริงใจ (ทาน, ศีล และอาชวะ) วางตัวให้พอเหมาะพอสมกับฐานะตำแหน่ง (ตปะ) พร้อมกับรักษาความสุภาพอ่อนโยนไว้ให้เหนียวแน่น สม่ำเสมอ (มัททวะ) นอกจากนั้นยังจะต้องมีความเสียสละ (ปริจาคะ) อดทน (ขันติ) รู้จักเกรงใจ ให้อภัย (อักโกธะ) ทั้งโอนอ่อนผ่อนตามกันและกันด้วยเหตุผล (อวิหิงสา) และที่สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจกว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็นแม้กระทั่งคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาดนั้น (อวิโรธนะ) แท้จริงคือการระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยประโยชน์ในการปฏิบัติบริห​ารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั้นเอง...”

ฉะนั้นพระราชดำรัสครั้งล่าสุดที่เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ทรงชี้ทางบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าที่ได้เข้าเฝ้าฯชื่นชมพระบารมีใ​นวันนั้น ไม่ว่าจะอยู่บนถนนราชดำเนินหรือเข้าเฝ้าฯอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ได้ตระหนักถึงบ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆก็จะอยู่รอดปลอดภัย และดำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน ถ้าทุกคนรู้จักที่จะมีความเมตตา ปรารถนาดีต่อกัน

โดยเฉพาะในหมู่นักการเมือง กลุ่มการเมือง และข้าราชการประจำทุกกระทรวง ทบวง กรม ถ้าจะพร้อมใจปฏิบัติบูชาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 8 ฉบับ 390 วันที่ 15-21 ธันวาคม 2555 หน้า 9 คอลัมน์ โลกสีกากี โดย พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช
http://www.dailyworldtoday.com/newsblank...s_id=17129
Find all posts by this user
Quote this message in a reply
Post Reply 


Forum Jump:


User(s) browsing this thread: 1 Guest(s)

Contact Us | Red Udd | Return to Top | Return to Content | Lite (Archive) Mode | RSS Syndication