<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
	<channel>
		<title><![CDATA[Red Udd - All Forums]]></title>
		<link>http://www.redudd.com/</link>
		<description><![CDATA[Red Udd - http://www.redudd.com]]></description>
		<pubDate>Wed, 22 May 2013 14:26:00 +0000</pubDate>
		<generator>MyBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[แดงพรึบ เต็มแยกราชประสงค์ ร่วมยืนยัน ที่นี่มีคนตาย]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13424.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:38:12 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13424.html</guid>
			<description><![CDATA[สันตะวา<br />
<br />
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ทุกหยาดหยด ทุกตัวอักษร เพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม ฉบับนี้ตรงกับวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2556 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง<br />
<br />
มวลมหาประชาชนชุมนุม แดงพรึบ เต็มแยกราชประสงค์ ร่วมรำลึก 3 ปี 19 พฤษภา ร่วมยืนยัน ที่นี่มีคนตาย จากการเข้าสลายของเจ้าหน้าที่ภายใต้คำสั่งศอฉ. ช่วงที่มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้อำนวยการ<br />
<br />
เหตุการณ์เดือนเมษา-พฤษภาเมื่อ 3 ปีก่อน จุดเริ่มต้นเกิดจากประชาชนออกมาเรียกร้องให้ รัฐบาลจากค่ายทหาร ยุบสภา คืนอำนาจประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้มีอำนาจเวลานั้นสั่งกำลังทหาร พร้อมอาวุธสงคราม กระสุนจริง ออกมาปฏิบัติการราวกับกระทำสงคราม จนนำมาสู่ความตาย 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2 พันคน<br />
<br />
เมื่อพยาน หลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริง ทยอยปรากฏ คดีความเดินหน้าอย่างน้อยๆ ศาลอาญาชี้แล้วว่า 5 คดี มีผู้เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ศาลแพ่งชี้เผาเซ็นทรัลเวิลด์ เผาห้าง ไม่ใช่ก่อการร้าย ศาลเยาวชนยกฟ้องจำเลยที่ถูกกล่าวหาเผาบ้านเผาเมือง<br />
<br />
ขนาดศาลมีคำสั่งชัดเจน แต่ยังมีคน กลุ่ม นักการเมือง พรรคการเมือง บิดเบือน เบี่ยงเบน ใส่ร้าย ป้ายสี เลวร้ายหนักถึงขั้นเหยียบย่ำ ซ้ำเติมคนเจ็บ คนตาย ราวกับ 99 ศพ ไม่มีอยู่จริง ไม่ได้ตายจริง เหมือนตัวตน จิตใจ ไม่ใช่คน<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJORGcxTVE9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[สันตะวา<br />
<br />
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ทุกหยาดหยด ทุกตัวอักษร เพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม ฉบับนี้ตรงกับวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2556 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง<br />
<br />
มวลมหาประชาชนชุมนุม แดงพรึบ เต็มแยกราชประสงค์ ร่วมรำลึก 3 ปี 19 พฤษภา ร่วมยืนยัน ที่นี่มีคนตาย จากการเข้าสลายของเจ้าหน้าที่ภายใต้คำสั่งศอฉ. ช่วงที่มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้อำนวยการ<br />
<br />
เหตุการณ์เดือนเมษา-พฤษภาเมื่อ 3 ปีก่อน จุดเริ่มต้นเกิดจากประชาชนออกมาเรียกร้องให้ รัฐบาลจากค่ายทหาร ยุบสภา คืนอำนาจประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้มีอำนาจเวลานั้นสั่งกำลังทหาร พร้อมอาวุธสงคราม กระสุนจริง ออกมาปฏิบัติการราวกับกระทำสงคราม จนนำมาสู่ความตาย 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2 พันคน<br />
<br />
เมื่อพยาน หลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริง ทยอยปรากฏ คดีความเดินหน้าอย่างน้อยๆ ศาลอาญาชี้แล้วว่า 5 คดี มีผู้เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ศาลแพ่งชี้เผาเซ็นทรัลเวิลด์ เผาห้าง ไม่ใช่ก่อการร้าย ศาลเยาวชนยกฟ้องจำเลยที่ถูกกล่าวหาเผาบ้านเผาเมือง<br />
<br />
ขนาดศาลมีคำสั่งชัดเจน แต่ยังมีคน กลุ่ม นักการเมือง พรรคการเมือง บิดเบือน เบี่ยงเบน ใส่ร้าย ป้ายสี เลวร้ายหนักถึงขั้นเหยียบย่ำ ซ้ำเติมคนเจ็บ คนตาย ราวกับ 99 ศพ ไม่มีอยู่จริง ไม่ได้ตายจริง เหมือนตัวตน จิตใจ ไม่ใช่คน<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJORGcxTVE9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ม็อบเลิกแล้วก็ยังฆ่า]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13423.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:37:23 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13423.html</guid>
			<description><![CDATA[วงค์ ตาวัน<br />
<br />
เหตุการณ์ 6 ศพในวัดปทุมวนารามนั้น เป็นเครื่องยืนยันว่า การอนุญาตให้ใช้หน่วยทหารพร้อมอาวุธจริงกระสุนจริงมาเผชิญหน้ากับม็อบนั้น สามารถทำให้ การฆ่า เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา<br />
<br />
ทั้งที่ม็อบจบไปแล้วก็ยังฆ่ากันได้ต่อ<br />
<br />
เพราะในบรรยากาศที่ตึงเครียด เจ้าหน้าที่รัฐของ ศอฉ.หวาดผวากับการแจ้งสถานการณ์อันสับสน<br />
<br />
ปืนในมือจึงพร้อมจะลั่นไกได้ทุกเวลานาที<br />
<br />
มีคนคิดน้อยบางคน เคยตั้งคำถามว่า ม็อบจบ ไปแล้ว เจ้าหน้าที่เขาจะยิงคนในวัดไปทำไม ไม่มีเหตุผล<br />
<br />
คำตอบไม่ยากเลย ก็เพราะฝ่ายหนึ่งมีปืน พร้อมจะยิงภายใต้ใบอนุญาตฆ่าที่ ศอฉ.ออกให้พร้อมอยู่แล้ว<br />
<br />
แค่หวาดระแวงว่า ม็อบสลายแล้ว ทำไมพวกนี้ ยังอยู่ในวัดอีกเป็นพันๆ มันจะออกมาก่อจลาจลอีกหรือไม่!?<br />
<br />
จึงมีการสั่งให้หน่วยรบมาถือปืนเล็งอยู่บนรางรถ ไฟฟ้าหน้าวัดดังที่เห็นกันนั่นไง หลักฐานมีชัดเจน ด้วยวิดีโอตำรวจบนตึกสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ<br />
<br />
การยิงใส่วัดปทุมฯ เกิดขึ้นหลัง 6 โมงเย็นของวันที่ 19 พ.ค. 2553 ไปจนถึงเกือบสว่าง<br />
<br />
มีคนนับพันในวัด ถามว่าถ้ามีชายชุดดำมายิงเพื่อใส่ร้ายศอฉ. คนเป็นพันจะมองไม่เห็นหรือ แล้วจะยอมให้ทำได้หรือ<br />
<br />
คนที่อยู่ในเหตุการณ์พูดเสียงเดียวกันว่าชุดเขียวยิงจากบนรางรถไฟฟ้าและสลับกับพื้นร&#8203;าบหน้าวัด<br />
<br />
มีนักข่าวฝรั่งอยู่ในเหตุการณ์อีก 3 คน เป็นพยานชั้นดี!<br />
<br />
เพราะเป็นผู้สื่อสารผ่านทวีตเตอร์ออกมายังภายนอกขณะเกิดเหตุและระบุว่าเจ้าหน้าที่เป&#8203;็นผู้ยิง<br />
<br />
นายแอนดรูว์ บันคอมบ์ ผู้สื่อข่าว ดิ อินดีเพนเดนต์ ประเทศอังกฤษ ถูกยิงบริเวณต้นขาด้วย<br />
<br />
ยังมีนายร็อบ ดอนเนลแลน นักข่าวอังกฤษ และ นายมาร์ก แม็กคินนอน ผู้สื่อข่าวเดอะโกล้บแอนด์เมล์ แคนาดา <br />
<br />
ทั้ง 3 เป็นพยานที่เตรียมจะขึ้นเบิกความในศาล<br />
<br />
แต่ก่อนหน้านี้ นักข่าวชุดนี้เคยให้สัมภาษณ์ถึงนาทีสยองในคืนนั้นผ่านสื่อต่างๆ มากมาย<br />
<br />
ไม่มีแม้แต่คำเดียวจากปากนักข่าวเหล่านี้ว่า มีชายชุดดำยิงใส่<br />
<br />
6 ศพวัดปทุมฯ จึงยิ่งยืนยันความเลวร้ายและผิดพลาดมหันต์ <br />
<br />
ของคำสั่งให้หน่วยรบใช้ปืนมาคุมม็อบ<br />
<br />
ก็ขนาดม็อบเลิกไปแล้ว ยังยิงได้อีกเลย! <br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJORFV4Tnc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[วงค์ ตาวัน<br />
<br />
เหตุการณ์ 6 ศพในวัดปทุมวนารามนั้น เป็นเครื่องยืนยันว่า การอนุญาตให้ใช้หน่วยทหารพร้อมอาวุธจริงกระสุนจริงมาเผชิญหน้ากับม็อบนั้น สามารถทำให้ การฆ่า เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา<br />
<br />
ทั้งที่ม็อบจบไปแล้วก็ยังฆ่ากันได้ต่อ<br />
<br />
เพราะในบรรยากาศที่ตึงเครียด เจ้าหน้าที่รัฐของ ศอฉ.หวาดผวากับการแจ้งสถานการณ์อันสับสน<br />
<br />
ปืนในมือจึงพร้อมจะลั่นไกได้ทุกเวลานาที<br />
<br />
มีคนคิดน้อยบางคน เคยตั้งคำถามว่า ม็อบจบ ไปแล้ว เจ้าหน้าที่เขาจะยิงคนในวัดไปทำไม ไม่มีเหตุผล<br />
<br />
คำตอบไม่ยากเลย ก็เพราะฝ่ายหนึ่งมีปืน พร้อมจะยิงภายใต้ใบอนุญาตฆ่าที่ ศอฉ.ออกให้พร้อมอยู่แล้ว<br />
<br />
แค่หวาดระแวงว่า ม็อบสลายแล้ว ทำไมพวกนี้ ยังอยู่ในวัดอีกเป็นพันๆ มันจะออกมาก่อจลาจลอีกหรือไม่!?<br />
<br />
จึงมีการสั่งให้หน่วยรบมาถือปืนเล็งอยู่บนรางรถ ไฟฟ้าหน้าวัดดังที่เห็นกันนั่นไง หลักฐานมีชัดเจน ด้วยวิดีโอตำรวจบนตึกสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ<br />
<br />
การยิงใส่วัดปทุมฯ เกิดขึ้นหลัง 6 โมงเย็นของวันที่ 19 พ.ค. 2553 ไปจนถึงเกือบสว่าง<br />
<br />
มีคนนับพันในวัด ถามว่าถ้ามีชายชุดดำมายิงเพื่อใส่ร้ายศอฉ. คนเป็นพันจะมองไม่เห็นหรือ แล้วจะยอมให้ทำได้หรือ<br />
<br />
คนที่อยู่ในเหตุการณ์พูดเสียงเดียวกันว่าชุดเขียวยิงจากบนรางรถไฟฟ้าและสลับกับพื้นร&#8203;าบหน้าวัด<br />
<br />
มีนักข่าวฝรั่งอยู่ในเหตุการณ์อีก 3 คน เป็นพยานชั้นดี!<br />
<br />
เพราะเป็นผู้สื่อสารผ่านทวีตเตอร์ออกมายังภายนอกขณะเกิดเหตุและระบุว่าเจ้าหน้าที่เป&#8203;็นผู้ยิง<br />
<br />
นายแอนดรูว์ บันคอมบ์ ผู้สื่อข่าว ดิ อินดีเพนเดนต์ ประเทศอังกฤษ ถูกยิงบริเวณต้นขาด้วย<br />
<br />
ยังมีนายร็อบ ดอนเนลแลน นักข่าวอังกฤษ และ นายมาร์ก แม็กคินนอน ผู้สื่อข่าวเดอะโกล้บแอนด์เมล์ แคนาดา <br />
<br />
ทั้ง 3 เป็นพยานที่เตรียมจะขึ้นเบิกความในศาล<br />
<br />
แต่ก่อนหน้านี้ นักข่าวชุดนี้เคยให้สัมภาษณ์ถึงนาทีสยองในคืนนั้นผ่านสื่อต่างๆ มากมาย<br />
<br />
ไม่มีแม้แต่คำเดียวจากปากนักข่าวเหล่านี้ว่า มีชายชุดดำยิงใส่<br />
<br />
6 ศพวัดปทุมฯ จึงยิ่งยืนยันความเลวร้ายและผิดพลาดมหันต์ <br />
<br />
ของคำสั่งให้หน่วยรบใช้ปืนมาคุมม็อบ<br />
<br />
ก็ขนาดม็อบเลิกไปแล้ว ยังยิงได้อีกเลย! <br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJORFV4Tnc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ต้องดำเนินการให้รวดเร็ว]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13422.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:36:38 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13422.html</guid>
			<description><![CDATA[จ่าบ้าน<br />
<br />
ถึงอย่างไรโรงเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเปิดให้นักเรียนเข้าเรียนตามปกติ ขณะที่ทั้งครูและเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตัวเองและนักเรียนมาก&#8203;กว่าในช่วงปิดภาคเรียน<br />
<br />
ประการหนึ่งที่ผู้บริหารโรงเรียน ครู และเจ้าหน้าที่พึงระวังให้จงหนัก โดยเฉพาะยามวิกาล คือการลอบวางเพลิงโรงเรียนเช่นที่เคยเกิดเหตุมาแล้วในห้วงเปิดภาคเรียนใหม่<br />
<br />
มิใช่เป็นการชี้โพรงให้กระรอก แต่เตือนกันเพราะเคยเกิดเหตุเช่นนี้ในหลายปีที่ผ่านมา<br />
<br />
ข้อสังเกตประการหนึ่งซึ่งผู้รับผิดชอบจะละเลยไม่ได้เป็นอันขาด คือเหตุร้ายวันนี้เกิดกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือเพิ่มขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแต่ทหารบก ทหารพราน หรือเจ้าหน้าที่พลเรือนมักถูกโจมตีเป็นประจำ<br />
<br />
คงตั้งข้อสังเกตไว้เท่านั้น ไม่มีนัยเป็นอย่างอื่น แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำไปไตร่ตรองหาเหตุให้รอบคอบขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับการวางระเบิดสถานที่ธุรกิจของเอกชนรายใหญ่ประเภทจำหน่ายรถยนต์<br />
<br />
ข้อสังเกตที่ว่าขบวนการก่อการร้ายของกลุ่มที่ประกาศตัวและเป็นคู่กรณีในการเจรจาแสดง&#8203;ความรุนแรงขึ้นเพื่อผลทางการต่อรอง และเพื่อยกระดับการต่อรองให้เข้มข้นขึ้น อาจเป็นข้อสังเกตที่เกิดขึ้นได้ แต่ควรระมัดระวังอย่าให้ออกมาจากแนวทางความคิดของเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะระดับผู้ใหญ่บ่&#8203;อยนัก เพราะข้อสังเกตประเภทนี้ไม่น่าจะเป็นผลดีต่อการเจรจาต่อรองแต่ประการใด รังแต่จะกลับกลายเป็นยั่วยุท้าทายหรือให้ท้ายมากกว่า<br />
<br />
หนทางหนึ่งที่ทางราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งกระทำให้เกิดผลปฏิบัติโด&#8203;ยเร็ว คือดำเนินการในเรื่องคดีความของผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกล่&#8203;าวหาก่อการร้ายให้ลุล่วงไปโดยเร็ว<br />
<br />
โดยเฉพาะในคดีที่ตั้งข้อกล่าวหาว่าประทุษร้าย หรือฆ่าคนตาย หรือก่อวินาศกรรม ว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะลงโทษตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่มีหลักฐานเพียงพอก็น่าจะยกประโยชน์ให้จำเลย หรือปล่อยตัวบุคคลผู้นั้นให้ได้รับอิสรภาพไปโดยเร็ว<br />
<br />
วันนี้รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนด้วยการปลดโซ่ตรวนออกจากนั&#8203;กโทษแล้ว<br />
<br />
ความรวดเร็วในการดำเนินคดีความก็เป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความยุต&#8203;ิธรรม และยุติความขัดแย้งได้ไม่น้อยไปกว่าการเจรจาต่อรอง <br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJORFF5TWc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[จ่าบ้าน<br />
<br />
ถึงอย่างไรโรงเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเปิดให้นักเรียนเข้าเรียนตามปกติ ขณะที่ทั้งครูและเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตัวเองและนักเรียนมาก&#8203;กว่าในช่วงปิดภาคเรียน<br />
<br />
ประการหนึ่งที่ผู้บริหารโรงเรียน ครู และเจ้าหน้าที่พึงระวังให้จงหนัก โดยเฉพาะยามวิกาล คือการลอบวางเพลิงโรงเรียนเช่นที่เคยเกิดเหตุมาแล้วในห้วงเปิดภาคเรียนใหม่<br />
<br />
มิใช่เป็นการชี้โพรงให้กระรอก แต่เตือนกันเพราะเคยเกิดเหตุเช่นนี้ในหลายปีที่ผ่านมา<br />
<br />
ข้อสังเกตประการหนึ่งซึ่งผู้รับผิดชอบจะละเลยไม่ได้เป็นอันขาด คือเหตุร้ายวันนี้เกิดกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือเพิ่มขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแต่ทหารบก ทหารพราน หรือเจ้าหน้าที่พลเรือนมักถูกโจมตีเป็นประจำ<br />
<br />
คงตั้งข้อสังเกตไว้เท่านั้น ไม่มีนัยเป็นอย่างอื่น แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำไปไตร่ตรองหาเหตุให้รอบคอบขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับการวางระเบิดสถานที่ธุรกิจของเอกชนรายใหญ่ประเภทจำหน่ายรถยนต์<br />
<br />
ข้อสังเกตที่ว่าขบวนการก่อการร้ายของกลุ่มที่ประกาศตัวและเป็นคู่กรณีในการเจรจาแสดง&#8203;ความรุนแรงขึ้นเพื่อผลทางการต่อรอง และเพื่อยกระดับการต่อรองให้เข้มข้นขึ้น อาจเป็นข้อสังเกตที่เกิดขึ้นได้ แต่ควรระมัดระวังอย่าให้ออกมาจากแนวทางความคิดของเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะระดับผู้ใหญ่บ่&#8203;อยนัก เพราะข้อสังเกตประเภทนี้ไม่น่าจะเป็นผลดีต่อการเจรจาต่อรองแต่ประการใด รังแต่จะกลับกลายเป็นยั่วยุท้าทายหรือให้ท้ายมากกว่า<br />
<br />
หนทางหนึ่งที่ทางราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งกระทำให้เกิดผลปฏิบัติโด&#8203;ยเร็ว คือดำเนินการในเรื่องคดีความของผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกล่&#8203;าวหาก่อการร้ายให้ลุล่วงไปโดยเร็ว<br />
<br />
โดยเฉพาะในคดีที่ตั้งข้อกล่าวหาว่าประทุษร้าย หรือฆ่าคนตาย หรือก่อวินาศกรรม ว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะลงโทษตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่มีหลักฐานเพียงพอก็น่าจะยกประโยชน์ให้จำเลย หรือปล่อยตัวบุคคลผู้นั้นให้ได้รับอิสรภาพไปโดยเร็ว<br />
<br />
วันนี้รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนด้วยการปลดโซ่ตรวนออกจากนั&#8203;กโทษแล้ว<br />
<br />
ความรวดเร็วในการดำเนินคดีความก็เป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความยุต&#8203;ิธรรม และยุติความขัดแย้งได้ไม่น้อยไปกว่าการเจรจาต่อรอง <br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJORFF5TWc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รายงาน: หลากทัศนะ “นิรโทษกรรม-ปรองดอง” จากเสื้อแดง @ราชประสงค์]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13421.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:35:57 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13421.html</guid>
			<description><![CDATA[รายงาน: หลากทัศนะ “นิรโทษกรรม-ปรองดอง” จากเสื้อแดง @ราชประสงค์<br />
<br />
Mon, 2013-05-20 19:47<br />
<br />
 <br />
<br />
หลังรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เวอร์ชั่นเหมายกเข่ง แข่งกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและคณะที่กำหนดนิรโทษกรรมเฉพาะประชาชน ก็ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ข้อขัดแย้งในสังคมรวมทั้งคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ว่าจะเลือกทางออกแบบใด เพื่อตอบโจทย์หลักเรื่องนักโทษการเมืองที่ยังหลงเหลือในเรือนจำจำนวนไม่น้อย ต่างคนต่างแนวทาง ส.ส.เพื่อไทยจำนวนมากลงนามให้การสนับสนุนฉบับเฉลิม ขณะที่ นปช.เองก็แสดงจุดยืนสนับสนุนฉบับวรชัย แม้กระทั่งทักษิณ ชินวัตร ก็ออกมาลดกระแสร้อนด้วยการสนับสนุนฉบับวรชัยเช่นกัน ‘ประชาไท’สุ่มคุยกับผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าพวกเขาคิดอย่างไร มองเรื่องนี้อย่างไร<br />
<br />
 <br />
<br />
นัยนา น่วมศิริ อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน จังหวัดสมุทรปราการ<br />
<br />
คนผิดก็ต้องว่าไปตามผิด จะไปเหมาคนเสื้อแดงรวมกับประชาธิปัตย์ไม่ได้ ไม่เห็นด้วยเลยกับกฎหมายปรองดองของเฉลิม เพราะคนเสื้อแดงเราไม่ได้ทำผิดอะไร ออกมาชุมนุมโดนข้อหา จับเข้าคุก มันสมควรได้นิรโทษกรรม แต่คนปราบปรามเข่นฆ่าคนเว้นโทษไม่ได้ ถึงแม้ของเฉลิมจะบอกว่ารวมทักษิณด้วยก็ไม่ได้ ทักษิณก็ไม่เกี่ยวอะไร จะไปรวมกับเขาไม่ได้ ไม่ต้องเอาเขามาข้องเกี่ยว แต่นักโทษการเมือง น่าจะปล่อยเขาให้หมด จะกักขัง หน่วงเหนี่ยวเขาไว้ มันไม่ถูก<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านมา เราก็ไม่ได้พอใจพรรคเพื่อไทย แต่ก็ดีกว่าประชาธิปัตย์ ไม่พอใจแทบจะทุกเรื่อง เขากลัวไปหมด อะไรที่ประชาชนเรียกร้องก็ทำไม่ค่อยจะได้ แต่ก็ดีกว่าประชาธิปัตย์ในสายตาประชาชนอย่างเราเห็นว่ายังไม่เข้มแข็งพอ เขาเป็นคนที่ประชาชนเลือกมาน่าจะแข็งแรง เข้มแข็งกว่านี้ อยากให้มีจุดยืนที่แข็งแกร่งกว่านี้ แต่เขาอ่อนแอ อ่อนไหวเกินไป แต่ก็ต้องให้เขาเป็นไปเรื่อยๆ ก่อน จนกว่าบ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ก็ทรงๆ ไปเราก็ช่วยหนุนเต็มที่ไม่ให้ใครมาทำลายระบอบ นปช.เองก็ยังไม่ค่อยเข้าตา ไม่ค่อยมาทางประชาชน แบบที่สู้ไม่ต้องอ่อนไหวเลย ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่แต่ก็ต้องมา เราไม่ได้ทำเพื่อพรรคเพื่อไทย แต่เราทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อคนข้างหลัง ถ้าสำเร็จคนข้างหลังก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเรา<br />
<br />
 <br />
<br />
ดวงพร ราชนาวี อายุ 64 ปี จังหวัดสงขลา<br />
<br />
ถ้าเหมาเข่งก็ต้องให้หมด จะเว้นไม่ได้ ถ้ายกโทษทั้งหมดก็น่าจะเห็นด้วยอยู่ แต่เว้นใครไม่ได้ เว้นทักษิณไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ได้ แต่แบบที่ให้เฉพาะประชาชนก็เห็นด้วย  จริงๆ ทักษิณเขาอยู่ต่างประเทศ ไม่เกี่ยว ไม่ใช่แกนนำ ที่เขาทำกฎหมายปรองดองนี่เขาก็คงอยากให้มันสงบ นักโทษการเมืองก็น่าจะปล่อยๆ ออกมาได้แล้ว จะขังเขาทำไม เขาก็เหมือนกับเรา แล้วจะไปปรักปรำเขาทำไม คนที่ลูกตาย ถ้าลูกเราตายจะรู้สึกยังไง ต้องคิดถึงหัวอกคนอื่นมั่ง วันนี้ถึงต้องมา มาให้เขารู้ว่านี่แหละ ของจริง ไม่ใช่ของปลอม<br />
<br />
 <br />
<br />
โพธิ์คิน ขวาอุ่นหล้า อายุ 31 ปี อาชีพลูกจ้างบริษัทเอกชน จังหวัดบึงกาฬ<br />
<br />
ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับของคุณเฉลิม แต่เห็นด้วยกับของคุณวรชัย เหมะ ที่สนับสนุนในส่วนผู้ร่วมชุมนุมที่ไม่เกี่ยวกับผู้นำ ผมมองว่าคุณอภิสิทธิ์ มีความผิดโดยตรงจากการสั่งสลายการชุมนุม คนที่มีความผิดก็ควรได้รับความผิด ไม่ต้องการปรองดองด้วย ส่วนที่สนับสนุนการนิรโทษกรรมเพราะคนที่มาร่วมชุมนุม ส่วนมากมาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วมาเจอการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง ความรู้สึกของผมจึงอยากให้นิรโทษกรรมพี่น้องเราเพื่อให้เกิดการปรองดองอย่างแท้จริง แล้วก็อยากให้รวมคดี 112 ด้วย คดีนี้เป็นคดีที่ตัดสินคนที่มีความเห็นต่างด้านการเมือง คนที่เห็นต่างแค่คำว่า รัก หรือ ไม่รักแค่นั้นเอง ถ้าผมเห็นต่างแล้วจะจับผมเข้าคุก อย่างนี้ผมก็เห็นว่าไม่เป็นธรรม<br />
<br />
ส่วนของทักษิณนั้น ผมมองว่าทักษิณไม่ผิด เอาคนที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองมาตัดสิน กรณีทักษิณก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติไป<br />
<br />
วาระ 3 ปี ให้มองบทบาทแกนนำ ผมมองว่าแกนนำยังอยู่ข้างประชาชน เป็นแนวร่วม ไม่ได้แตกแยกอะไร พร้อมจะต่อสู้ไปด้วยกันในระบอบประชาธิปไตย ทั้งที่มีคนเสี้ยมก็ไม่รู้สึกอะไร พวกเรายังเป็นกลุ่มเป็นก้อนจะพร้อมสู้ไปด้วยการให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนบทบาทของรัฐบาล ผมมองกว่า รัฐบาลยังไม่มีอำนาจโดยแท้จริง การจะตัดสินนโยบาย ปฏิบัติให้ได้ตามนโยบายที่วางไว้ ยังไม่สามารถทำได้อย่างที่หาเสียงไว้ ไม่มีอำนาจแท้จริง อยากให้รัฐบาลมองว่ายังไงประชาชนยังสนับสนุนนโยบายที่วางไว้ เช่น สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น พวกเราพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ คนมองว่ารัฐบาลมีอำนาจล้นมือ ถ้ามีอำนาจจริงก็เอาคุณทักษิณกลับบ้านมาได้แล้ว<br />
<br />
 <br />
<br />
อภิวัฒน์ เดชคุณมาก อายุ 66 ปี อาชีพแพทย์แผนโบราณ จังหวัดชลบุรี  <br />
<br />
แบบนั้นก็ดีนะ ยกให้หมดเลยแล้วหลังจากนั้นใครผิดก็เล่นเลย ที่ผ่านมากูก็จะจับมึง มึงก็จะจับกู ตามความเห็นส่วนตัวใช้ได้เลย เพราะสองฝ่ายต่างก็ตาย แต่สัดส่วนอาจต่างกันอยู่ แต่มันก็ดีกว่าหลายๆ วิธี เราหยวนๆ แล้วเริ่มต้นใหม่ ถ้าใครแหลมทำผิดอีกก็เอาเลยกลุ่มนั้น<br />
<br />
ส่วนฉบับของเหมะ เห็นเขาพูดกันทุกวัน แต่ดูเหมือนประชาธิปัตย์เขาไม่ได้ยินกับทฤษฎีของวรชัย มันใช้ได้ทั้งสองฉบับ แต่คิดว่าของเฉลิมน่าจะดีกว่า ไหนๆ เหตุการณ์มันก็เลยไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับทักษิณด้วย เพราะเขาก้าวล่วงจะกลับหรือไม่กลับไปแล้ว เขาอยู่ได้ทุกตารางนิ้วในโลก แค่พื้นที่นิดเดียวประเทศไทยในแผนที่โลก เขาอาจจะเบื่อก็ได้ ที่เห็นด้วยกับของเฉลิมเพราะอยากให้มันเริ่มต้นใหม่ได้ เป็นแนวคิดที่ดีที่สุด ส่วนคนตายเราก็ต้องเยียวยา ดูแล ไม่ใช่ดูแลแต่คนที่ตาย คนบาดเจ็บ พิการก็ควรให้เขาด้วย เขาหากินไม่ได้ ตายกับอยู่มันพอกันหรืออาจทรมานกว่าด้วยซ้ำ<br />
<br />
บทบาทพรรคเพื่อไทย พอใจเป็นส่วนใหญ่แต่ยังคาใจว่าทำไมยังลังๆ เลๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เป็นโชคชะตาของประเทศ พอมีองค์กรที่ไม่ได้สังกัดอยู่กับอำนาจอธิปไตยสามอย่างของชาติ มาร่วมตัดสินความเป็นไปของชาติ มันไม่น่าจะถูกต้อง มันนานมากแล้วเรื่องที่ทะเลาะกัน ความผิดความถูกอะไรนี่ เรามาตั้งต้นใหม่ เดินเกมกันใหม่ดีกว่า ดีมั้ย<br />
<br />
<br />
อังคณางค์ (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) อาชีพแม่บ้าน จังหวัดสมุทรปราการ<br />
<br />
เรื่องพ.ร.บ. ปรองดองฉบับของเฉลิม มองว่าไม่อยากให้ผ่าน เพราะการอภัยโทษทุกคนแบบเหมาเข่งจะทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นบทเรียนต่อประชา&#8203;ชนและอนาคต เพราะที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองทีไร ผู้กระทำผิดก็ไม่เคยได้รับการลงโทษ ส่วนเหตุการณ์ในปี 53 ก็ขอให้นิรโทษกรรมชาวบ้านเสื้อแดง ส่วนแกนนำการชุมนุม หากผิดจริงก็ต้องรับผิดชอบ ถือว่าเป็นการมีสปิริต รับผิดชอบสิ่งที่ทำ <br />
<br />
ส่วนเรื่องบทบาทของพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชนจริง แต่บทบาทที่ต้องเป็นรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถเข้ามาโอบอุ้มความต้องการหรือผลประโยชน์ของคนเสื้อแดงมากเกินไปได้ ทำให้บทบาทค่อนข้างอ่อนไปในจุดนี้ และยังเห็นว่ารัฐบาลยังมีความกลัวอำนาจมืด เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ในระบบซึ่งหวังจะบ่อนเซาะอำนาจของพรรคเพื่อไทย  แต่การกล่าวปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีที่มองโกเลีย ก็ทำให้เห็นว่ารัฐบาลเริ่มมีความกล้าที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมากขึ้น แต่ก็มองว่ายังเป็นเรื่องยาก เพราะเพียงแค่การแก้เรื่องส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ยังเป็นไปได้ยาก <br />
<br />
สิ่งที่จำเป็นต้องทำมากที่สุดตอนนี้คือการปล่อยนักโทษการเมือง ให้พวกเขาได้ออกมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ให้มีสิทธิได้ประกันตัว หากผิดก็ว่าไปตามผิด ควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน <br />
<br />
 <br />
<br />
สำเนา บุญมาแย้ม อายุ 67 ปี อดีตคนขับรถแท็กซี่ จังหวัดสุพรรณบุรี<br />
<br />
จริงๆ ก็ไม่ได้อยากได้หรอก พ.ร.บ.ปรองดองนี่ ทำไปแล้วมันไม่ถาวร ปกติเราใช้ฉบับ 40 รัฐบาลหมาบ้ามันมาเปลี่ยนเป็น 50 บ้านเมืองมันถึงได้วุ่นวาย ใจอยากได้ 40 กลับมาทั้งฉบับ<br />
<br />
อ๋อ เขาทำให้นักโทษการเมืองเหรอ พวกนักโทษการเมืองนี่อยากให้เอาออกมาให้หมดเลย เอาออกมาให้หมดก่อนทักษิณกลับบ้าน ทักษิณยังไงรากหญ้าก็ชอบ เพราะเขาสร้างประโยชน์ให้เยอะ ไม่เบี่ยงเบน ไม่รักลำเอียง เขาชอบคนรากหญ้า คนยากคนจน<br />
<br />
(ถามถึงบรรหาร) บรรหารเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เขาหมดไปแล้ว คนเขาไม่ศรัทธาแล้ว แต่เสื้อแดงสุพรรณก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่หรอกนะ แต่เขาก็เลือกเพื่อไทย ดูคะแนนเสียงเพื่อไทยในสุพรรณสิ<br />
<br />
ตอนนี้ประชาธิปไตยมันเดินหน้าไม่ได้ เพราะมันยังปลอม ไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้จริง ยิ่งลักษณ์เป็นมาปีกว่ายังไม่ไปถึงไหน เพราะมันมีไอ้นู่นมาแทรกตรงนู้น ไอ้นี่มาแทรกตรงนี้ ทำอะไรไม่ได้ มันสุดระทม<br />
<br />
 <br />
<br />
ณัฐสิรี ประสานทวีผล อาชีพทำงานอิสระ กรุงเทพฯ<br />
<br />
ของเฉลิมเขาจะรวมหมดใช่มั้ย ไม่ชอบ คนสั่งฆ่าเราก็ไม่ได้ติดคุกสิ ก็ได้ใจฆ่าเราตลอดเวลา เราเอาของวรชัยดีกว่า เอาแต่ประชาชนออกมา แกนนำให้เขาจัดการกันเอง เรารักแกนนำเรา แต่แกนนำเราก็ต้องเข้าตามกระบวนการ แต่ประชาชนเขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าทำอย่างของเฉลิมคนสั่งก็ลอยนวลเลย<br />
<br />
ถ้าอยากได้ทักษิณกลับ ทักษิณคอยเวลาก่อน จะมารวมกับพวกเลวๆ อย่างนี้ไม่ได้ ทักษิณจะเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับการได้กลับมาเหรอ ถ้าทำอย่างนี้ทักษิณจะไม่มีค่า ถ้าเขาทำอย่างนั้นจะหมดค่าทันที ฉันบอกได้เลย<br />
<br />
ป้าไม่ได้บ้าทักษิณ ไม่ได้สนใจ ไม่เคยยุ่งการเมืองเลย ตอนทักษิณถูกเอาออกไปก็ยังไม่สนใจ คิดว่าคนนี้ไปคนนั้นมามันเรื่องธรรมดา แต่ป้าออกมาครั้งแรกตอนสมัครโดนคดีผัดกับข้าว ตกใจว่าทำสมัครผัดข้าวตกกระทะ ป้าเลยเริ่มออกมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นครั้งแรก เรามาดูว่าทำไมแค่ผัดกับข้าวทำไมต้องปลดจากนายกฯ ไม่ได้ชอบสมัครเป็นพิเศษด้วย หลังจากนั้นก็ออกมาทุกครั้งที่มีชุมนุม ป้ามารู้มากตอนสุรชัย แซ่ด่าน ป้าเลยมาตาสว่างแล้วเริ่มสนใจการเมือง ลองมาถามตอนนี้ป้าตายแทนประชาชนที่เขาออกมาสู้ได้เลย ที่ทำเนียบก็อยู่ ที่ราชประสงค์ก็อยู่จนตำรวจมาลากไป ที่ผ่านฟ้าก็โดนแก๊สน้ำตากับเขา เราเห็นความชั่วร้ายแล้วทนไม่ได้ น้องเคยเห็นไหม มอเตอร์ไซด์เอาคนเจ็บพาดมา ไม่มีคนซ้อนด้วย ป้านั่งอยู่ข้างโรงพยาบาล  คนแล้วคนเล่า คนที่สั่งฆ่าเรามันใช่คนหรือเปล่า มันรักประชาชนของมันไหม<br />
<br />
เรื่องรัฐบาลเขาอ่อน ป้าก็เข้าใจ แต่มันอ่อนเกินไป ไม่ทันเกมเขาเลย ส่วนนปช. คนอื่นคิดยังไงไม่รู้ แต่ป้ายังตามนปช.ส่วนกลาง เราก็คิดแตกต่างกันได้ แต่เมื่อถึงเวลา เราก็มารวมกันได้อีกเหมือนกับวันนี้<br />
<br />
 <br />
<br />
ไพรัช แสงศรี อายุ 49 ปี อาชีพเจ้าของร้านอาหาร กรุงเทพฯ  <br />
<br />
ไม่ค่อยได้ตามนะ เรื่องพรบ.ปรองดอง คือ ถ้ามองแบบเดิมพัน การนิรโทษยกเข่ง คุณทักษิณได้ประโยชน์น้อยกว่าคุณอภิสิทธิ์ กับคุณสุเทพแน่นอน เพราะจะพูดถึงความผิดแล้วมันแรงกว่าเยอะ ถามว่าเห็นด้วยไหม มันก็บางอารมณ์ ถ้าอยากให้สงบก็โอเค แต่บางทีก็มีความแค้น คนเสื้อแดงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง<br />
<br />
ฉบับคุณวรชัย เหมะ มันก็เหมือนกับที่คุณจตุพรบอกไว้ว่าแกนนำเขาจะไม่รับ พี่ก็ว่าโอเค นักโทษการเมืองก็ควรจะนิรโทษกรรมให้หมด พวกประชาชนมาด้วยใจ จะไปตั้งข้อหารุนแรงอะไรกับเขา แล้วเสื้อแดงก็ถูกกระทำอยู่ฝั่งเดียว อย่างที่เขาพูดกันว่าสองมาตรฐาน<br />
<br />
พี่ชอบทักษิณมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยนะ ชอบผลงานเขา เราสัมผัสได้จริงๆ ที่บ้านฐานะพี่ก็โอเค สามสิบบาทก็ไม่ได้พึ่งพา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะชอบเขาเพราะเขาดีต่อเราคนเดียว แต่เราชอบเพราะเขาดีกับคนเยอะ และเป็นคนที่ต่ำต้อยกว่า หลายๆ นโยบายเราก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่เขาโดนวิจารณ์ ภาคใต้มันซับซ้อนและแก้ไขยาก ใครมาทำก็โดนหมดแหละ ส่วนสงครามยาเสพติด มันเป็นนโยบายที่ดี แต่มันมีปัญหาในขั้นตอน เกิดการฆ่าตัดตอน จริงๆ มันก็ไม่เกี่ยวกับทักษิณ<br />
<br />
บทบาทรัฐบาลเพื่อไทย พอใจมาก ยิ่งลักษณ์ต้องมาแก้ของเก่าเยอะ เลยเดินหน้าช้าหน่อย แต่ถึงช้าก็ยังไวกว่าอีกรัฐบาลนึง<br />
<br />
 <br />
<br />
รพินทร์ (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) ประธานแกนนำจังหวัดระยอง อาชีพ ทำการประมง <br />
<br />
เห็นด้วยกับพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง เพราะเห็นว่าเป็นรูปแบบที่คล้ายกับกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้ และกัมพูชา หากว่าพ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน แม้ในช่วงแรกอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายบ้าง แต่ในระยะยาวก็อาจทำให้ประเทศสงบขึ้นได้ เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่จะนำสันติภาพมาสู่ประเทศไทย ไม่งั้นก็จะมีแต่ความแตกร้าว <br />
<br />
ที่มีคนกล่าวว่ากฎหมายนี้ทำเพื่อจะนำทักษิณกลับประเทศนั้นไม่จริง เพราะคนที่ได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมจะมีจำนวนมากทั้งจากฝั่งเสื้อเหลืองและฝั่งเส&#8203;ื้อแดง และก็จะทำให้ประชากรที่เหลืออยู่เกิดความยอมรับ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่รัฐสภาว่าจะตัดสินว่าจะผ่านพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับไหน<br />
<br />
 <br />
<br />
"สายลมรัก" จากแดงไซเบอร์ เว็บบอร์ดบ้านราษฎร์, ประชาทอล์ค ฯลฯ อาชีพ ข้าราชการ <br />
<br />
สนับ สนุนร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของวรชัย เหมะ ที่ให้นิรโทษเฉพาะประชาชนทั่วไป ไม่รวมแกนนำและเจ้าหน้าที่รัฐ ในกรณีของทักษิณ มองว่าหากเขาทำผิดก็ต้องรับผิด ไม่จำเป็นต้องนิรโทษกรรม คนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์กว่าร้อยละ 90 ก้าวข้ามทักษิณไปแล้ว ไม่ได้ต่อสู้เพื่อทักษิณ เพียงแต่มองว่าทักษิณเป็นผู้ถูกกระทำคนหนึ่งเท่านั้น หากรัฐบาลจะนิรโทษกรรมให้แก่คนสั่งการฆ่าประชาชน จะรับไม่ได้เด็ดขาด หากพรรคเพื่อไทยทำจริง คิดว่าคนเสื้อแดงพร้อมจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาล <br />
<br />
ร่างพ.ร.บ. ของนายกฯ เฉลิม เสมือนเป็นการหวังดีประสงค์ร้าย ยิ่งทำให้เกิดการต่อต้านร่างนี้ และยิ่งต่อต้านการกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร <br />
<br />
สำหรับ 3 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีวิสัยทัศน์ที่อ่อนลง มีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น และมองสิ่งต่างๆ จากผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าของสาธารณะ โดยเฉพาะของคนเสื้อแดง  อาจเป็นเพราะว่าอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าและคายไม่ออกที่ต้องถูกจับตาจากองค์กรอย่างศาล&#8203;รัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ถึงแม้เพื่อไทยจะยอมศาลบ้างในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ยอมหมด หากว่ายอมทั้งหมดมวลชนจะไม่พอใจและเริ่มเสียความเชื่อมั่น <br />
<br />
ส่วนนปช. มองว่าเพียงแค่เป็นกลุ่มผลประโยชน์เท่านั้น เพราะหลังจากการต่อสู้จบลง เกิดการเลือกตั้งปี 54 แกนนำเสื้อแดงบางส่วนได้เข้าไปมีตำแหน่งในรัฐบาล นปช. ก็พยายามจะไม่ขัดใจรัฐบาล และการจัดการชุมนุมแต่ละครั้งก็รู้สึกว่าเป็นไปแบบพอเป็นพิธีเท่านั้น แถมยังมาต่อว่าเสื้อแดงกลุ่มอื่นทำกิจกรรมไม่ตรงแนวทางเดียวกับตนอีก<br />
<br />
บางทีก็สงสัยว่ามีนปช. อยู่ไปทำไม หรือมีไปเพื่ออะไร<br />
<br />
 <br />
<br />
โบว์ (ไม่เปิดเผยชื่อจริง) อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป กรุงเทพฯ<br />
<br />
ปรองดองแบบของเฉลิม (อยู่บำรุง) คลุมทั้งหมดแต่ญาติผู้เสียชีวิตเขาจะยอมไหม ประชาชนทั่วไปจะรับได้ไหม ถึงผมจะรับได้ก็ต้องมี “แต่” อีก ความเห็นผมนะ คนเสียชีวิตเสียแล้วก็ไม่ได้กลับมา แต่มันก็อยู่ว่าญาติผู้เสียชีวิตจะยอมไหม ต้องคุยกันยาว ถ้ายอม สองคนอภิสิทธิ์ สุเทพก็ลอยนวลอีก ผมก็ไม่ค่อยชอบใจ แต่ที่แน่ๆ ฉบับวรชัย (เหมะ) น่าจะดีกว่า ณ เวลานี้ อย่างทักษิณเขาไม่ได้ฆ่าคนตาย แต่คนฆ่าคนตายเราก็ยอมไม่ไหว ที่ถึงที่สุด ต่อให้มีกฎหมายปรองดองแบบไหนก็ตาม ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ มันก็เท่านั้นเอง<br />
<a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/05/46816" target="_blank">http://www.prachatai.com/journal/2013/05/46816</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[รายงาน: หลากทัศนะ “นิรโทษกรรม-ปรองดอง” จากเสื้อแดง @ราชประสงค์<br />
<br />
Mon, 2013-05-20 19:47<br />
<br />
 <br />
<br />
หลังรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เวอร์ชั่นเหมายกเข่ง แข่งกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและคณะที่กำหนดนิรโทษกรรมเฉพาะประชาชน ก็ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ข้อขัดแย้งในสังคมรวมทั้งคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ ว่าจะเลือกทางออกแบบใด เพื่อตอบโจทย์หลักเรื่องนักโทษการเมืองที่ยังหลงเหลือในเรือนจำจำนวนไม่น้อย ต่างคนต่างแนวทาง ส.ส.เพื่อไทยจำนวนมากลงนามให้การสนับสนุนฉบับเฉลิม ขณะที่ นปช.เองก็แสดงจุดยืนสนับสนุนฉบับวรชัย แม้กระทั่งทักษิณ ชินวัตร ก็ออกมาลดกระแสร้อนด้วยการสนับสนุนฉบับวรชัยเช่นกัน ‘ประชาไท’สุ่มคุยกับผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าพวกเขาคิดอย่างไร มองเรื่องนี้อย่างไร<br />
<br />
 <br />
<br />
นัยนา น่วมศิริ อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน จังหวัดสมุทรปราการ<br />
<br />
คนผิดก็ต้องว่าไปตามผิด จะไปเหมาคนเสื้อแดงรวมกับประชาธิปัตย์ไม่ได้ ไม่เห็นด้วยเลยกับกฎหมายปรองดองของเฉลิม เพราะคนเสื้อแดงเราไม่ได้ทำผิดอะไร ออกมาชุมนุมโดนข้อหา จับเข้าคุก มันสมควรได้นิรโทษกรรม แต่คนปราบปรามเข่นฆ่าคนเว้นโทษไม่ได้ ถึงแม้ของเฉลิมจะบอกว่ารวมทักษิณด้วยก็ไม่ได้ ทักษิณก็ไม่เกี่ยวอะไร จะไปรวมกับเขาไม่ได้ ไม่ต้องเอาเขามาข้องเกี่ยว แต่นักโทษการเมือง น่าจะปล่อยเขาให้หมด จะกักขัง หน่วงเหนี่ยวเขาไว้ มันไม่ถูก<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านมา เราก็ไม่ได้พอใจพรรคเพื่อไทย แต่ก็ดีกว่าประชาธิปัตย์ ไม่พอใจแทบจะทุกเรื่อง เขากลัวไปหมด อะไรที่ประชาชนเรียกร้องก็ทำไม่ค่อยจะได้ แต่ก็ดีกว่าประชาธิปัตย์ในสายตาประชาชนอย่างเราเห็นว่ายังไม่เข้มแข็งพอ เขาเป็นคนที่ประชาชนเลือกมาน่าจะแข็งแรง เข้มแข็งกว่านี้ อยากให้มีจุดยืนที่แข็งแกร่งกว่านี้ แต่เขาอ่อนแอ อ่อนไหวเกินไป แต่ก็ต้องให้เขาเป็นไปเรื่อยๆ ก่อน จนกว่าบ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ก็ทรงๆ ไปเราก็ช่วยหนุนเต็มที่ไม่ให้ใครมาทำลายระบอบ นปช.เองก็ยังไม่ค่อยเข้าตา ไม่ค่อยมาทางประชาชน แบบที่สู้ไม่ต้องอ่อนไหวเลย ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่แต่ก็ต้องมา เราไม่ได้ทำเพื่อพรรคเพื่อไทย แต่เราทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อคนข้างหลัง ถ้าสำเร็จคนข้างหลังก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเรา<br />
<br />
 <br />
<br />
ดวงพร ราชนาวี อายุ 64 ปี จังหวัดสงขลา<br />
<br />
ถ้าเหมาเข่งก็ต้องให้หมด จะเว้นไม่ได้ ถ้ายกโทษทั้งหมดก็น่าจะเห็นด้วยอยู่ แต่เว้นใครไม่ได้ เว้นทักษิณไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ได้ แต่แบบที่ให้เฉพาะประชาชนก็เห็นด้วย  จริงๆ ทักษิณเขาอยู่ต่างประเทศ ไม่เกี่ยว ไม่ใช่แกนนำ ที่เขาทำกฎหมายปรองดองนี่เขาก็คงอยากให้มันสงบ นักโทษการเมืองก็น่าจะปล่อยๆ ออกมาได้แล้ว จะขังเขาทำไม เขาก็เหมือนกับเรา แล้วจะไปปรักปรำเขาทำไม คนที่ลูกตาย ถ้าลูกเราตายจะรู้สึกยังไง ต้องคิดถึงหัวอกคนอื่นมั่ง วันนี้ถึงต้องมา มาให้เขารู้ว่านี่แหละ ของจริง ไม่ใช่ของปลอม<br />
<br />
 <br />
<br />
โพธิ์คิน ขวาอุ่นหล้า อายุ 31 ปี อาชีพลูกจ้างบริษัทเอกชน จังหวัดบึงกาฬ<br />
<br />
ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับของคุณเฉลิม แต่เห็นด้วยกับของคุณวรชัย เหมะ ที่สนับสนุนในส่วนผู้ร่วมชุมนุมที่ไม่เกี่ยวกับผู้นำ ผมมองว่าคุณอภิสิทธิ์ มีความผิดโดยตรงจากการสั่งสลายการชุมนุม คนที่มีความผิดก็ควรได้รับความผิด ไม่ต้องการปรองดองด้วย ส่วนที่สนับสนุนการนิรโทษกรรมเพราะคนที่มาร่วมชุมนุม ส่วนมากมาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วมาเจอการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง ความรู้สึกของผมจึงอยากให้นิรโทษกรรมพี่น้องเราเพื่อให้เกิดการปรองดองอย่างแท้จริง แล้วก็อยากให้รวมคดี 112 ด้วย คดีนี้เป็นคดีที่ตัดสินคนที่มีความเห็นต่างด้านการเมือง คนที่เห็นต่างแค่คำว่า รัก หรือ ไม่รักแค่นั้นเอง ถ้าผมเห็นต่างแล้วจะจับผมเข้าคุก อย่างนี้ผมก็เห็นว่าไม่เป็นธรรม<br />
<br />
ส่วนของทักษิณนั้น ผมมองว่าทักษิณไม่ผิด เอาคนที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองมาตัดสิน กรณีทักษิณก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติไป<br />
<br />
วาระ 3 ปี ให้มองบทบาทแกนนำ ผมมองว่าแกนนำยังอยู่ข้างประชาชน เป็นแนวร่วม ไม่ได้แตกแยกอะไร พร้อมจะต่อสู้ไปด้วยกันในระบอบประชาธิปไตย ทั้งที่มีคนเสี้ยมก็ไม่รู้สึกอะไร พวกเรายังเป็นกลุ่มเป็นก้อนจะพร้อมสู้ไปด้วยการให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ส่วนบทบาทของรัฐบาล ผมมองกว่า รัฐบาลยังไม่มีอำนาจโดยแท้จริง การจะตัดสินนโยบาย ปฏิบัติให้ได้ตามนโยบายที่วางไว้ ยังไม่สามารถทำได้อย่างที่หาเสียงไว้ ไม่มีอำนาจแท้จริง อยากให้รัฐบาลมองว่ายังไงประชาชนยังสนับสนุนนโยบายที่วางไว้ เช่น สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น พวกเราพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ คนมองว่ารัฐบาลมีอำนาจล้นมือ ถ้ามีอำนาจจริงก็เอาคุณทักษิณกลับบ้านมาได้แล้ว<br />
<br />
 <br />
<br />
อภิวัฒน์ เดชคุณมาก อายุ 66 ปี อาชีพแพทย์แผนโบราณ จังหวัดชลบุรี  <br />
<br />
แบบนั้นก็ดีนะ ยกให้หมดเลยแล้วหลังจากนั้นใครผิดก็เล่นเลย ที่ผ่านมากูก็จะจับมึง มึงก็จะจับกู ตามความเห็นส่วนตัวใช้ได้เลย เพราะสองฝ่ายต่างก็ตาย แต่สัดส่วนอาจต่างกันอยู่ แต่มันก็ดีกว่าหลายๆ วิธี เราหยวนๆ แล้วเริ่มต้นใหม่ ถ้าใครแหลมทำผิดอีกก็เอาเลยกลุ่มนั้น<br />
<br />
ส่วนฉบับของเหมะ เห็นเขาพูดกันทุกวัน แต่ดูเหมือนประชาธิปัตย์เขาไม่ได้ยินกับทฤษฎีของวรชัย มันใช้ได้ทั้งสองฉบับ แต่คิดว่าของเฉลิมน่าจะดีกว่า ไหนๆ เหตุการณ์มันก็เลยไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับทักษิณด้วย เพราะเขาก้าวล่วงจะกลับหรือไม่กลับไปแล้ว เขาอยู่ได้ทุกตารางนิ้วในโลก แค่พื้นที่นิดเดียวประเทศไทยในแผนที่โลก เขาอาจจะเบื่อก็ได้ ที่เห็นด้วยกับของเฉลิมเพราะอยากให้มันเริ่มต้นใหม่ได้ เป็นแนวคิดที่ดีที่สุด ส่วนคนตายเราก็ต้องเยียวยา ดูแล ไม่ใช่ดูแลแต่คนที่ตาย คนบาดเจ็บ พิการก็ควรให้เขาด้วย เขาหากินไม่ได้ ตายกับอยู่มันพอกันหรืออาจทรมานกว่าด้วยซ้ำ<br />
<br />
บทบาทพรรคเพื่อไทย พอใจเป็นส่วนใหญ่แต่ยังคาใจว่าทำไมยังลังๆ เลๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เป็นโชคชะตาของประเทศ พอมีองค์กรที่ไม่ได้สังกัดอยู่กับอำนาจอธิปไตยสามอย่างของชาติ มาร่วมตัดสินความเป็นไปของชาติ มันไม่น่าจะถูกต้อง มันนานมากแล้วเรื่องที่ทะเลาะกัน ความผิดความถูกอะไรนี่ เรามาตั้งต้นใหม่ เดินเกมกันใหม่ดีกว่า ดีมั้ย<br />
<br />
<br />
อังคณางค์ (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) อาชีพแม่บ้าน จังหวัดสมุทรปราการ<br />
<br />
เรื่องพ.ร.บ. ปรองดองฉบับของเฉลิม มองว่าไม่อยากให้ผ่าน เพราะการอภัยโทษทุกคนแบบเหมาเข่งจะทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นบทเรียนต่อประชา&#8203;ชนและอนาคต เพราะที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองทีไร ผู้กระทำผิดก็ไม่เคยได้รับการลงโทษ ส่วนเหตุการณ์ในปี 53 ก็ขอให้นิรโทษกรรมชาวบ้านเสื้อแดง ส่วนแกนนำการชุมนุม หากผิดจริงก็ต้องรับผิดชอบ ถือว่าเป็นการมีสปิริต รับผิดชอบสิ่งที่ทำ <br />
<br />
ส่วนเรื่องบทบาทของพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชนจริง แต่บทบาทที่ต้องเป็นรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถเข้ามาโอบอุ้มความต้องการหรือผลประโยชน์ของคนเสื้อแดงมากเกินไปได้ ทำให้บทบาทค่อนข้างอ่อนไปในจุดนี้ และยังเห็นว่ารัฐบาลยังมีความกลัวอำนาจมืด เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ในระบบซึ่งหวังจะบ่อนเซาะอำนาจของพรรคเพื่อไทย  แต่การกล่าวปาฐกถาของนายกรัฐมนตรีที่มองโกเลีย ก็ทำให้เห็นว่ารัฐบาลเริ่มมีความกล้าที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมากขึ้น แต่ก็มองว่ายังเป็นเรื่องยาก เพราะเพียงแค่การแก้เรื่องส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ยังเป็นไปได้ยาก <br />
<br />
สิ่งที่จำเป็นต้องทำมากที่สุดตอนนี้คือการปล่อยนักโทษการเมือง ให้พวกเขาได้ออกมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ให้มีสิทธิได้ประกันตัว หากผิดก็ว่าไปตามผิด ควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน <br />
<br />
 <br />
<br />
สำเนา บุญมาแย้ม อายุ 67 ปี อดีตคนขับรถแท็กซี่ จังหวัดสุพรรณบุรี<br />
<br />
จริงๆ ก็ไม่ได้อยากได้หรอก พ.ร.บ.ปรองดองนี่ ทำไปแล้วมันไม่ถาวร ปกติเราใช้ฉบับ 40 รัฐบาลหมาบ้ามันมาเปลี่ยนเป็น 50 บ้านเมืองมันถึงได้วุ่นวาย ใจอยากได้ 40 กลับมาทั้งฉบับ<br />
<br />
อ๋อ เขาทำให้นักโทษการเมืองเหรอ พวกนักโทษการเมืองนี่อยากให้เอาออกมาให้หมดเลย เอาออกมาให้หมดก่อนทักษิณกลับบ้าน ทักษิณยังไงรากหญ้าก็ชอบ เพราะเขาสร้างประโยชน์ให้เยอะ ไม่เบี่ยงเบน ไม่รักลำเอียง เขาชอบคนรากหญ้า คนยากคนจน<br />
<br />
(ถามถึงบรรหาร) บรรหารเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เขาหมดไปแล้ว คนเขาไม่ศรัทธาแล้ว แต่เสื้อแดงสุพรรณก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่หรอกนะ แต่เขาก็เลือกเพื่อไทย ดูคะแนนเสียงเพื่อไทยในสุพรรณสิ<br />
<br />
ตอนนี้ประชาธิปไตยมันเดินหน้าไม่ได้ เพราะมันยังปลอม ไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้จริง ยิ่งลักษณ์เป็นมาปีกว่ายังไม่ไปถึงไหน เพราะมันมีไอ้นู่นมาแทรกตรงนู้น ไอ้นี่มาแทรกตรงนี้ ทำอะไรไม่ได้ มันสุดระทม<br />
<br />
 <br />
<br />
ณัฐสิรี ประสานทวีผล อาชีพทำงานอิสระ กรุงเทพฯ<br />
<br />
ของเฉลิมเขาจะรวมหมดใช่มั้ย ไม่ชอบ คนสั่งฆ่าเราก็ไม่ได้ติดคุกสิ ก็ได้ใจฆ่าเราตลอดเวลา เราเอาของวรชัยดีกว่า เอาแต่ประชาชนออกมา แกนนำให้เขาจัดการกันเอง เรารักแกนนำเรา แต่แกนนำเราก็ต้องเข้าตามกระบวนการ แต่ประชาชนเขามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าทำอย่างของเฉลิมคนสั่งก็ลอยนวลเลย<br />
<br />
ถ้าอยากได้ทักษิณกลับ ทักษิณคอยเวลาก่อน จะมารวมกับพวกเลวๆ อย่างนี้ไม่ได้ ทักษิณจะเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับการได้กลับมาเหรอ ถ้าทำอย่างนี้ทักษิณจะไม่มีค่า ถ้าเขาทำอย่างนั้นจะหมดค่าทันที ฉันบอกได้เลย<br />
<br />
ป้าไม่ได้บ้าทักษิณ ไม่ได้สนใจ ไม่เคยยุ่งการเมืองเลย ตอนทักษิณถูกเอาออกไปก็ยังไม่สนใจ คิดว่าคนนี้ไปคนนั้นมามันเรื่องธรรมดา แต่ป้าออกมาครั้งแรกตอนสมัครโดนคดีผัดกับข้าว ตกใจว่าทำสมัครผัดข้าวตกกระทะ ป้าเลยเริ่มออกมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นครั้งแรก เรามาดูว่าทำไมแค่ผัดกับข้าวทำไมต้องปลดจากนายกฯ ไม่ได้ชอบสมัครเป็นพิเศษด้วย หลังจากนั้นก็ออกมาทุกครั้งที่มีชุมนุม ป้ามารู้มากตอนสุรชัย แซ่ด่าน ป้าเลยมาตาสว่างแล้วเริ่มสนใจการเมือง ลองมาถามตอนนี้ป้าตายแทนประชาชนที่เขาออกมาสู้ได้เลย ที่ทำเนียบก็อยู่ ที่ราชประสงค์ก็อยู่จนตำรวจมาลากไป ที่ผ่านฟ้าก็โดนแก๊สน้ำตากับเขา เราเห็นความชั่วร้ายแล้วทนไม่ได้ น้องเคยเห็นไหม มอเตอร์ไซด์เอาคนเจ็บพาดมา ไม่มีคนซ้อนด้วย ป้านั่งอยู่ข้างโรงพยาบาล  คนแล้วคนเล่า คนที่สั่งฆ่าเรามันใช่คนหรือเปล่า มันรักประชาชนของมันไหม<br />
<br />
เรื่องรัฐบาลเขาอ่อน ป้าก็เข้าใจ แต่มันอ่อนเกินไป ไม่ทันเกมเขาเลย ส่วนนปช. คนอื่นคิดยังไงไม่รู้ แต่ป้ายังตามนปช.ส่วนกลาง เราก็คิดแตกต่างกันได้ แต่เมื่อถึงเวลา เราก็มารวมกันได้อีกเหมือนกับวันนี้<br />
<br />
 <br />
<br />
ไพรัช แสงศรี อายุ 49 ปี อาชีพเจ้าของร้านอาหาร กรุงเทพฯ  <br />
<br />
ไม่ค่อยได้ตามนะ เรื่องพรบ.ปรองดอง คือ ถ้ามองแบบเดิมพัน การนิรโทษยกเข่ง คุณทักษิณได้ประโยชน์น้อยกว่าคุณอภิสิทธิ์ กับคุณสุเทพแน่นอน เพราะจะพูดถึงความผิดแล้วมันแรงกว่าเยอะ ถามว่าเห็นด้วยไหม มันก็บางอารมณ์ ถ้าอยากให้สงบก็โอเค แต่บางทีก็มีความแค้น คนเสื้อแดงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง<br />
<br />
ฉบับคุณวรชัย เหมะ มันก็เหมือนกับที่คุณจตุพรบอกไว้ว่าแกนนำเขาจะไม่รับ พี่ก็ว่าโอเค นักโทษการเมืองก็ควรจะนิรโทษกรรมให้หมด พวกประชาชนมาด้วยใจ จะไปตั้งข้อหารุนแรงอะไรกับเขา แล้วเสื้อแดงก็ถูกกระทำอยู่ฝั่งเดียว อย่างที่เขาพูดกันว่าสองมาตรฐาน<br />
<br />
พี่ชอบทักษิณมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยนะ ชอบผลงานเขา เราสัมผัสได้จริงๆ ที่บ้านฐานะพี่ก็โอเค สามสิบบาทก็ไม่ได้พึ่งพา แต่ไม่ใช่ว่าเราจะชอบเขาเพราะเขาดีต่อเราคนเดียว แต่เราชอบเพราะเขาดีกับคนเยอะ และเป็นคนที่ต่ำต้อยกว่า หลายๆ นโยบายเราก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่เขาโดนวิจารณ์ ภาคใต้มันซับซ้อนและแก้ไขยาก ใครมาทำก็โดนหมดแหละ ส่วนสงครามยาเสพติด มันเป็นนโยบายที่ดี แต่มันมีปัญหาในขั้นตอน เกิดการฆ่าตัดตอน จริงๆ มันก็ไม่เกี่ยวกับทักษิณ<br />
<br />
บทบาทรัฐบาลเพื่อไทย พอใจมาก ยิ่งลักษณ์ต้องมาแก้ของเก่าเยอะ เลยเดินหน้าช้าหน่อย แต่ถึงช้าก็ยังไวกว่าอีกรัฐบาลนึง<br />
<br />
 <br />
<br />
รพินทร์ (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) ประธานแกนนำจังหวัดระยอง อาชีพ ทำการประมง <br />
<br />
เห็นด้วยกับพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง เพราะเห็นว่าเป็นรูปแบบที่คล้ายกับกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้ และกัมพูชา หากว่าพ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน แม้ในช่วงแรกอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายบ้าง แต่ในระยะยาวก็อาจทำให้ประเทศสงบขึ้นได้ เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่จะนำสันติภาพมาสู่ประเทศไทย ไม่งั้นก็จะมีแต่ความแตกร้าว <br />
<br />
ที่มีคนกล่าวว่ากฎหมายนี้ทำเพื่อจะนำทักษิณกลับประเทศนั้นไม่จริง เพราะคนที่ได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมจะมีจำนวนมากทั้งจากฝั่งเสื้อเหลืองและฝั่งเส&#8203;ื้อแดง และก็จะทำให้ประชากรที่เหลืออยู่เกิดความยอมรับ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่รัฐสภาว่าจะตัดสินว่าจะผ่านพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับไหน<br />
<br />
 <br />
<br />
"สายลมรัก" จากแดงไซเบอร์ เว็บบอร์ดบ้านราษฎร์, ประชาทอล์ค ฯลฯ อาชีพ ข้าราชการ <br />
<br />
สนับ สนุนร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของวรชัย เหมะ ที่ให้นิรโทษเฉพาะประชาชนทั่วไป ไม่รวมแกนนำและเจ้าหน้าที่รัฐ ในกรณีของทักษิณ มองว่าหากเขาทำผิดก็ต้องรับผิด ไม่จำเป็นต้องนิรโทษกรรม คนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์กว่าร้อยละ 90 ก้าวข้ามทักษิณไปแล้ว ไม่ได้ต่อสู้เพื่อทักษิณ เพียงแต่มองว่าทักษิณเป็นผู้ถูกกระทำคนหนึ่งเท่านั้น หากรัฐบาลจะนิรโทษกรรมให้แก่คนสั่งการฆ่าประชาชน จะรับไม่ได้เด็ดขาด หากพรรคเพื่อไทยทำจริง คิดว่าคนเสื้อแดงพร้อมจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาล <br />
<br />
ร่างพ.ร.บ. ของนายกฯ เฉลิม เสมือนเป็นการหวังดีประสงค์ร้าย ยิ่งทำให้เกิดการต่อต้านร่างนี้ และยิ่งต่อต้านการกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร <br />
<br />
สำหรับ 3 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยมีวิสัยทัศน์ที่อ่อนลง มีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น และมองสิ่งต่างๆ จากผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าของสาธารณะ โดยเฉพาะของคนเสื้อแดง  อาจเป็นเพราะว่าอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าและคายไม่ออกที่ต้องถูกจับตาจากองค์กรอย่างศาล&#8203;รัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ถึงแม้เพื่อไทยจะยอมศาลบ้างในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ยอมหมด หากว่ายอมทั้งหมดมวลชนจะไม่พอใจและเริ่มเสียความเชื่อมั่น <br />
<br />
ส่วนนปช. มองว่าเพียงแค่เป็นกลุ่มผลประโยชน์เท่านั้น เพราะหลังจากการต่อสู้จบลง เกิดการเลือกตั้งปี 54 แกนนำเสื้อแดงบางส่วนได้เข้าไปมีตำแหน่งในรัฐบาล นปช. ก็พยายามจะไม่ขัดใจรัฐบาล และการจัดการชุมนุมแต่ละครั้งก็รู้สึกว่าเป็นไปแบบพอเป็นพิธีเท่านั้น แถมยังมาต่อว่าเสื้อแดงกลุ่มอื่นทำกิจกรรมไม่ตรงแนวทางเดียวกับตนอีก<br />
<br />
บางทีก็สงสัยว่ามีนปช. อยู่ไปทำไม หรือมีไปเพื่ออะไร<br />
<br />
 <br />
<br />
โบว์ (ไม่เปิดเผยชื่อจริง) อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป กรุงเทพฯ<br />
<br />
ปรองดองแบบของเฉลิม (อยู่บำรุง) คลุมทั้งหมดแต่ญาติผู้เสียชีวิตเขาจะยอมไหม ประชาชนทั่วไปจะรับได้ไหม ถึงผมจะรับได้ก็ต้องมี “แต่” อีก ความเห็นผมนะ คนเสียชีวิตเสียแล้วก็ไม่ได้กลับมา แต่มันก็อยู่ว่าญาติผู้เสียชีวิตจะยอมไหม ต้องคุยกันยาว ถ้ายอม สองคนอภิสิทธิ์ สุเทพก็ลอยนวลอีก ผมก็ไม่ค่อยชอบใจ แต่ที่แน่ๆ ฉบับวรชัย (เหมะ) น่าจะดีกว่า ณ เวลานี้ อย่างทักษิณเขาไม่ได้ฆ่าคนตาย แต่คนฆ่าคนตายเราก็ยอมไม่ไหว ที่ถึงที่สุด ต่อให้มีกฎหมายปรองดองแบบไหนก็ตาม ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ มันก็เท่านั้นเอง<br />
<a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/05/46816" target="_blank">http://www.prachatai.com/journal/2013/05/46816</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[บทเรียน พีมูฟ ปลอดประสพ สุรัสวดี บทเรียน เรื่องน้ำ]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13420.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:35:10 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13420.html</guid>
			<description><![CDATA[การที่ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล โดย นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ สามารถทำความตกลงกับขบวนการพีมูฟบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้ในขั้นตอน 1<br />
<br />
 เป็นเรื่องน่าศึกษา น่าวิเคราะห์ <br />
<br />
 ที่ว่าสามารถตกลงได้ในขั้นตอน 1 เพราะว่ายังมิได้ผ่านมติเห็นชอบของที่ประชุมครม.เพราะว่ายังมิได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นจริง<br />
<br />
 แต่ก็ถือได้โดยพื้นฐานว่า พูดกันรู้เรื่อง เข้าใจกันได้<br />
<br />
 อาจเป็นเพราะในด้านของพีมูฟแกนนำหลายคนผ่านการเคลื่อนไหวมาหลายรัฐบาล มีประสบการณ์ในการสะสมชัยชนะจึงนำมาเป็นบทเรียน<br />
<br />
 อาจเป็นเพราะ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เองก็เติบโตจากภาคประชาชน<br />
<br />
 จากพื้นฐานความจัดเจนอย่างนี้เอง จากการเปิดใจให้กว้างยอมรับฟังความเห็นจากอีกฝ่ายอย่างมีโยนิโสมนสิการ ความขัดแย้งก็กลายเป็นเข้าใจ<br />
<br />
 แปร �ศัสตรา� เป็น �แพรพรรณ�<br />
<br />
 ที่ว่ากรณีของการเจรจาทำความเข้าใจระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับขบวนการพีมูฟเป็นเรื่องน่า&#8203;ศึกษาเป็นเรื่องน่าวิเคราะห์<br />
<br />
 เพราะความขัดแย้งลักษณะนี้ยังดำรงอยู่ในหลายภาคส่วน<br />
<br />
 อย่างเช่นที่ร้อนแรงอย่างยิ่งตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือการตั้งป้อมค่ายระหว่างเอ็นจีโอเรื่องน้ำกับ นายปลอดประสพ สุรัสวดี<br />
<br />
 โดยมีการประชุมนานาชาติเรื่องน้ำที่เชียงใหม่เป็นจุดร่วม<br />
<br />
 สังเกตหรือไม่ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเห็นของตนอย่างแข็งกร้าว ไม่ว่าจะเป็นฟากของเอ็นจีโอ ไม่ว่าจะเป็นฟากของ นายปลอดประสพ สุรัสวดี จึงแทนที่จะพูดกันรู้ความ ตรงกันข้าม กลับสาดน้ำร้อนน้ำเย็นเข้าใส่กันเต็มที่<br />
<br />
 รุนแรงถึงกับจัดม็อบชนม็อบ<br />
<br />
 หากศึกษาความขัดแย้งในกาลอดีตระหว่าง นายปลอดประสพ สุรัสวดี กับกลุ่มต่อต้านสวนสัตว์ที่เชียงใหม่ก็พอจะเข้าใจ<br />
<br />
 เข้าใจในการตั้งป้อมค่ายราวีกันและกัน<br />
<br />
 นั่นเป็นเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 เพราะว่าเอ็นจีโอส่วนหนึ่งหันไปสวมเสื้อเหลืองและนำเอายุทธศาสตร์ยุทธวิธีไปรองรับกั&#8203;บแผนใหญ่ทางการเมือง<br />
<br />
 แผนโค่นพรรคไทยรักไทย แผนโค่น �ทักษิณ�<br />
<br />
 แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนจากเมื่อเดือนกันยายน 2549 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2556 ก็มีสภาพการณ์ใหม่ มีข้อมูลใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมากมาย ไฉนไม่สามารถคุยกันให้รู้เรื่องได้อีก<br />
<br />
 หากลด �มานะ� ลงก็ �ร่วม� กันได้<br />
<br />
 กรณีเรื่องน้ำจำเป็นต้องศึกษาบทเรียนและความสำเร็จต่อการบริหารจัดการหน้าทำเนียบรัฐ&#8203;บาล<br />
<br />
 ตามหลักการในเมื่อเอ็นจีโอก็ห่วงใยเรื่องน้ำ เรื่องสิ่งแวดล้อม ในเมื่อ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ก็ห่วงเรื่องน้ำ เรื่องสิ่งแวดล้อม ไฉนจะพูดกันไม่รู้เรื่อง<br />
<br />
 เป้าหมายเดียวกัน ย่อมเป็น �แนวร่วม� โดยอัตโนมัติ<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJNekkyTXc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[การที่ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล โดย นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ สามารถทำความตกลงกับขบวนการพีมูฟบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้ในขั้นตอน 1<br />
<br />
 เป็นเรื่องน่าศึกษา น่าวิเคราะห์ <br />
<br />
 ที่ว่าสามารถตกลงได้ในขั้นตอน 1 เพราะว่ายังมิได้ผ่านมติเห็นชอบของที่ประชุมครม.เพราะว่ายังมิได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นจริง<br />
<br />
 แต่ก็ถือได้โดยพื้นฐานว่า พูดกันรู้เรื่อง เข้าใจกันได้<br />
<br />
 อาจเป็นเพราะในด้านของพีมูฟแกนนำหลายคนผ่านการเคลื่อนไหวมาหลายรัฐบาล มีประสบการณ์ในการสะสมชัยชนะจึงนำมาเป็นบทเรียน<br />
<br />
 อาจเป็นเพราะ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เองก็เติบโตจากภาคประชาชน<br />
<br />
 จากพื้นฐานความจัดเจนอย่างนี้เอง จากการเปิดใจให้กว้างยอมรับฟังความเห็นจากอีกฝ่ายอย่างมีโยนิโสมนสิการ ความขัดแย้งก็กลายเป็นเข้าใจ<br />
<br />
 แปร �ศัสตรา� เป็น �แพรพรรณ�<br />
<br />
 ที่ว่ากรณีของการเจรจาทำความเข้าใจระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับขบวนการพีมูฟเป็นเรื่องน่า&#8203;ศึกษาเป็นเรื่องน่าวิเคราะห์<br />
<br />
 เพราะความขัดแย้งลักษณะนี้ยังดำรงอยู่ในหลายภาคส่วน<br />
<br />
 อย่างเช่นที่ร้อนแรงอย่างยิ่งตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือการตั้งป้อมค่ายระหว่างเอ็นจีโอเรื่องน้ำกับ นายปลอดประสพ สุรัสวดี<br />
<br />
 โดยมีการประชุมนานาชาติเรื่องน้ำที่เชียงใหม่เป็นจุดร่วม<br />
<br />
 สังเกตหรือไม่ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเห็นของตนอย่างแข็งกร้าว ไม่ว่าจะเป็นฟากของเอ็นจีโอ ไม่ว่าจะเป็นฟากของ นายปลอดประสพ สุรัสวดี จึงแทนที่จะพูดกันรู้ความ ตรงกันข้าม กลับสาดน้ำร้อนน้ำเย็นเข้าใส่กันเต็มที่<br />
<br />
 รุนแรงถึงกับจัดม็อบชนม็อบ<br />
<br />
 หากศึกษาความขัดแย้งในกาลอดีตระหว่าง นายปลอดประสพ สุรัสวดี กับกลุ่มต่อต้านสวนสัตว์ที่เชียงใหม่ก็พอจะเข้าใจ<br />
<br />
 เข้าใจในการตั้งป้อมค่ายราวีกันและกัน<br />
<br />
 นั่นเป็นเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 เพราะว่าเอ็นจีโอส่วนหนึ่งหันไปสวมเสื้อเหลืองและนำเอายุทธศาสตร์ยุทธวิธีไปรองรับกั&#8203;บแผนใหญ่ทางการเมือง<br />
<br />
 แผนโค่นพรรคไทยรักไทย แผนโค่น �ทักษิณ�<br />
<br />
 แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนจากเมื่อเดือนกันยายน 2549 มาถึงเดือนพฤษภาคม 2556 ก็มีสภาพการณ์ใหม่ มีข้อมูลใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมากมาย ไฉนไม่สามารถคุยกันให้รู้เรื่องได้อีก<br />
<br />
 หากลด �มานะ� ลงก็ �ร่วม� กันได้<br />
<br />
 กรณีเรื่องน้ำจำเป็นต้องศึกษาบทเรียนและความสำเร็จต่อการบริหารจัดการหน้าทำเนียบรัฐ&#8203;บาล<br />
<br />
 ตามหลักการในเมื่อเอ็นจีโอก็ห่วงใยเรื่องน้ำ เรื่องสิ่งแวดล้อม ในเมื่อ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ก็ห่วงเรื่องน้ำ เรื่องสิ่งแวดล้อม ไฉนจะพูดกันไม่รู้เรื่อง<br />
<br />
 เป้าหมายเดียวกัน ย่อมเป็น �แนวร่วม� โดยอัตโนมัติ<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTJNekkyTXc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[แม่ "อัลรูไวลี่" เชื้อพระวงศ์ซาอุฯ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องคดีอุ้มฆ่าลูก-สืบพยานตปท...]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13419.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:34:30 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13419.html</guid>
			<description><![CDATA[แม่ "อัลรูไวลี่" เชื้อพระวงศ์ซาอุฯ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องคดีอุ้มฆ่าลูก-สืบพยานตปท.แล้ว<br />
<br />
 เมื่อ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลนัดพร้อมคู่ความ 2 ฝ่าย คดีหมายเลขดำที่ อ.199/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ร่วมกันเป็นจำเลย 1–5 ในคดีร่วมกันอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย<br />
<br />
 ศาลแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้การส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือยูเออี เสร็จเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อัยการส่งคำเบิกความให้กระทรวงการต่างประเทศแปลยังไม่แล้วเสร็จ ขณะที่นายอาทิก ฆอนิม อัลรูไวลี่ พี่ชายของนายโมฮัมหมัด ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนางวักดะห์ ซาเล็ม ฮาเหม็ด อัลรูไวลี่ มารดา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีด้วย  ซึ่งทนายความจำเลยทั้ง 5 คัดค้าน อ้างว่าไม่ใช่ลายมือของนางวักดะห์<br />
 <br />
 อย่างไรก็ตามศาลสอบถามนายอาทิก และดร.อับดุล เราะห์มาน อัลเซียรี อธิบดีกรมดูแลความมั่นคงและปลอดภัย กระทรวงการต่างประเทศ ซาอุฯ ยืนยันว่าเป็นลายมือของนางวักดะห์จริง ศาลจึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีได้<br />
<br />
 นอกจากนี้ศาลยังแจ้งให้ทราบว่าตามมติศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 2 เห็นว่าตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา พ.ศ.2535 มาตรา 36, 3, 38 และ 39 ไม่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรค2, มาตรา 29, 40(2)(3)(4) (7) เกี่ยวกับการวิธีกาส่งประเด็นไปสืบในต่างประเทศ<br />
<br />
 ส่วนมติศาลศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 เห็นว่า ตามพ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา พ.ศ.2535 มาตรา 41 ที่บัญญัติไว้ว่า บรรดาหลักฐานและเอกสารที่ได้มาตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นพยานหลักฐานและเอกสารที่รับฟังได้ตามกฎหมายนั้น ขัดต่อหลักนิติธรรม อันเป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิของจำเลยในคดีอาญา เพราะเป็นหลักฐานที่จำเลยไม่มีโอกาสตรวจสอบหรือรับทราบ และไม่มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ตลอดจนไม่ได้รับความช่วยเหลือทางคดีจากทนายความอันเป็นการกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่&#8203;งสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรองรับไว้<br />
<br />
 จึงเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 มาตรา 29 และมาตรา 40(2)(3)(4) (7) จึงเห็นควรให้พนักอัยการโจทก์ เดินทางไปบันทึกถ้อยคำพยานปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย อีกครั้งที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในวันที่  31 พ.ค.นี้ ส่วนทนายความจำเลยและพวกจำเลยยืนยันไม่ขอเดินทางไปด้วย เนื่องจากเห็นว่าขั้นตอนต่างๆ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ร่วมในวันที่ 2 ก.ย., 13 ก.ย. เวลา 09.00 น.<br />
<br />
 ต่อมานายเอนก คำชุ่ม ทนายความโจทก์ร่วม กล่าวภายหลังว่า นางวักดะห์ มารดาของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ได้ให้พี่ชายของนายโมฮัมหมัด ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต นอกจากนี้ยังมีคณะเจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ประมาณ 10 คน ร่วมเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี เพื่อให้ได้ทราบข้อเท็จจริง จะได้ไปอธิบายให้กับญาติของผู้เสียชีวิตได้ ขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานอัยการจะเดินทางไปฟังบันทึกถ้อยคำพยานปากของพ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานโจทก์ปากสำคัญที่ยูเออี ในวันที่ 31 พ.ค.นี้<br />
<br />
 จากนั้นจะแปลคำเบิกความพยานจากภาษาอาระบิกเป็นภาษาอังกฤษ และจากภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทยต่อไป โดยจะนำเอกสารคำแปลมายื่นต่อศาลวันที่ 2 ก.ย. ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ร่วมปากแรก โดยมีนายอาทิก พี่ชายนายโมฮัมหมัด มาขึ้นเบิกความเพียงปากเดียว ในเวลา 09.00 น. ส่วนการสืบพยานจำเลยอยู่ช่วงระหว่างเดือนก.ย.และต.ค. รวม 5 นัด ซึ่งขณะนี้กระบวนการในชั้นอยู่ในขั้นตอนการสืบพยานแล้ว คาดว่าอีกไม่นานกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้น <br />
<br />
 ด้านนายอาทิกกล่าวผ่านล่ามว่า“รู้สึกมีความมั่นใจกับกระบวนการยุติธรรมของไทยมากขึ้น&#8203; แต่ยอมรับว่า 23 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัวมีความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยจากการได้มาติดตามการรับฟังคดีด้วยตัวเอง ทำให้ค่อนข้างพอใจกับความคืบหน้าของคดีในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะเป็นสิ่งที่รอคอยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ถือว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนานมาก อย่างไรก็ตามยังมีความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมไทย และจะรอคอยจนกว่าผลการพิจารณาคดีว่าเป็นอย่างไรต่อไป”<br />
<br />
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเสร็จการพิจารณาพล.ต.ท.สมคิด และจำเลยคนอื่นไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพราะเกรงจะผิดเงื่อนไขการประกันตัว อย่างไรก็ตามระหว่างอยู่ในห้องพิจารณาทั้งฝ่ายพล.ต.ท.สมคิด และคณะจากซาอุฯ นั่งอยู่คนละด้าน โดยมีกลุ่มผู้สื่อข่าวนั่งคั่นกลาง ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้เผชิญหน้ากัน แต่อย่างใด                                                                                                          <br />
<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTBNRFV4Tmc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[แม่ "อัลรูไวลี่" เชื้อพระวงศ์ซาอุฯ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องคดีอุ้มฆ่าลูก-สืบพยานตปท.แล้ว<br />
<br />
 เมื่อ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลนัดพร้อมคู่ความ 2 ฝ่าย คดีหมายเลขดำที่ อ.199/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ร่วมกันเป็นจำเลย 1–5 ในคดีร่วมกันอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย<br />
<br />
 ศาลแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้การส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือยูเออี เสร็จเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อัยการส่งคำเบิกความให้กระทรวงการต่างประเทศแปลยังไม่แล้วเสร็จ ขณะที่นายอาทิก ฆอนิม อัลรูไวลี่ พี่ชายของนายโมฮัมหมัด ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนางวักดะห์ ซาเล็ม ฮาเหม็ด อัลรูไวลี่ มารดา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีด้วย  ซึ่งทนายความจำเลยทั้ง 5 คัดค้าน อ้างว่าไม่ใช่ลายมือของนางวักดะห์<br />
 <br />
 อย่างไรก็ตามศาลสอบถามนายอาทิก และดร.อับดุล เราะห์มาน อัลเซียรี อธิบดีกรมดูแลความมั่นคงและปลอดภัย กระทรวงการต่างประเทศ ซาอุฯ ยืนยันว่าเป็นลายมือของนางวักดะห์จริง ศาลจึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีได้<br />
<br />
 นอกจากนี้ศาลยังแจ้งให้ทราบว่าตามมติศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 2 เห็นว่าตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา พ.ศ.2535 มาตรา 36, 3, 38 และ 39 ไม่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรค2, มาตรา 29, 40(2)(3)(4) (7) เกี่ยวกับการวิธีกาส่งประเด็นไปสืบในต่างประเทศ<br />
<br />
 ส่วนมติศาลศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 เห็นว่า ตามพ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา พ.ศ.2535 มาตรา 41 ที่บัญญัติไว้ว่า บรรดาหลักฐานและเอกสารที่ได้มาตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นพยานหลักฐานและเอกสารที่รับฟังได้ตามกฎหมายนั้น ขัดต่อหลักนิติธรรม อันเป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิของจำเลยในคดีอาญา เพราะเป็นหลักฐานที่จำเลยไม่มีโอกาสตรวจสอบหรือรับทราบ และไม่มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ตลอดจนไม่ได้รับความช่วยเหลือทางคดีจากทนายความอันเป็นการกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่&#8203;งสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรองรับไว้<br />
<br />
 จึงเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 มาตรา 29 และมาตรา 40(2)(3)(4) (7) จึงเห็นควรให้พนักอัยการโจทก์ เดินทางไปบันทึกถ้อยคำพยานปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย อีกครั้งที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในวันที่  31 พ.ค.นี้ ส่วนทนายความจำเลยและพวกจำเลยยืนยันไม่ขอเดินทางไปด้วย เนื่องจากเห็นว่าขั้นตอนต่างๆ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ร่วมในวันที่ 2 ก.ย., 13 ก.ย. เวลา 09.00 น.<br />
<br />
 ต่อมานายเอนก คำชุ่ม ทนายความโจทก์ร่วม กล่าวภายหลังว่า นางวักดะห์ มารดาของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ได้ให้พี่ชายของนายโมฮัมหมัด ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต นอกจากนี้ยังมีคณะเจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ประมาณ 10 คน ร่วมเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี เพื่อให้ได้ทราบข้อเท็จจริง จะได้ไปอธิบายให้กับญาติของผู้เสียชีวิตได้ ขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานอัยการจะเดินทางไปฟังบันทึกถ้อยคำพยานปากของพ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานโจทก์ปากสำคัญที่ยูเออี ในวันที่ 31 พ.ค.นี้<br />
<br />
 จากนั้นจะแปลคำเบิกความพยานจากภาษาอาระบิกเป็นภาษาอังกฤษ และจากภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทยต่อไป โดยจะนำเอกสารคำแปลมายื่นต่อศาลวันที่ 2 ก.ย. ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ร่วมปากแรก โดยมีนายอาทิก พี่ชายนายโมฮัมหมัด มาขึ้นเบิกความเพียงปากเดียว ในเวลา 09.00 น. ส่วนการสืบพยานจำเลยอยู่ช่วงระหว่างเดือนก.ย.และต.ค. รวม 5 นัด ซึ่งขณะนี้กระบวนการในชั้นอยู่ในขั้นตอนการสืบพยานแล้ว คาดว่าอีกไม่นานกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้น <br />
<br />
 ด้านนายอาทิกกล่าวผ่านล่ามว่า“รู้สึกมีความมั่นใจกับกระบวนการยุติธรรมของไทยมากขึ้น&#8203; แต่ยอมรับว่า 23 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัวมีความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยจากการได้มาติดตามการรับฟังคดีด้วยตัวเอง ทำให้ค่อนข้างพอใจกับความคืบหน้าของคดีในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะเป็นสิ่งที่รอคอยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ถือว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนานมาก อย่างไรก็ตามยังมีความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมไทย และจะรอคอยจนกว่าผลการพิจารณาคดีว่าเป็นอย่างไรต่อไป”<br />
<br />
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเสร็จการพิจารณาพล.ต.ท.สมคิด และจำเลยคนอื่นไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพราะเกรงจะผิดเงื่อนไขการประกันตัว อย่างไรก็ตามระหว่างอยู่ในห้องพิจารณาทั้งฝ่ายพล.ต.ท.สมคิด และคณะจากซาอุฯ นั่งอยู่คนละด้าน โดยมีกลุ่มผู้สื่อข่าวนั่งคั่นกลาง ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้เผชิญหน้ากัน แต่อย่างใด                                                                                                          <br />
<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTBNRFV4Tmc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปม"ร.ต.มาร์ค"ดิ้น-ตีความ-ฟ้องอุตลุด ]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13418.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:33:20 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13418.html</guid>
			<description><![CDATA[รายงานพิเศษ<br />
<br />
<br />
<br />
ยกเป็นซีรีส์เด่นที่เนื้อหาเข้มข้นขึ้นทุกขณะในเวลานี้ <br />
<br />
กับฉากกระทรวงกลาโหมเดินหน้าถอดยศ"ร.ต." ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร<br />
<br />
ล่าสุดเรื่องเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์อีกครั้ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย<br />
<br />
เป็นคำร้องของ 134 ส.ส. ที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ของนายอภิสิทธิ์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่ <br />
<br />
หลังจากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ ยศร้อยตรี ออกจากราชทหารกองหนุน <br />
<br />
โดยขีดเส้นให้นายอภิสิทธิ์ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ศาลมีมติตั้งแต่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา <br />
<br />
กล่าวสำหรับคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2556 เป็นคำสั่งของกระทรวงกลาโหมที่ 1/2556 เรื่อง "เพิกถอนคำสั่งกระทรวงกลาโหม" ลงนามโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม<br />
<br />
หนังสือระบุว่า มีหลักฐานเป็นที่ยุติว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัครเข้ารับราชการในโรงเรียนนายร้อย จปร. โดยเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติบรรจุเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร <br />
<br />
อันมีมูลเหตุจากเป็นบุคคลที่ไม่ผ่านการรับราชการทหารกองประจำการ ไม่ผ่าน (ขาด) การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการโดยไม่ได้รับการผ่อนผันตามกฎหมาย ไม่มีเอกสารใบสำคัญทางทหารหรือเอกสารผ่อนผัน<br />
<br />
<br />
<br />
ดังนั้นคำสั่งให้บรรจุนายอภิสิทธิ์เป็นข้าราชการพลเรือนชั้นสัญญาบัตร เป็นนายทหารสัญญาบัตร มียศว่าที่ ร.ต. เป็นคำสั่งที่ออกด้วยความผิดหลง และที่มาจากความไม่สุจริต จึงเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย <br />
<br />
แต่เป็นคำสั่งที่ยังมีผลบังคับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจำต้องปฏิบัติตามต่อไป อีกทั้งสิทธิและหน้าที่ประโยชน์ที่ได้รับจากคำสั่งมิชอบด้วยกฎหมายนั้นยังคงมีอยู่ถึ&#8203;งปัจจุบันและอนาคต <br />
<br />
ทำให้รัฐและราชการของกระทรวงกลาโหมเสียหาย <br />
<br />
จึงมีความจำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ประกอบด้วย<br />
<br />
1.คำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 720/30 ลงวันที่ 7 ส.ค.2530 เรื่องบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เฉพาะในรายหมายเลขหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมายเลขประจำตัว 6302030807 คุณวุฒิ Bachelor of Arts (Philosophy, Politics, and Economics) แห่ง University of Oxford ประเทศอังกฤษ <br />
<br />
เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ตำแหน่ง รรก.อจ.ส่วนการศึกษา รร.จปร. (ชกท.2701) รับเงินเดือน ระดับ น.1 ขั้น 3 (2,765 บาท)<br />
<br />
2.คำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 339/31 ลงวันที่ 26 เม.ย.2531 เรื่องแต่งตั้งข้าราชการกลาโหม พลเรือนเป็นนายทหารสัญญาบัตร เฉพาะในรายหมายเลขหนึ่ง ว่าที่ ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมายเลขประจำตัว 6302030807 รรก.อจ.ส่วนการศึกษา รร.จปร. (เหล่า สบ.)<br />
<br />
ทั้งนี้ คำสั่งในข้อ 1 ตั้งแต่ 7 ส.ค.2530 และข้อ 2 ตั้งแต่ 26 เม.ย.2531 <br />
<br />
"บิ๊กโอ๋" เปิดศักราชใหม่ปีมะเส็ง เซ็นคำสั่งแรกของกระทรวง ฟัน 2 ดาบทั้งปลดและถอดยศนายอภิสิทธิ์ กระทั่งนำไปสู่การรับวินิจฉัยสถานภาพ ส.ส. โดยศาลรัฐธรรมนูญ<br />
<br />
ซึ่งหากศาลตัดสินออกมาอย่างไร ย่อมมีผลต่อประชาธิปัตย์และการปฏิรูปพรรคอย่างแน่นอน <br />
<br />
<br />
<br />
กระสุนนัดแรกจึงถือว่าเข้าเป้า แต่ปลายทางจะเป็นอย่างไรนั้นอีกเรื่อง ต้องรอให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย <br />
<br />
อย่างที่เปรียบเรื่องนี้เหมือนกับซีรีส์ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของตัวละครมีหลายฉาก หลายตอน และหลายสถานที่ นอกจากการยื่นร้องของ 134 ส.ส.ให้วินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์แล้ว <br />
<br />
ยังมี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ที่ยื่นสอบประเด็นนี้มาตั้งแต่ยุคแรกๆ และเมื่อ พล.อ.อ.สุกำพล เซ็นคำสั่งที่ 1/2556 ก็มีการเคลื่อนไหวในลำดับถัดมาอีก <br />
<br />
ทำหนังสือถึง กกต.ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ในฐานะส.ส. และผู้นำฝ่ายค้านในสภา เพราะคำสั่งปลดและถอดยศดังกล่าวอาจทำให้ภาพแลดูไม่สง่างามและเหมาะสม<br />
<br />
โดยเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการฯ ของ กกต. <br />
<br />
ขณะที่นายอภิสิทธิ์เองก็ไม่ยอมรับข้อกล่าวหา ยืนกรานในความบริสุทธิ์ ถูกต้อง ของตัวเอง มอบหมายทีมทนายความไปฟ้องต่อศาลปกครองว่า คำสั่งถอดยศและปลดออกจากราชการของ พล.อ.อ. สุกำพล เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย <br />
<br />
พร้อมขอให้ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้แต่ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา <br />
<br />
เนื่องจากเกิดการโต้เถียงจาก 2 ฝ่าย ฝั่งรมว.กลาโหมยืนยันถึงการดำเนินการว่าถูกต้อง เป็นเรื่องของวินัยทหาร ทำตามระเบียบกระทรวงกลาโหม จึงไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลปกครอง <br />
<br />
ขณะที่ฟากประชาธิปัตย์แย้งว่า นายอภิสิทธิ์เป็นทหารกองหนุน เข้าข่ายที่ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยได้ <br />
<br />
<br />
<br />
ต่อมา พล.อ.อ.สุกำพล ส่งทีมงานยื่นเรื่องโต้แย้งว่าศาลปกครองไม่มีสิทธิ์รับเรื่อง เป็นเหตุให้ศาลแพ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการพิจารณาว่าศาลปกครองมีอำนาจหรือไม่ <br />
<br />
หากศาลแพ่งเห็นว่าศาลปกครองมีอำนาจ ศาลปกครองก็จะกลับมาเดินหน้าพิจารณาเรื่องนี้ แต่ถ้าศาลแพ่งเห็นว่าเป็นอำนาจของศาลแพ่งหรือศาลอื่น จะต้องเข้าสู่คณะกรรมการซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยว่าจะเป็นอำนาจของศาลใด<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม การยื่นฟ้องไม่จบเท่านี้ ทีมทนายความของนายอภิสิทธิ์ยังร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต&#8203;ิ (ป.ป.ช.) <br />
<br />
ให้ดำเนินการทางอาญาตามมาตรา 157 กับพล.อ.อ. สุกำพล ในฐานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ป.ป.ช.เพิ่งเรียกนายอภิสิทธิ์ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม <br />
<br />
เรียกว่าฟ้องกันอุตลุด งานเข้ากันทั้งคู่ <br />
<br />
<br />
<br />
ไม่นับรวมแมตช์ตามน้ำอื่นๆ ไม่ว่า กรณีเครือข่ายพันธมิตร เข้าชื่อถอดถอนพล.อ.อ.สุกำพล โดยยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ระบุว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 <br />
<br />
และขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 <br />
<br />
รวมถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นผู้ตรวจราชการให้สอบสวนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) <br />
<br />
ที่ไม่ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีที่ดินรัชดาฯ <br />
<br />
ซีรีส์เรื่องนี้คงต้องฉายกันอีกยาว<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTNNakU0T1E9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[รายงานพิเศษ<br />
<br />
<br />
<br />
ยกเป็นซีรีส์เด่นที่เนื้อหาเข้มข้นขึ้นทุกขณะในเวลานี้ <br />
<br />
กับฉากกระทรวงกลาโหมเดินหน้าถอดยศ"ร.ต." ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร<br />
<br />
ล่าสุดเรื่องเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์อีกครั้ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย<br />
<br />
เป็นคำร้องของ 134 ส.ส. ที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ของนายอภิสิทธิ์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่ <br />
<br />
หลังจากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ ยศร้อยตรี ออกจากราชทหารกองหนุน <br />
<br />
โดยขีดเส้นให้นายอภิสิทธิ์ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ศาลมีมติตั้งแต่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา <br />
<br />
กล่าวสำหรับคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2556 เป็นคำสั่งของกระทรวงกลาโหมที่ 1/2556 เรื่อง "เพิกถอนคำสั่งกระทรวงกลาโหม" ลงนามโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม<br />
<br />
หนังสือระบุว่า มีหลักฐานเป็นที่ยุติว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัครเข้ารับราชการในโรงเรียนนายร้อย จปร. โดยเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติบรรจุเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร <br />
<br />
อันมีมูลเหตุจากเป็นบุคคลที่ไม่ผ่านการรับราชการทหารกองประจำการ ไม่ผ่าน (ขาด) การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการโดยไม่ได้รับการผ่อนผันตามกฎหมาย ไม่มีเอกสารใบสำคัญทางทหารหรือเอกสารผ่อนผัน<br />
<br />
<br />
<br />
ดังนั้นคำสั่งให้บรรจุนายอภิสิทธิ์เป็นข้าราชการพลเรือนชั้นสัญญาบัตร เป็นนายทหารสัญญาบัตร มียศว่าที่ ร.ต. เป็นคำสั่งที่ออกด้วยความผิดหลง และที่มาจากความไม่สุจริต จึงเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย <br />
<br />
แต่เป็นคำสั่งที่ยังมีผลบังคับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจำต้องปฏิบัติตามต่อไป อีกทั้งสิทธิและหน้าที่ประโยชน์ที่ได้รับจากคำสั่งมิชอบด้วยกฎหมายนั้นยังคงมีอยู่ถึ&#8203;งปัจจุบันและอนาคต <br />
<br />
ทำให้รัฐและราชการของกระทรวงกลาโหมเสียหาย <br />
<br />
จึงมีความจำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ประกอบด้วย<br />
<br />
1.คำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 720/30 ลงวันที่ 7 ส.ค.2530 เรื่องบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เฉพาะในรายหมายเลขหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมายเลขประจำตัว 6302030807 คุณวุฒิ Bachelor of Arts (Philosophy, Politics, and Economics) แห่ง University of Oxford ประเทศอังกฤษ <br />
<br />
เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ตำแหน่ง รรก.อจ.ส่วนการศึกษา รร.จปร. (ชกท.2701) รับเงินเดือน ระดับ น.1 ขั้น 3 (2,765 บาท)<br />
<br />
2.คำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 339/31 ลงวันที่ 26 เม.ย.2531 เรื่องแต่งตั้งข้าราชการกลาโหม พลเรือนเป็นนายทหารสัญญาบัตร เฉพาะในรายหมายเลขหนึ่ง ว่าที่ ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมายเลขประจำตัว 6302030807 รรก.อจ.ส่วนการศึกษา รร.จปร. (เหล่า สบ.)<br />
<br />
ทั้งนี้ คำสั่งในข้อ 1 ตั้งแต่ 7 ส.ค.2530 และข้อ 2 ตั้งแต่ 26 เม.ย.2531 <br />
<br />
"บิ๊กโอ๋" เปิดศักราชใหม่ปีมะเส็ง เซ็นคำสั่งแรกของกระทรวง ฟัน 2 ดาบทั้งปลดและถอดยศนายอภิสิทธิ์ กระทั่งนำไปสู่การรับวินิจฉัยสถานภาพ ส.ส. โดยศาลรัฐธรรมนูญ<br />
<br />
ซึ่งหากศาลตัดสินออกมาอย่างไร ย่อมมีผลต่อประชาธิปัตย์และการปฏิรูปพรรคอย่างแน่นอน <br />
<br />
<br />
<br />
กระสุนนัดแรกจึงถือว่าเข้าเป้า แต่ปลายทางจะเป็นอย่างไรนั้นอีกเรื่อง ต้องรอให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย <br />
<br />
อย่างที่เปรียบเรื่องนี้เหมือนกับซีรีส์ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของตัวละครมีหลายฉาก หลายตอน และหลายสถานที่ นอกจากการยื่นร้องของ 134 ส.ส.ให้วินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์แล้ว <br />
<br />
ยังมี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ที่ยื่นสอบประเด็นนี้มาตั้งแต่ยุคแรกๆ และเมื่อ พล.อ.อ.สุกำพล เซ็นคำสั่งที่ 1/2556 ก็มีการเคลื่อนไหวในลำดับถัดมาอีก <br />
<br />
ทำหนังสือถึง กกต.ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ในฐานะส.ส. และผู้นำฝ่ายค้านในสภา เพราะคำสั่งปลดและถอดยศดังกล่าวอาจทำให้ภาพแลดูไม่สง่างามและเหมาะสม<br />
<br />
โดยเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการฯ ของ กกต. <br />
<br />
ขณะที่นายอภิสิทธิ์เองก็ไม่ยอมรับข้อกล่าวหา ยืนกรานในความบริสุทธิ์ ถูกต้อง ของตัวเอง มอบหมายทีมทนายความไปฟ้องต่อศาลปกครองว่า คำสั่งถอดยศและปลดออกจากราชการของ พล.อ.อ. สุกำพล เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย <br />
<br />
พร้อมขอให้ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้แต่ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา <br />
<br />
เนื่องจากเกิดการโต้เถียงจาก 2 ฝ่าย ฝั่งรมว.กลาโหมยืนยันถึงการดำเนินการว่าถูกต้อง เป็นเรื่องของวินัยทหาร ทำตามระเบียบกระทรวงกลาโหม จึงไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลปกครอง <br />
<br />
ขณะที่ฟากประชาธิปัตย์แย้งว่า นายอภิสิทธิ์เป็นทหารกองหนุน เข้าข่ายที่ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยได้ <br />
<br />
<br />
<br />
ต่อมา พล.อ.อ.สุกำพล ส่งทีมงานยื่นเรื่องโต้แย้งว่าศาลปกครองไม่มีสิทธิ์รับเรื่อง เป็นเหตุให้ศาลแพ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการพิจารณาว่าศาลปกครองมีอำนาจหรือไม่ <br />
<br />
หากศาลแพ่งเห็นว่าศาลปกครองมีอำนาจ ศาลปกครองก็จะกลับมาเดินหน้าพิจารณาเรื่องนี้ แต่ถ้าศาลแพ่งเห็นว่าเป็นอำนาจของศาลแพ่งหรือศาลอื่น จะต้องเข้าสู่คณะกรรมการซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยว่าจะเป็นอำนาจของศาลใด<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม การยื่นฟ้องไม่จบเท่านี้ ทีมทนายความของนายอภิสิทธิ์ยังร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต&#8203;ิ (ป.ป.ช.) <br />
<br />
ให้ดำเนินการทางอาญาตามมาตรา 157 กับพล.อ.อ. สุกำพล ในฐานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ป.ป.ช.เพิ่งเรียกนายอภิสิทธิ์ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม <br />
<br />
เรียกว่าฟ้องกันอุตลุด งานเข้ากันทั้งคู่ <br />
<br />
<br />
<br />
ไม่นับรวมแมตช์ตามน้ำอื่นๆ ไม่ว่า กรณีเครือข่ายพันธมิตร เข้าชื่อถอดถอนพล.อ.อ.สุกำพล โดยยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ระบุว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 <br />
<br />
และขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 <br />
<br />
รวมถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นผู้ตรวจราชการให้สอบสวนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) <br />
<br />
ที่ไม่ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีที่ดินรัชดาฯ <br />
<br />
ซีรีส์เรื่องนี้คงต้องฉายกันอีกยาว<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UQTNNakU0T1E9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 21/05/56 ราชประสงค์..ที่นี่มีคนตาย ]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13417.html</link>
			<pubDate>Tue, 21 May 2013 06:12:13 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13417.html</guid>
			<description><![CDATA[<img src="http://i40.tinypic.com/xbaech.jpg" border="0" alt="[Image: xbaech.jpg]" /><br />
<br />
สามปี..ผ่านพ้นไป เหมือนไร้ค่า<br />
เลือดน้ำตา บ่าไหลริน ร่างสิ้นสลาย<br />
ณ ตรงนี้ ที่ถูกฆ่า ชีวาวาย<br />
แด่วีรชน คนที่ตาย มาหลายปี....<br />
<br />
คนสั่งฆ่า ยังชูคอ หัวร่อรื่น<br />
ยังชื่นมื่น ไร้ทุกข์ สุขล้นปรี่<br />
แถมบัดซบ ด้วยวาทกรรม พูดย่ำยี<br />
ไร้ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สุดต่ำทราม....<br />
<br />
ยุติธรรม เลือนลับ เหมือนอับแสง<br />
ภาพจำแลง ยังอับเฉา เฝ้ารอถาม<br />
มันมืดมิด มัวหม่น จนเกินงาม<br />
ชนทุกนาม แสนรันทด เพราะกฎใคร?....<br />
<br />
ต้องเอา..คนสั่งฆ่า มาลงโทษ<br />
พวกชั่วโฉด ต้องรับกรรม ที่ทำไว้<br />
สามปีผ่าน แค่ความหวัง ยังรำไร<br />
กลัวนานไป ยิ่งเฉยชา ถูกฆ่าฟรี....<br />
<br />
ขอน้อมรำลึกถึงวีรชนทุกชีวิตด้วยจิตคารวะ<br />
<br />
เซีย ไทยรัฐ / ๓ บลา ประชาไท<br />
๒๑ พ.ค.๕๖<br />
<a href="http://3blabla.blogspot.com" target="_blank">http://3blabla.blogspot.com</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img src="http://i40.tinypic.com/xbaech.jpg" border="0" alt="[Image: xbaech.jpg]" /><br />
<br />
สามปี..ผ่านพ้นไป เหมือนไร้ค่า<br />
เลือดน้ำตา บ่าไหลริน ร่างสิ้นสลาย<br />
ณ ตรงนี้ ที่ถูกฆ่า ชีวาวาย<br />
แด่วีรชน คนที่ตาย มาหลายปี....<br />
<br />
คนสั่งฆ่า ยังชูคอ หัวร่อรื่น<br />
ยังชื่นมื่น ไร้ทุกข์ สุขล้นปรี่<br />
แถมบัดซบ ด้วยวาทกรรม พูดย่ำยี<br />
ไร้ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สุดต่ำทราม....<br />
<br />
ยุติธรรม เลือนลับ เหมือนอับแสง<br />
ภาพจำแลง ยังอับเฉา เฝ้ารอถาม<br />
มันมืดมิด มัวหม่น จนเกินงาม<br />
ชนทุกนาม แสนรันทด เพราะกฎใคร?....<br />
<br />
ต้องเอา..คนสั่งฆ่า มาลงโทษ<br />
พวกชั่วโฉด ต้องรับกรรม ที่ทำไว้<br />
สามปีผ่าน แค่ความหวัง ยังรำไร<br />
กลัวนานไป ยิ่งเฉยชา ถูกฆ่าฟรี....<br />
<br />
ขอน้อมรำลึกถึงวีรชนทุกชีวิตด้วยจิตคารวะ<br />
<br />
เซีย ไทยรัฐ / ๓ บลา ประชาไท<br />
๒๑ พ.ค.๕๖<br />
<a href="http://3blabla.blogspot.com" target="_blank">http://3blabla.blogspot.com</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ยุกติ มุกดาวิจิตร: การตายที่ไม่เปลี่ยนผ่าน]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13416.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:57:13 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13416.html</guid>
			<description><![CDATA[มีคนบ่นว่า "ผ่านมาสามปีแล้ว ทำไมคนเสื้อแดงยังไปรวมตัวกันที่ราชประสงค์กันอีก นี่พวกเขาจะต้องระลึกถึงเหตุการณ์นี้กันไปจนถึงเมื่อไหร่" แล้วลงท้ายว่า "รถติดจะตายอยู่แล้ว ห้างต้องปิดกันหมด ขาดรายได้ นักท่องเที่ยวเดือดร้อน" นั่นสิ น่าคิดว่าทำไมการบาดเจ็บและความตายที่ราชประสงค์เมื่อพฤษภาคม 2553 มีความหมายมากกว่าโศกนาฏกรรมทางการเมืองครั้งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้<br />
<br />
1) โดยทั่วๆ ไป การตายของผู้คนเป็นการตายทางสังคม ไม่ใช่การสิ้นสุดอายุขัยหรือถูกทำให้ตายในทางกายภาพเท่านั้น แต่จะต้องมีการเปลี่ยนผ่านสถานภาพ จากการตายเชิงกายภาพไปสู่การตายเชิงสังคม และกลายไปเป็นบุคคลใหม่ในชีวิตหลังหลังตายด้วย การตายในระดับสังคมโดยกว้างก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน การตายในระดับสังคมการเมืองทุกครั้งจะสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านของสังคมร่วมกัน ในสังคมทั่วไป เราจัดพิธีศพเพื่อส่งผู้ตายและเรียกคนเป็นให้กลับมาสู่สังคม แล้วการตายก็จึงสิ้นสุด แต่ทำไมการตายของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ยังไม่สิ้นสุดเสียที<br />
<br />
กรณี 14 ตุลาคม 2516 มีพระราชพิธีศพแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส่วนการตายเมื่อพฤษภาคม 2535 สิ้นสุดที่การลงจากอำนาจของผู้รับผิดชอบ แต่การตายกรณีเมษา-พฤษภา 53 เป็นการตายที่เหมือนกับกรณี 6 ตุลาคม 2519 คือเป็นการตายที่มีแต่เพียงการตายเชิงกายภาพ ยังไม่มีการเปลี่ยนผ่านทางสังคมเนื่องจากเป็นการตายที่ไม่ได้รับการยอมรับ <br />
<br />
2) แต่การตายกรณีปี 53 มีลักษณะพิเศษอย่างอื่นอีก นี่คือโศกนาฏกรรมทางการเมืองที่คนจำนวนมากในสังคมไทยเชื่อมโยงด้วย นี่คือการบาดเจ็บล้มตายของคน "ส่วนใหญ่" ของประเทศ เพราะพวกเขามีตัวตน มีอัตลักษณ์ มีจินตนาการต่อสังคมและกลุ่มคนร่วมกันอย่างกว้างขวาง และเชื่อมโยงกับฐานเสียงของพรรคการเมืองที่มีคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดในประ&#8203;เทศ การตายครั้งนี้จึงเป็นการตายของ "มวลชน" ที่สนับสนุนพรรคการเมือง เป็นการตายของสังคมประชาธิปไตยที่มีฐานมวลชนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองประชาธ&#8203;ิปไตยไทย<br />
<br />
การตายที่ราชประสงค์จึงไม่เหมือนกับการตายของนักศึกษาในวันที่ 6 ตค. 19 และไม่เหมือนกับการตายของชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ แบบที่ผ่านๆ มาหลายครั้ง ที่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับมวลชนน้อยกว่ากันมาก ประชาชนที่ร่วมรู้สึกกับการตายที่ราชประสงค์จึงมากมาย หลั่งไหลมาจากต่างถิ่น ต่างชนชั้นทางเศรษฐกิจ<br />
<br />
3) การตายครั้งนี้แตกต่างจากการตายครั้งก่อนๆ ที่ผู้เป็นเหยื่อถูกผลักให้เป็นศัตรูกับกลุ่มคนที่พวกเขาเรียกว่า "อำมาตย์" ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มักแสดงออกว่าเห็นใจใยดีกับประชาชนและคอยปกป้องช่วยเหลือประชาชนเ&#8203;มื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองในลักษณะนี้มาก่อน การบาดเจ็บล้มตายครั้งนี้จึงนับเป็นการบาดเจ็บล้มตายทางการเมืองที่ประชาชนรู้สึกถึง&#8203;การถูกปล่อยปละละเลยมากที่สุด ถูกดูดายมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ดังที่พวกเขาประชดประชันว่าเป็น "ลูกที่พ่อแม่ไม่รัก"<br />
<br />
4) นี่คือการแสดงออกว่าประชาชนไม่ต้องการให้ถูกดูหมิ่นเหยีดหยามในศักดิ์ศรีอีกต่อไป ลำพังการเยียวยาด้วยเงิน ด้วยมาตรการต่างๆ จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ราคาของความสูญเสียของพวกเขาจึงสูงขึ้น สูงมากกว่าราคาของความตายทางการเมืองที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มาตรการการเยียวยาใดๆ จึงยังไม่สำคัญเท่ากับว่า พวกเขาจะต้องได้รับความยุติธรรม <br />
<br />
รัฐบาลจึงต้องชั่งตวงวัดให้ดีว่า การนิรโทษกรรมนั้นจะกระทำแบบเหมารวมยกยอดตัดตอนไม่เอาผิดใครเลย ไม่ให้เจ้าหน้าที่ต้อง่ับผิดเลยนั้น สมควรหรือไม่ สังคมจะยอมรับได้หรือไม่ จะเพียงพอแก่การเยียวยาความเจ็บปวดของสังคมในปัจจุบันได้หรือไม่ หากมีการสะสางคดี มีการดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมที่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้บังคับบัญชา ด้วย อาจจะสามารถเยียวยาสังคมได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่คิดเพียงแต่ว่าทำๆ ไปแบบในอดีตก็จบ อย่าลืมว่าสังคมเปลี่ยนไปแล้ว<br />
<br />
5) การตายนี้ยังใช้เป็นพลังต่อรองทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองที่ยังคอยจ้องล้มรัฐบาลขอ&#8203;งมวลชนคนเสื้้อแดง พวกเขาเห็นว่า ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่สิ้นสุด ยังมีไฟคุกรุ่นที่จะคอยถูกพัดกระพือให้ลุกโชนขึ้นมาได้ทุกเมื่อ การรวมตัวของพวกเขานัยหนึ่งเพื่อรำลึกถึงการตายของมวลชนของพวกเขา แต่อีกนัยหนึ่งก็เพื่อแสดงพลังให้เห็นว่า พวกเขายังพร้อมที่จะต่อกรกับพลังทางการเมืองที่เล่นนอกกติกาของการเลือกตั้ง<br />
<br />
6) ในท้ายที่สุดในอนาคต จะต้องมีการสร้างสัญลักษณ์ สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อให้สังคมไทยทั้งมวลระลึกต่อเหตุการณ์นี้ สังคมไทยทั้งมวล ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะต้องเข้าใจปรากฏการณ์นี้ให้ดีขึ้น นอกจากนั้น สังคมทั้งมวลจะเปลี่ยนผ่านไปได้ด้วยการกอบกู้ศักดิ์ศรีของผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อ ด้วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์หน้านี้อย่างตรงไปตรงมาและถูกต้อง ให้สังคมทั้งสังคมยอมรับถึงความผิดพลาดของรัฐและสถาบันทางการเมืองที่ดึงดันต่อความป&#8203;ระสงค์ของราษฎร และยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน<br />
<br />
ตราบใดที่ยังไม่มีการฌาปนกิจความตายที่ราชประสงค์อย่างเหมาะสม สังคมไทยก็จะไม่มีวันผ่านพ้นภาวะความตายนี้ไปได้ มวลชนจะยังคงมาร่วมทำบุญครบรอบให้ศพคนตาย จนกว่าสังคมจะยินยอมเปลี่ยนผ่านความตายนี้อย่างยุติธรรม จนกว่าพลังของ "อำมาตย์" จะมอดหมดไป เมื่อนั้นการชุมนุมที่ราชประสงค์ทุกวันที่ 19 พฤษภาคมก็จะค่อยๆ ซาลงไป<br />
<a href="http://blogazine.in.th/blogs/yukti-mukdawijitra/post/4162" target="_blank">http://blogazine.in.th/blogs/yukti-mukda.../post/4162</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[มีคนบ่นว่า "ผ่านมาสามปีแล้ว ทำไมคนเสื้อแดงยังไปรวมตัวกันที่ราชประสงค์กันอีก นี่พวกเขาจะต้องระลึกถึงเหตุการณ์นี้กันไปจนถึงเมื่อไหร่" แล้วลงท้ายว่า "รถติดจะตายอยู่แล้ว ห้างต้องปิดกันหมด ขาดรายได้ นักท่องเที่ยวเดือดร้อน" นั่นสิ น่าคิดว่าทำไมการบาดเจ็บและความตายที่ราชประสงค์เมื่อพฤษภาคม 2553 มีความหมายมากกว่าโศกนาฏกรรมทางการเมืองครั้งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้<br />
<br />
1) โดยทั่วๆ ไป การตายของผู้คนเป็นการตายทางสังคม ไม่ใช่การสิ้นสุดอายุขัยหรือถูกทำให้ตายในทางกายภาพเท่านั้น แต่จะต้องมีการเปลี่ยนผ่านสถานภาพ จากการตายเชิงกายภาพไปสู่การตายเชิงสังคม และกลายไปเป็นบุคคลใหม่ในชีวิตหลังหลังตายด้วย การตายในระดับสังคมโดยกว้างก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน การตายในระดับสังคมการเมืองทุกครั้งจะสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านของสังคมร่วมกัน ในสังคมทั่วไป เราจัดพิธีศพเพื่อส่งผู้ตายและเรียกคนเป็นให้กลับมาสู่สังคม แล้วการตายก็จึงสิ้นสุด แต่ทำไมการตายของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ยังไม่สิ้นสุดเสียที<br />
<br />
กรณี 14 ตุลาคม 2516 มีพระราชพิธีศพแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส่วนการตายเมื่อพฤษภาคม 2535 สิ้นสุดที่การลงจากอำนาจของผู้รับผิดชอบ แต่การตายกรณีเมษา-พฤษภา 53 เป็นการตายที่เหมือนกับกรณี 6 ตุลาคม 2519 คือเป็นการตายที่มีแต่เพียงการตายเชิงกายภาพ ยังไม่มีการเปลี่ยนผ่านทางสังคมเนื่องจากเป็นการตายที่ไม่ได้รับการยอมรับ <br />
<br />
2) แต่การตายกรณีปี 53 มีลักษณะพิเศษอย่างอื่นอีก นี่คือโศกนาฏกรรมทางการเมืองที่คนจำนวนมากในสังคมไทยเชื่อมโยงด้วย นี่คือการบาดเจ็บล้มตายของคน "ส่วนใหญ่" ของประเทศ เพราะพวกเขามีตัวตน มีอัตลักษณ์ มีจินตนาการต่อสังคมและกลุ่มคนร่วมกันอย่างกว้างขวาง และเชื่อมโยงกับฐานเสียงของพรรคการเมืองที่มีคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดในประ&#8203;เทศ การตายครั้งนี้จึงเป็นการตายของ "มวลชน" ที่สนับสนุนพรรคการเมือง เป็นการตายของสังคมประชาธิปไตยที่มีฐานมวลชนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองประชาธ&#8203;ิปไตยไทย<br />
<br />
การตายที่ราชประสงค์จึงไม่เหมือนกับการตายของนักศึกษาในวันที่ 6 ตค. 19 และไม่เหมือนกับการตายของชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ แบบที่ผ่านๆ มาหลายครั้ง ที่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับมวลชนน้อยกว่ากันมาก ประชาชนที่ร่วมรู้สึกกับการตายที่ราชประสงค์จึงมากมาย หลั่งไหลมาจากต่างถิ่น ต่างชนชั้นทางเศรษฐกิจ<br />
<br />
3) การตายครั้งนี้แตกต่างจากการตายครั้งก่อนๆ ที่ผู้เป็นเหยื่อถูกผลักให้เป็นศัตรูกับกลุ่มคนที่พวกเขาเรียกว่า "อำมาตย์" ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มักแสดงออกว่าเห็นใจใยดีกับประชาชนและคอยปกป้องช่วยเหลือประชาชนเ&#8203;มื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองในลักษณะนี้มาก่อน การบาดเจ็บล้มตายครั้งนี้จึงนับเป็นการบาดเจ็บล้มตายทางการเมืองที่ประชาชนรู้สึกถึง&#8203;การถูกปล่อยปละละเลยมากที่สุด ถูกดูดายมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ดังที่พวกเขาประชดประชันว่าเป็น "ลูกที่พ่อแม่ไม่รัก"<br />
<br />
4) นี่คือการแสดงออกว่าประชาชนไม่ต้องการให้ถูกดูหมิ่นเหยีดหยามในศักดิ์ศรีอีกต่อไป ลำพังการเยียวยาด้วยเงิน ด้วยมาตรการต่างๆ จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ราคาของความสูญเสียของพวกเขาจึงสูงขึ้น สูงมากกว่าราคาของความตายทางการเมืองที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มาตรการการเยียวยาใดๆ จึงยังไม่สำคัญเท่ากับว่า พวกเขาจะต้องได้รับความยุติธรรม <br />
<br />
รัฐบาลจึงต้องชั่งตวงวัดให้ดีว่า การนิรโทษกรรมนั้นจะกระทำแบบเหมารวมยกยอดตัดตอนไม่เอาผิดใครเลย ไม่ให้เจ้าหน้าที่ต้อง่ับผิดเลยนั้น สมควรหรือไม่ สังคมจะยอมรับได้หรือไม่ จะเพียงพอแก่การเยียวยาความเจ็บปวดของสังคมในปัจจุบันได้หรือไม่ หากมีการสะสางคดี มีการดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมที่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้บังคับบัญชา ด้วย อาจจะสามารถเยียวยาสังคมได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่คิดเพียงแต่ว่าทำๆ ไปแบบในอดีตก็จบ อย่าลืมว่าสังคมเปลี่ยนไปแล้ว<br />
<br />
5) การตายนี้ยังใช้เป็นพลังต่อรองทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองที่ยังคอยจ้องล้มรัฐบาลขอ&#8203;งมวลชนคนเสื้้อแดง พวกเขาเห็นว่า ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่สิ้นสุด ยังมีไฟคุกรุ่นที่จะคอยถูกพัดกระพือให้ลุกโชนขึ้นมาได้ทุกเมื่อ การรวมตัวของพวกเขานัยหนึ่งเพื่อรำลึกถึงการตายของมวลชนของพวกเขา แต่อีกนัยหนึ่งก็เพื่อแสดงพลังให้เห็นว่า พวกเขายังพร้อมที่จะต่อกรกับพลังทางการเมืองที่เล่นนอกกติกาของการเลือกตั้ง<br />
<br />
6) ในท้ายที่สุดในอนาคต จะต้องมีการสร้างสัญลักษณ์ สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อให้สังคมไทยทั้งมวลระลึกต่อเหตุการณ์นี้ สังคมไทยทั้งมวล ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะต้องเข้าใจปรากฏการณ์นี้ให้ดีขึ้น นอกจากนั้น สังคมทั้งมวลจะเปลี่ยนผ่านไปได้ด้วยการกอบกู้ศักดิ์ศรีของผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อ ด้วยการเรียนรู้ประวัติศาสตร์หน้านี้อย่างตรงไปตรงมาและถูกต้อง ให้สังคมทั้งสังคมยอมรับถึงความผิดพลาดของรัฐและสถาบันทางการเมืองที่ดึงดันต่อความป&#8203;ระสงค์ของราษฎร และยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน<br />
<br />
ตราบใดที่ยังไม่มีการฌาปนกิจความตายที่ราชประสงค์อย่างเหมาะสม สังคมไทยก็จะไม่มีวันผ่านพ้นภาวะความตายนี้ไปได้ มวลชนจะยังคงมาร่วมทำบุญครบรอบให้ศพคนตาย จนกว่าสังคมจะยินยอมเปลี่ยนผ่านความตายนี้อย่างยุติธรรม จนกว่าพลังของ "อำมาตย์" จะมอดหมดไป เมื่อนั้นการชุมนุมที่ราชประสงค์ทุกวันที่ 19 พฤษภาคมก็จะค่อยๆ ซาลงไป<br />
<a href="http://blogazine.in.th/blogs/yukti-mukdawijitra/post/4162" target="_blank">http://blogazine.in.th/blogs/yukti-mukda.../post/4162</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA["อลงกรณ์"ทวีตชี้ทางสว่างให้“แม้ว”แนะปฏิรูปเพื่อไทย-ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13415.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:48:52 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13415.html</guid>
			<description><![CDATA[ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคกลาง โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว “อลงกรณ์ พลบุตร” ถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์มายังเวทีคนเสื้อแดง ที่สี่แยกราชประสงค์ กรณีการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ว่าการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่สำเร็จในมุมองของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เห็นตรงกันที่จะเดินหน้าปฏิรูป เพื่อให้การเมืองไทยไปสู่อนาคตใหม่ เพราะประเทศประสบกับปัญหามะเร็งร้ายคือ คอร์รัปชั่นระบาด ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับ กล้าวิจารณ์ และยอมรับความผิดพลาดเหมือนที่ตนออกมาวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะพบว่า ตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณมีส่วนทำให้ประชาธิปไตยและประเทศมีปัญหา ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบริหารประเทศ ในช่วงปี 44-49 ด้วยความซื่อสัตย์ไม่มีการทุจริต เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่แทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่ละเมิดสถาบัน ไม่บริหารแบบผิดธรรมทำนองคลองธรรม การปฏิวัติคงไม่เกิด<br />
<br />
<br />
นายอลงกรณ์ทวีตอีกว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณให้พรรคประชาธิปัตย์ ฟังความเห็นของตน ตนก็อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณรับฟังความเห็นของตนด้วยเช่นกัน โดยขอ 2 ข้อคือ 1.ให้พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับความยุติธรรม และ 2.สนับสนุนการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย ให้พัฒนาสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริงแข่งขันเชิงคุณภาพอย่าง&#8203;สร้างสรรค์<br />
<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369026496&amp;grpid=&amp;catid=01&amp;subcatid=0100" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0100</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคกลาง โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว “อลงกรณ์ พลบุตร” ถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์มายังเวทีคนเสื้อแดง ที่สี่แยกราชประสงค์ กรณีการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ว่าการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่สำเร็จในมุมองของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เห็นตรงกันที่จะเดินหน้าปฏิรูป เพื่อให้การเมืองไทยไปสู่อนาคตใหม่ เพราะประเทศประสบกับปัญหามะเร็งร้ายคือ คอร์รัปชั่นระบาด ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับ กล้าวิจารณ์ และยอมรับความผิดพลาดเหมือนที่ตนออกมาวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะพบว่า ตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณมีส่วนทำให้ประชาธิปไตยและประเทศมีปัญหา ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบริหารประเทศ ในช่วงปี 44-49 ด้วยความซื่อสัตย์ไม่มีการทุจริต เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่แทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่ละเมิดสถาบัน ไม่บริหารแบบผิดธรรมทำนองคลองธรรม การปฏิวัติคงไม่เกิด<br />
<br />
<br />
นายอลงกรณ์ทวีตอีกว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณให้พรรคประชาธิปัตย์ ฟังความเห็นของตน ตนก็อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณรับฟังความเห็นของตนด้วยเช่นกัน โดยขอ 2 ข้อคือ 1.ให้พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับความยุติธรรม และ 2.สนับสนุนการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย ให้พัฒนาสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริงแข่งขันเชิงคุณภาพอย่าง&#8203;สร้างสรรค์<br />
<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369026496&amp;grpid=&amp;catid=01&amp;subcatid=0100" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0100</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ครบรอบ 3 ปี ′ความรุนแรง′ ′บาดแผล-บทเรียน′สังคมไทย]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13414.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:46:19 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13414.html</guid>
			<description><![CDATA[หมายเหตุ - ทรรศนะของนักวิชาการในโอกาสครบรอบ 3 ปีรำลึกเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553<br />
<br />
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์<br />
<br />
ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต<br />
<br />
บทเรียนรู้ที่สำคัญคือว่า อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยไทย ถูกทำให้พร่าเลือนไปจากความทรงจำ เพราะเหตุการณ์พฤษภาคมปีཱ นั้น รัฐบาลที่ปราบปรามประชาชนเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองในกระบวนการของประชาธิปไตย เเต่กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้กลับเป็นยุคสมัยที่มีการสังหารประชาชนกลางเมืองหลวงมากที่ส&#8203;ุดในหน้าประวัติศาสตร์<br />
<br />
ดังนั้น คนจึงเริ่มสับสนว่าอะไรคืออุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา อุปสรรคสำคัญก็คือกลุ่มพลังอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมที่ใช้ทหารเป็นผู้เเสดงนำ นั่นเป็นสิงที่เราเห็นได้ชัดเจนว่านั่นคือกลุ่มพลังที่อยู่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย&#8203;<br />
<br />
เเต่ตอนนี้กลุ่มพลังอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมนั้นสามารถที่จะซ่อนตัวอยู่หลังพรรคการ&#8203;เมืองที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยได้ เรียกได้ว่าในยุคสมัยนี้เหมือนกับเป็นการย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่เเล้วในยุค 2520 ซึ่งตอนนั้นพลังของพรรคการเมืองเเละระบบของการเลือกตั้งยังไม่เข้มเเข็งพอ กลุ่มพรรคการเมืองเหล่านั้นจึงต้องไปซุกอยู่ในอ้อมอกของพลังอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิย&#8203;ม เเละเราเห็นได้ชัดเจนว่าทหารคือผู้เเสดงนำที่เป็นอุปสรรคชัดเจนของการพัฒนาประชาธิปไ&#8203;ตย<br />
<br />
ซึ่งตอนนี้ภาพเหล่านั้นไม่ชัดเจนเเละก่อความหวังที่ในใจคนรุ่นใหม่ให้อาจเชื่อได้ว่า&#8203; อัศวินม้าขาวหรือว่าทหารสามารถที่จะทำการรัฐประหารได้อีกครั้งอย่างชอบธรรม เเม้ว่าในท้ายที่สุด พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าอัศวินเหล่านั้นคือผู้เเสดงพลังในอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมที&#8203;่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยที่เเท้จริง<br />
<br />
มันทำให้ก่อความรู้สึกว่า ทำรัฐประหารก็ไม่เป็นไร มันปรับเปลี่ยนอารมณ์ของคนรุ่นนี้ไป เเม้ว่าการยึดอำนาจในปัจจุบันจะไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศมหาอำนาจทั้งโลก เพราะมันผิดยุคสมัยทางการเมืองเเละเศรษฐกิจ เเต่ใครจะรู้ว่ากลุ่มที่ยึดอำนาจนั้นไม่เคยคิดถึงประเทศอยู่เเล้ว เขาพร้อมจะกระทำการยึดอำนาจ ก่อนเข้าปรับเปลี่ยนเเนวนโยบายบางอย่างของรัฐ เพิ่มผลประโยชน์ให้กับองค์กรของตนเองเเละปรับเปลี่ยนการจัดสรรทรัพยากรของสังคม เเล้วก็เเสดงตนว่าถอยตัวเองไปจากการยึดอำนาจ ผมคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ฝ่ายยึดอำนาจเรียนรู้<br />
<br />
เเต่สังคมจะเรียนรู้ต่อวิธีการกระทำของคนเหล่านี้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ทำไมสังคมไทยไม่มีหน้าประวัติศาสตร์ในการอธิบายถึงการพังทลายทางเศรษฐกิจเเละการเมือ&#8203;งของประเทศ จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุใดคนไทยไม่มีความทรงจำที่ว่ารัฐบาลทหารไทยนำประเทศเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ คือญี่ปุ่น เยอรมนี เเละอิตาลี<br />
<br />
ก่อนจะประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งสุดท้ายเป็นการพ่ายเเพ้ของทหารไทย เรื่องนี้ไม่ถูกเขียนอยู่ในบทเรียน นี่เป็นตัวอย่างชัดเจน ว่าทหารไทยที่เป็นฝ่ายเเสดงเเละมีกลุ่มอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมอยู่ข้างหลังจึงสามา&#8203;รถรอดพ้นจากความทรงจำได้ เพราะไม่ถูกใส่ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ทั้งในเเบบเรียนเเละในสังคมไทย<br />
<br />
ดังนั้น เหตุการณ์ความตายของประชาชนกลางพระนครในปี′53ไม่ได้ต่างไปจากการตายของประชาชนในเหตุ&#8203;การณ์พฤษภาปี′35 6 ตุลาปี19 หรือเเม้เเต่ 14 ตุลาปี16  ความตายของทั้ง 4 เหตุการณ์ใหญ่เหล่านี้ รวมทั้งการตายของประชาชนที่ตากใบเเละกรือเซะ ได้สะท้อนให้เห็นว่า 40 ปีที่ผ่านมา ที่เราบอกกันว่าได้เดินทางเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยนั้นกลับเเสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เลย เรากำลังอยู่ในยุคของประชาธิปไตยภายใต้การกำกับของอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมที่มีทหา&#8203;รเป็นผู้เเสดงนำ<br />
<br />
 <br />
<br />
สุขุม นวลสกุล<br />
<br />
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง<br />
<br />
อยากให้ประเทศไทยสงบ แต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เอาแต่ยึดอยู่กับจุดยืนของตัวเอง เช่น ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่สุดไปในอีกทางหนึ่ง มองว่าอีกฝ่ายเข้าตาจนเหมือนกัน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นผิด ซึ่งความเป็นจริงนั้นเราควรยอมฟังฝ่ายอื่นบ้าง<br />
<br />
ผมเห็นด้วยกับทางคุณวรชัย เหมะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อภัยและปล่อยประชาชน แล้วค่อยพิจารณาในความผิดของแกนนำ หรือว่าแนวทางของนิติราษฎร์ที่ไม่ได้เน้นให้ยกโทษแต่ให้นำคดีมาพิจารณากันใหม่ว่าไปต&#8203;ามกระบวนการ ผิดก็ว่าไปตามผิด รวมถึงคดีของคุณทักษิณด้วยที่นำมาพิจารณาใหม่ด้วยอาจจะส่งผลให้คนที่มองว่าคุณทักษิณ&#8203;ผิดนั้นพอรับได้บ้าง<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านนั้นจะมองว่าไม่มีความหมายเลยไม่ได้ เพราะว่าถ้า 3 ปีที่ผ่านมานั้นไม่มีความหมายมันก็ต้องจุดติดกันไปแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่มันจุดกันไม่ติดทั้งสองฝ่าย ทุกฝ่ายมีบทเรียนที่ได้มองเห็นเกี่ยวกับความรุนแรงว่าไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ควรที่จะดำเนินการจนก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น<br />
<br />
สิ่งที่จะทำให้ประสานกันได้และไม่ให้ทั้งสองฝ่ายมองว่าฝ่ายตนนั้นเสียเปรียบกว่าฝ่าย&#8203;ตรงข้าม นั่นคือการผลักดันข้อเสนอที่เห็นว่าดี ให้สถาบันที่ทุกคนมองว่าเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้พิจารณา ไกล่เกลี่ย หาแนวทางที่จะทำให้มีทางออกสำหรับทั้งสองฝ่าย อย่างที่เห็นคือการตั้งกรรมการโดนเอาบุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับมาหาแนวทางที่จะเป็นทางออก เป็นต้น แต่ตอนนี้บุคคลเหล่านี้ต่างถูก "ตราหน้า" กันไปหมด เป็นเหตุผลที่ควรจะให้มีสถาบันที่เป็นกลางที่จะมาพิจารณาข้อเสนอต่างๆ รวมกัน แล้วมองหาและเลือกทางออกที่ดีที่สุด<br />
<br />
การร่วมมือ ร่วมใจ รับฟังความเห็นของฝ่ายอื่นๆ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ บางครั้งฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับข้อเสนออีกฝ่ายหนึ่งเลยเอาแต่ไม่ยอมท่าเดียว ไม่ให้ความร่วมมือหรือรับฟัง ยึดแต่ในข้อเสนอของตน มันจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ เช่น ห้ามให้คุณทักษิณกลับ ห้ามยกโทษให้คุณทักษิณเลย แล้วเรื่องจะยุติลงได้อย่างไร ในเมื่อปัญหามันเกิดจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วเขามีพลัง ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณทักษิณเรื่องอาจจะไม่รุนแรงเช่นนี้ก็เป็นได้ เพราะเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น เราจะมองข้ามคุณทักษิณไปไม่ได้ เพราะเขาคือต้นเหตุ จะให้นำคดีมาพิจารณากันใหม่ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เปิดโอกาสให้เขาได้กลับมาสู้<br />
<br />
การให้นิรโทษกรรมโดยไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาคือตัวเหตุที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างหยุดหรือไม่หยุด แต่เราเองกลับยอมรับตรงจุดนี้ไม่ได้<br />
<br />
 <br />
<br />
วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์<br />
<br />
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านมานั้นคนไทยเรียนรู้น้อยจากเหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมีความขัดแย้งอยู่ เป็นความขัดแย้งที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยคือ เป็นความขัดแย้งที่คำนึงถึงพวกพ้อง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม คือเราพูดว่าใครถูกใครผิด เพราะแต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเองและมองผลประโยชน์ของฝ่ายตนมากกว่าประเทศชาติ จึงทำให้ความขัดแย้งนี้มันขยายไปโดยไม่มี "กรอบ" ที่จะหาทางยุติได้ง่าย<br />
<br />
จุดนี้เป็นจุดที่แตกต่าง ประเทศที่พัฒนาแล้วก็มีความขัดแย้งเช่นเดียวกัน เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีความขัดแย้งในลักษณะ 50-50 อย่างชัดเจนคือแบ่งเป็น เดโมแครต กับ ริพับลิกัน แต่เป็นความขัดแย้งในลักษณะอุดมการณ์ และจุดยืนที่แตกต่างกัน เช่น เดโมแครต มีจุดยืนที่ให้มีการทำแท้งได้ มีโทษประหารชีวิตได้ ในขณะที่ริพับลิกัน ไม่สนับสนุนในจุดนี้ จึงเป็นความขัดแย้งที่สามารถควบคุมได้<br />
<br />
แต่ความขัดแย้งในบ้านเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักอุดมการณ์ แต่เป็นความขัดแย้งที่ขึ้นอยู่กับคณะ บุคคล หรือกลุ่มฝ่าย ดังนั้น เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอำนาจก็จะตรงกับสำนวนไทยที่ว่า ได้ทีขี่แพะไล่ เสียงข้างมากก็จะลากไปทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงเสียงข้างน้อย ซึ่งตรงนี้จะผิดกับหลักประชาธิปไตยที่เป็นการปกครองโดยเสียงข้างมากแต่ต้องคำนึงถึงผ&#8203;ลประโยชน์ของเสียงข้างน้อยด้วย ดังนั้น ทุกคนจึงอยากจะเป็นเสียงข้างมากและทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เป็น<br />
<br />
ถ้าทุกอย่างยังเป็นเช่นนี้ความขัดแย้งก็จะไม่สิ้นสุดเพราะต่างฝ่ายต่างแสวงหาความเป็&#8203;นเสียงข้างมาก เมื่ออีกฝ่ายได้ขึ้นมาเป็นเสียงข้างมากก็จะทำแบบเดียวกันอีก จนกระทั่งเมื่อตัดสินกันไม่ได้ก็จะมีทหารออกมาแล้วก็นับหนึ่งใหม่ และวนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เป็น "วงจรอุบาทว์" ดังคำพูดของอาจารย์ลิขิต ธีรเวคิน ที่เป็นเช่นนี้เพราะทางบ้านเรายังไม่ได้ให้การศึกษาเกี่ยวข้องกับการเมืองดีเท่าที่ค&#8203;วร และไม่ได้ให้ความเข้าใจว่าประเทศชาติต้องอยู่ได้ ถึงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยู่ได้ แต่ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ มันก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นบางครั้งเราต้องทำอะไรเพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน<br />
<br />
บางครั้งเราต้องอย่ามองว่าใครแพ้ ใครชนะ แต่ต้อง Cut Loss หรือการตัดขาดทุน ตัดทิ้งในสิ่งที่สูญเสียไป เราต้องการตัดขาดทุนทางการเมือง ถ้าเราไม่ทำเช่นนี้ทุกอย่างจะเริ่มต้นต่อไปได้ยาก ส่วนตนไม่เคยมองว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดทั้งหมด เราต้องนับหนึ่งกันใหม่ ไม่ใช่อีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้ ต้องกลับมาติดคุก อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าไม่มีทาง มันก็เป็นไปไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างสูญเสียด้วยกันทั้งคู่ แต่เราต้องก้าวไปข้างหน้าต้องยอมกันบ้างมองผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก<br />
<br />
ความเป็นจริงบุคลิกของคนไทยเป็นคนที่ประนีประนอมกันอยู่แล้วทำไมเราไม่นำตรงนี้มาใช้&#8203;ในทางการเมืองบ้าง ผมรู้ว่ามันต้องเจ็บปวดเมื่อเรามีการสูญเสีย แต่เราต้องพูดคุยด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เมื่อฝ่ายหนึ่งมีอำนาจก็ออกกฎหมาย เมื่ออีกฝ่ายมีอำนาจก็จะทำแบบเดียวกันเพื่อแก้แค้น เพราะฉะนั้น ต้องร่วมมือกันตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้งสองฝ่ายและตกลงกันว่าจะ Cut loss ตัดในสิ่งที่สูญเสียกันมากน้อยเท่าไร<br />
<br />
 <br />
<br />
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์<br />
<br />
นักวิชาการอิสระ<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านมาอย่างน้อยที่สุดมีสองสิ่งที่ดีขึ้น ก็คือเหตุการณ์ปีཱ ทำให้คนจำนวนมาก มองเห็นปัญหาการเมืองไทยไม่ใช่มีแค่การเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่ามีปัญหาสถาบันการเมืองหรือว่าองค์กรทางการเมืองจำนวนมากที่อยู่เหนือการเลือกต&#8203;ั้ง ผมคิดว่าจนถึงตอนนี้ เหมือนกับสถาบันตอนนี้ยังไม่ได้ถูกแตะต้อง เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันการเมืองเหล่านี้ มีทิศทางมากขึ้น กระบวนการนี้เป็นกระบวนการประวัติศาสตร์ เปิดขึ้นครั้งแรกไม่เคยมีมาก่อน สำคัญคือสำนึกทางการเมือง ปีཱ สร้างสำนึกทางการเมืองไปไกลกว่าปี 2535 และปี 2516<br />
<br />
ในปี53นี้เองไม่ได้บอกแค่ว่านายกรัฐมนตรี แต่กำลังเป็นกระแส นำไปสู่ว่าอำนาจที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องเหนือสถาบันการเมืองอื่นๆ ด้วย เป็นมรดกของการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันทางการเมือง แบบศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่ง ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระ เป็นมรดกปีཱ หมดเลย แน่นอนอาจยังไม่เห็นผลในระยะอันใกล้ หน้าประวัติศาสตร์ของการวิพากษ์วิจารณ์เปิดขึ้นแล้วไม่มีใครปิดได้<br />
<br />
ถ้ามองเรื่องแบบมาตรฐานในระยะใกล้ ถึงการสูญเสียในปีཱ ไม่ค่อยได้ผลสำเร็จอะไรเป็นรูปธรรม มีการเรียกร้องให้ยุบสภา ก็ไม่ยุบ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้รับการแก้ไข หรือให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคนที่ถูกจับจากการสลายการชุมนุม ส่วนมากก็ยังติดคุกอยู่ ฉะนั้น จึงเป็นการสูญเสียที่ได้รับการตอบแทนกลับมาค่อนข้างน้อย จะกลับไปจำเป็นจะต้องเข้าคำถามว่า เหตุการณ์สูญเสียในปี53เราสามารถหลีกเลี่ยงมันได้หรือเปล่า ในที่สุด มันก็วนไปสู่ว่าความสูญเสียในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะรัฐดำเนินการตัดสินใจสลายการชุมน&#8203;ุมผิดพลาดเกินไปมากขนาดไหน เรื่องนี้สำคัญเหมือนกัน ควรจะมีการพูดให้มากขึ้น เหตุการณ์ ปี 2553 กับเหตุการณ์ ปี 2535 มีความคล้ายคลึงในแง่ที่เราไม่สามารถสร้างขบวนการมวลชนที่ผู้ร่วมชุมนุม สามารถจะกำหนดทิศทางจังหวะก้าวในการเคลื่อนไหว<br />
<br />
ในปี53 การชุมนุมคนเสื้อแดงมีหลายกลุ่ม แต่ว่าการกำหนดทิศทางจังหวะในการเคลื่อนไหว มีแกนนำไม่กี่คนเป็นคนกำหนดทิศทาง จังหวะก้าวในการเคลื่อนไหว ผมอยากเห็นไปไกลมากกว่านี้เมื่อใดที่มีการชุมนุม ควรจะมีขบวนการมวลชนเข้ามามีส่วนร่วม ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำหนดทิศทางการชุมนุมของแกนนำไม่กี่คน และการตัดสินใจของแกนนำไม่กี่คนอาจมีก้าวจังหวะที่ผิดพลาดได้<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368960077&amp;grpid=&amp;catid=02&amp;subcatid=0201" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0201</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[หมายเหตุ - ทรรศนะของนักวิชาการในโอกาสครบรอบ 3 ปีรำลึกเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553<br />
<br />
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์<br />
<br />
ประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต<br />
<br />
บทเรียนรู้ที่สำคัญคือว่า อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยไทย ถูกทำให้พร่าเลือนไปจากความทรงจำ เพราะเหตุการณ์พฤษภาคมปีཱ นั้น รัฐบาลที่ปราบปรามประชาชนเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองในกระบวนการของประชาธิปไตย เเต่กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้กลับเป็นยุคสมัยที่มีการสังหารประชาชนกลางเมืองหลวงมากที่ส&#8203;ุดในหน้าประวัติศาสตร์<br />
<br />
ดังนั้น คนจึงเริ่มสับสนว่าอะไรคืออุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา อุปสรรคสำคัญก็คือกลุ่มพลังอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมที่ใช้ทหารเป็นผู้เเสดงนำ นั่นเป็นสิงที่เราเห็นได้ชัดเจนว่านั่นคือกลุ่มพลังที่อยู่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย&#8203;<br />
<br />
เเต่ตอนนี้กลุ่มพลังอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมนั้นสามารถที่จะซ่อนตัวอยู่หลังพรรคการ&#8203;เมืองที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยได้ เรียกได้ว่าในยุคสมัยนี้เหมือนกับเป็นการย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่เเล้วในยุค 2520 ซึ่งตอนนั้นพลังของพรรคการเมืองเเละระบบของการเลือกตั้งยังไม่เข้มเเข็งพอ กลุ่มพรรคการเมืองเหล่านั้นจึงต้องไปซุกอยู่ในอ้อมอกของพลังอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิย&#8203;ม เเละเราเห็นได้ชัดเจนว่าทหารคือผู้เเสดงนำที่เป็นอุปสรรคชัดเจนของการพัฒนาประชาธิปไ&#8203;ตย<br />
<br />
ซึ่งตอนนี้ภาพเหล่านั้นไม่ชัดเจนเเละก่อความหวังที่ในใจคนรุ่นใหม่ให้อาจเชื่อได้ว่า&#8203; อัศวินม้าขาวหรือว่าทหารสามารถที่จะทำการรัฐประหารได้อีกครั้งอย่างชอบธรรม เเม้ว่าในท้ายที่สุด พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าอัศวินเหล่านั้นคือผู้เเสดงพลังในอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมที&#8203;่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยที่เเท้จริง<br />
<br />
มันทำให้ก่อความรู้สึกว่า ทำรัฐประหารก็ไม่เป็นไร มันปรับเปลี่ยนอารมณ์ของคนรุ่นนี้ไป เเม้ว่าการยึดอำนาจในปัจจุบันจะไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศมหาอำนาจทั้งโลก เพราะมันผิดยุคสมัยทางการเมืองเเละเศรษฐกิจ เเต่ใครจะรู้ว่ากลุ่มที่ยึดอำนาจนั้นไม่เคยคิดถึงประเทศอยู่เเล้ว เขาพร้อมจะกระทำการยึดอำนาจ ก่อนเข้าปรับเปลี่ยนเเนวนโยบายบางอย่างของรัฐ เพิ่มผลประโยชน์ให้กับองค์กรของตนเองเเละปรับเปลี่ยนการจัดสรรทรัพยากรของสังคม เเล้วก็เเสดงตนว่าถอยตัวเองไปจากการยึดอำนาจ ผมคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ฝ่ายยึดอำนาจเรียนรู้<br />
<br />
เเต่สังคมจะเรียนรู้ต่อวิธีการกระทำของคนเหล่านี้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ทำไมสังคมไทยไม่มีหน้าประวัติศาสตร์ในการอธิบายถึงการพังทลายทางเศรษฐกิจเเละการเมือ&#8203;งของประเทศ จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุใดคนไทยไม่มีความทรงจำที่ว่ารัฐบาลทหารไทยนำประเทศเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ คือญี่ปุ่น เยอรมนี เเละอิตาลี<br />
<br />
ก่อนจะประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งสุดท้ายเป็นการพ่ายเเพ้ของทหารไทย เรื่องนี้ไม่ถูกเขียนอยู่ในบทเรียน นี่เป็นตัวอย่างชัดเจน ว่าทหารไทยที่เป็นฝ่ายเเสดงเเละมีกลุ่มอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมอยู่ข้างหลังจึงสามา&#8203;รถรอดพ้นจากความทรงจำได้ เพราะไม่ถูกใส่ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ทั้งในเเบบเรียนเเละในสังคมไทย<br />
<br />
ดังนั้น เหตุการณ์ความตายของประชาชนกลางพระนครในปี′53ไม่ได้ต่างไปจากการตายของประชาชนในเหตุ&#8203;การณ์พฤษภาปี′35 6 ตุลาปี19 หรือเเม้เเต่ 14 ตุลาปี16  ความตายของทั้ง 4 เหตุการณ์ใหญ่เหล่านี้ รวมทั้งการตายของประชาชนที่ตากใบเเละกรือเซะ ได้สะท้อนให้เห็นว่า 40 ปีที่ผ่านมา ที่เราบอกกันว่าได้เดินทางเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยนั้นกลับเเสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เลย เรากำลังอยู่ในยุคของประชาธิปไตยภายใต้การกำกับของอำนาจนิยมเเละอนุรักษนิยมที่มีทหา&#8203;รเป็นผู้เเสดงนำ<br />
<br />
 <br />
<br />
สุขุม นวลสกุล<br />
<br />
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง<br />
<br />
อยากให้ประเทศไทยสงบ แต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เอาแต่ยึดอยู่กับจุดยืนของตัวเอง เช่น ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่สุดไปในอีกทางหนึ่ง มองว่าอีกฝ่ายเข้าตาจนเหมือนกัน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นผิด ซึ่งความเป็นจริงนั้นเราควรยอมฟังฝ่ายอื่นบ้าง<br />
<br />
ผมเห็นด้วยกับทางคุณวรชัย เหมะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อภัยและปล่อยประชาชน แล้วค่อยพิจารณาในความผิดของแกนนำ หรือว่าแนวทางของนิติราษฎร์ที่ไม่ได้เน้นให้ยกโทษแต่ให้นำคดีมาพิจารณากันใหม่ว่าไปต&#8203;ามกระบวนการ ผิดก็ว่าไปตามผิด รวมถึงคดีของคุณทักษิณด้วยที่นำมาพิจารณาใหม่ด้วยอาจจะส่งผลให้คนที่มองว่าคุณทักษิณ&#8203;ผิดนั้นพอรับได้บ้าง<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านนั้นจะมองว่าไม่มีความหมายเลยไม่ได้ เพราะว่าถ้า 3 ปีที่ผ่านมานั้นไม่มีความหมายมันก็ต้องจุดติดกันไปแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่มันจุดกันไม่ติดทั้งสองฝ่าย ทุกฝ่ายมีบทเรียนที่ได้มองเห็นเกี่ยวกับความรุนแรงว่าไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ควรที่จะดำเนินการจนก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้น<br />
<br />
สิ่งที่จะทำให้ประสานกันได้และไม่ให้ทั้งสองฝ่ายมองว่าฝ่ายตนนั้นเสียเปรียบกว่าฝ่าย&#8203;ตรงข้าม นั่นคือการผลักดันข้อเสนอที่เห็นว่าดี ให้สถาบันที่ทุกคนมองว่าเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้พิจารณา ไกล่เกลี่ย หาแนวทางที่จะทำให้มีทางออกสำหรับทั้งสองฝ่าย อย่างที่เห็นคือการตั้งกรรมการโดนเอาบุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับมาหาแนวทางที่จะเป็นทางออก เป็นต้น แต่ตอนนี้บุคคลเหล่านี้ต่างถูก "ตราหน้า" กันไปหมด เป็นเหตุผลที่ควรจะให้มีสถาบันที่เป็นกลางที่จะมาพิจารณาข้อเสนอต่างๆ รวมกัน แล้วมองหาและเลือกทางออกที่ดีที่สุด<br />
<br />
การร่วมมือ ร่วมใจ รับฟังความเห็นของฝ่ายอื่นๆ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ บางครั้งฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับข้อเสนออีกฝ่ายหนึ่งเลยเอาแต่ไม่ยอมท่าเดียว ไม่ให้ความร่วมมือหรือรับฟัง ยึดแต่ในข้อเสนอของตน มันจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ เช่น ห้ามให้คุณทักษิณกลับ ห้ามยกโทษให้คุณทักษิณเลย แล้วเรื่องจะยุติลงได้อย่างไร ในเมื่อปัญหามันเกิดจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วเขามีพลัง ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณทักษิณเรื่องอาจจะไม่รุนแรงเช่นนี้ก็เป็นได้ เพราะเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น เราจะมองข้ามคุณทักษิณไปไม่ได้ เพราะเขาคือต้นเหตุ จะให้นำคดีมาพิจารณากันใหม่ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เปิดโอกาสให้เขาได้กลับมาสู้<br />
<br />
การให้นิรโทษกรรมโดยไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาคือตัวเหตุที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างหยุดหรือไม่หยุด แต่เราเองกลับยอมรับตรงจุดนี้ไม่ได้<br />
<br />
 <br />
<br />
วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์<br />
<br />
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านมานั้นคนไทยเรียนรู้น้อยจากเหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมีความขัดแย้งอยู่ เป็นความขัดแย้งที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยคือ เป็นความขัดแย้งที่คำนึงถึงพวกพ้อง มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม คือเราพูดว่าใครถูกใครผิด เพราะแต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเองและมองผลประโยชน์ของฝ่ายตนมากกว่าประเทศชาติ จึงทำให้ความขัดแย้งนี้มันขยายไปโดยไม่มี "กรอบ" ที่จะหาทางยุติได้ง่าย<br />
<br />
จุดนี้เป็นจุดที่แตกต่าง ประเทศที่พัฒนาแล้วก็มีความขัดแย้งเช่นเดียวกัน เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีความขัดแย้งในลักษณะ 50-50 อย่างชัดเจนคือแบ่งเป็น เดโมแครต กับ ริพับลิกัน แต่เป็นความขัดแย้งในลักษณะอุดมการณ์ และจุดยืนที่แตกต่างกัน เช่น เดโมแครต มีจุดยืนที่ให้มีการทำแท้งได้ มีโทษประหารชีวิตได้ ในขณะที่ริพับลิกัน ไม่สนับสนุนในจุดนี้ จึงเป็นความขัดแย้งที่สามารถควบคุมได้<br />
<br />
แต่ความขัดแย้งในบ้านเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักอุดมการณ์ แต่เป็นความขัดแย้งที่ขึ้นอยู่กับคณะ บุคคล หรือกลุ่มฝ่าย ดังนั้น เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอำนาจก็จะตรงกับสำนวนไทยที่ว่า ได้ทีขี่แพะไล่ เสียงข้างมากก็จะลากไปทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงเสียงข้างน้อย ซึ่งตรงนี้จะผิดกับหลักประชาธิปไตยที่เป็นการปกครองโดยเสียงข้างมากแต่ต้องคำนึงถึงผ&#8203;ลประโยชน์ของเสียงข้างน้อยด้วย ดังนั้น ทุกคนจึงอยากจะเป็นเสียงข้างมากและทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เป็น<br />
<br />
ถ้าทุกอย่างยังเป็นเช่นนี้ความขัดแย้งก็จะไม่สิ้นสุดเพราะต่างฝ่ายต่างแสวงหาความเป็&#8203;นเสียงข้างมาก เมื่ออีกฝ่ายได้ขึ้นมาเป็นเสียงข้างมากก็จะทำแบบเดียวกันอีก จนกระทั่งเมื่อตัดสินกันไม่ได้ก็จะมีทหารออกมาแล้วก็นับหนึ่งใหม่ และวนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เป็น "วงจรอุบาทว์" ดังคำพูดของอาจารย์ลิขิต ธีรเวคิน ที่เป็นเช่นนี้เพราะทางบ้านเรายังไม่ได้ให้การศึกษาเกี่ยวข้องกับการเมืองดีเท่าที่ค&#8203;วร และไม่ได้ให้ความเข้าใจว่าประเทศชาติต้องอยู่ได้ ถึงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยู่ได้ แต่ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ มันก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นบางครั้งเราต้องทำอะไรเพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน<br />
<br />
บางครั้งเราต้องอย่ามองว่าใครแพ้ ใครชนะ แต่ต้อง Cut Loss หรือการตัดขาดทุน ตัดทิ้งในสิ่งที่สูญเสียไป เราต้องการตัดขาดทุนทางการเมือง ถ้าเราไม่ทำเช่นนี้ทุกอย่างจะเริ่มต้นต่อไปได้ยาก ส่วนตนไม่เคยมองว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดทั้งหมด เราต้องนับหนึ่งกันใหม่ ไม่ใช่อีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้ ต้องกลับมาติดคุก อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าไม่มีทาง มันก็เป็นไปไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างสูญเสียด้วยกันทั้งคู่ แต่เราต้องก้าวไปข้างหน้าต้องยอมกันบ้างมองผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก<br />
<br />
ความเป็นจริงบุคลิกของคนไทยเป็นคนที่ประนีประนอมกันอยู่แล้วทำไมเราไม่นำตรงนี้มาใช้&#8203;ในทางการเมืองบ้าง ผมรู้ว่ามันต้องเจ็บปวดเมื่อเรามีการสูญเสีย แต่เราต้องพูดคุยด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เมื่อฝ่ายหนึ่งมีอำนาจก็ออกกฎหมาย เมื่ออีกฝ่ายมีอำนาจก็จะทำแบบเดียวกันเพื่อแก้แค้น เพราะฉะนั้น ต้องร่วมมือกันตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้งสองฝ่ายและตกลงกันว่าจะ Cut loss ตัดในสิ่งที่สูญเสียกันมากน้อยเท่าไร<br />
<br />
 <br />
<br />
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์<br />
<br />
นักวิชาการอิสระ<br />
<br />
3 ปีที่ผ่านมาอย่างน้อยที่สุดมีสองสิ่งที่ดีขึ้น ก็คือเหตุการณ์ปีཱ ทำให้คนจำนวนมาก มองเห็นปัญหาการเมืองไทยไม่ใช่มีแค่การเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่ามีปัญหาสถาบันการเมืองหรือว่าองค์กรทางการเมืองจำนวนมากที่อยู่เหนือการเลือกต&#8203;ั้ง ผมคิดว่าจนถึงตอนนี้ เหมือนกับสถาบันตอนนี้ยังไม่ได้ถูกแตะต้อง เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันการเมืองเหล่านี้ มีทิศทางมากขึ้น กระบวนการนี้เป็นกระบวนการประวัติศาสตร์ เปิดขึ้นครั้งแรกไม่เคยมีมาก่อน สำคัญคือสำนึกทางการเมือง ปีཱ สร้างสำนึกทางการเมืองไปไกลกว่าปี 2535 และปี 2516<br />
<br />
ในปี53นี้เองไม่ได้บอกแค่ว่านายกรัฐมนตรี แต่กำลังเป็นกระแส นำไปสู่ว่าอำนาจที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องเหนือสถาบันการเมืองอื่นๆ ด้วย เป็นมรดกของการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันทางการเมือง แบบศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่ง ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระ เป็นมรดกปีཱ หมดเลย แน่นอนอาจยังไม่เห็นผลในระยะอันใกล้ หน้าประวัติศาสตร์ของการวิพากษ์วิจารณ์เปิดขึ้นแล้วไม่มีใครปิดได้<br />
<br />
ถ้ามองเรื่องแบบมาตรฐานในระยะใกล้ ถึงการสูญเสียในปีཱ ไม่ค่อยได้ผลสำเร็จอะไรเป็นรูปธรรม มีการเรียกร้องให้ยุบสภา ก็ไม่ยุบ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้รับการแก้ไข หรือให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคนที่ถูกจับจากการสลายการชุมนุม ส่วนมากก็ยังติดคุกอยู่ ฉะนั้น จึงเป็นการสูญเสียที่ได้รับการตอบแทนกลับมาค่อนข้างน้อย จะกลับไปจำเป็นจะต้องเข้าคำถามว่า เหตุการณ์สูญเสียในปี53เราสามารถหลีกเลี่ยงมันได้หรือเปล่า ในที่สุด มันก็วนไปสู่ว่าความสูญเสียในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะรัฐดำเนินการตัดสินใจสลายการชุมน&#8203;ุมผิดพลาดเกินไปมากขนาดไหน เรื่องนี้สำคัญเหมือนกัน ควรจะมีการพูดให้มากขึ้น เหตุการณ์ ปี 2553 กับเหตุการณ์ ปี 2535 มีความคล้ายคลึงในแง่ที่เราไม่สามารถสร้างขบวนการมวลชนที่ผู้ร่วมชุมนุม สามารถจะกำหนดทิศทางจังหวะก้าวในการเคลื่อนไหว<br />
<br />
ในปี53 การชุมนุมคนเสื้อแดงมีหลายกลุ่ม แต่ว่าการกำหนดทิศทางจังหวะในการเคลื่อนไหว มีแกนนำไม่กี่คนเป็นคนกำหนดทิศทาง จังหวะก้าวในการเคลื่อนไหว ผมอยากเห็นไปไกลมากกว่านี้เมื่อใดที่มีการชุมนุม ควรจะมีขบวนการมวลชนเข้ามามีส่วนร่วม ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำหนดทิศทางการชุมนุมของแกนนำไม่กี่คน และการตัดสินใจของแกนนำไม่กี่คนอาจมีก้าวจังหวะที่ผิดพลาดได้<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368960077&amp;grpid=&amp;catid=02&amp;subcatid=0201" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0201</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ปฏิรูป-รื้อระบบ "ประชาธิปัตย์" ยกทีมรีแบรนด์ใหม่ใน 3 เดือน]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13413.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:45:39 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13413.html</guid>
			<description><![CDATA[(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)<br />
<br />
 <br />
<br />
 <br />
<br />
 <br />
<br />
 <br />
<br />
ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะยกโขยงออกมาขานรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งระบบ เพราะแนวทาง "ปฏิรูป" ถือเป็นสิ่งที่คุ้นหูพลพรรค ปชป. ที่อย่างน้อยมักจะตื่นตัวกันปีละ 1 ครั้งในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยจะอยู่ในหัวข้อ "ประชุมลับ" คนภายนอกมิอาจย่างกรายรับรู้<br />
<br />
หากแต่ครั้งนี้หลายสิ่งผิดแปลกแตกต่าง เพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลผ่านพื้นที่สาธารณะ ท่ามกลางสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองอย่างดุเดือดระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน<br />
<br />
การเริ่มต้นครั้งนี้ ถูกเปิดหน้าโดย "อลงกรณ์ พลบุตร" รองหัวหน้าพรรค ที่ออกมาร่ายยาวถึงความพ่ายแพ้ของพรรคต่อเนื่องยาวนาน 21 ปี กระทั่งเสนอเป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปพรรค<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
เป็นพิมพ์เขียวความยาว 36 หน้า ที่วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย จุดแข็ง และจุดอ่อนของพรรค และกลั่นกรองเป็นแนวทางปฏิรูปพรรค ภายใต้คอนเซ็ปต์ จุดเปลี่ยน ปชป. จุดเปลี่ยนประเทศไทย<br />
<br />
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ข้อเสนอของ "อลงกรณ์" ฝ่าด่านปราการหินทั้งการวิจารณ์เชิงบวก การปล่อยข่าวในเชิงลบ โดยเฉพาะแนวต้านที่ออกมาประเมินว่า การขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูป แม้จะเดินมาถูกทาง แต่ยังผิดที่ผิดเวลา<br />
<br />
 <br />
<br />
เพราะเวลานี้บทบาทของฝ่ายค้าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาล-ส.ส.เพื่อไทยที่รวมพลังเสียงส่วนใหญ่ยังเดินหน้าผ่านร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับ<br />
<br />
 <br />
<br />
ทั้งวาระเศรษฐกิจกู้เงินลงทุน 2 ล้านล้านบาท วาระการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรม และปรองดอง ปชป.จำเป็นต้องผนึกกำลังตรวจสอบอย่างแข็งขัน<br />
<br />
แต่ไม่ทันที่แนวต้านจะก่อร่างสร้างรูปชัดเจน "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคก็ควงแขน "อลงกรณ์" และคณะกรรมการบริหารพรรคอีกกว่าครึ่ง ออกมาแถลงข่าวยืนยันการเดินหน้าปฏิรูปพรรค เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา<br />
<br />
"อภิสิทธิ์" ยอมรับว่า ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปพรรค และข้อเสนอของ "อลงกรณ์" ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่ต้องศึกษา<br />
<br />
 <br />
<br />
"พรรคได้พิจารณาแล้วว่าต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทั้งกรอบความคิด และเป้าหมายที่มีการเสนอมานั้น กรรมการบริหารพรรคเห็นพ้องต้องกันว่า จะมีการปรับปรุงในลักษณะที่เป็นองค์รวมเชื่อมโยงกัน"<br />
<br />
"ในอดีตเราปฏิรูปให้พรรคมีเสียงเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านเสียงมาเป็น 11-12 ล้านเสียง แต่วันนี้ยังไม่พอ ปชป.อาจต้องใช้ถึง 16 ล้านเสียง ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะมีวิวัฒนาการผิด ถูก ช้า เร็วบ้าง แต่วันนี้ไม่ต้องสนใจ ต้องมองไปในอนาคตมากกว่า"<br />
<br />
"การปรับปรุงพรรคตอนนี้จะไม่ทำให้งานของฝ่ายค้านเสียสมาธิ บุคลากรเรามีความหลากหลายพอที่จะทำงานนี้ ในขณะที่คนทำหน้าที่ตรวจสอบก็ทำงานได้เต็มที่ และผมมั่นใจว่าทุกคนที่ต้องการเห็นพรรคเดินไปข้างหน้า ทุกคนทราบดีว่างานใหญ่ของพรรคคืออะไร ดังนั้นต้องอาศัยการรวมพลังที่แท้จริง ฉะนั้นความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ต้องมีวิธีการและเวทีการบริหารจัดการ ที่สามารถหลอมรวมพลังในพรรคได้"<br />
<br />
จากนี้ ปชป.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด กำหนดเวลา 30 วันในการเดินเครื่องสอบถามความเห็นจาก "พลพรรคสีฟ้า" ทุกระดับชั้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรายละเอียด ไล่ลำดับตั้งแต่โครงสร้างและระบบ การบริหารจัดการ ตัวองค์กร ไล่ยาวไปถึงแก้ไขข้อบังคับพรรค<br />
<br />
"อภิสิทธิ์" คาดการณ์กระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นชอบ และเผยแพร่ในที่ประชุม ส.ส.ต่อไปและเพื่อป้องกันความผิดพลาด แนวทางการปฏิรูปได้ถูกกำชับให้ปิดเป็น "ความลับ" ห้ามเปิดเผยข้อมูลต่อที่สาธารณะ ก่อนข้อเสนอจะตกผลึกเป็นรูปธรรมชัดเจน<br />
<br />
ทั้งนี้กลไกการเร่งเครื่องปฏิรูป ถึงวางกรอบเวลาเบื้องต้นไว้ 2 ระดับ ตามสถานการณ์ร้อนทางการเมือง<br />
<br />
 <br />
<br />
ระดับเร่งด่วน กรณีที่รัฐบาลยุบสภา เลือกตั้งเร็ว ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2556 พรรคก็อาจเร่งปรับโครงสร้าง-ฐานเสียงก่อนเป็นลำดับแรก<br />
<br />
 <br />
<br />
ระดับปกติ กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประคองรัฐบาลอยู่ยาวจนหมดสมัย ก็เท่ากับว่ามีเวลามากพอที่จะปฏิรูปทั้งพรรค ทั้งระบบ<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม จากคำยืนยันของ "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" เลขาธิการพรรคระบุว่า การเปลี่ยนก็ปฏิรูปครั้งนี้เป็นเพียงการปรับปรุง "วิธีการ" หาใช่การเปลี่ยนแปลง "หลักการ-อุดมการณ์"<br />
<br />
"เรายังรักษาอุดมการณ์ที่มีมานานกว่า 67 ปี ยังยึดหลักการประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ต่อต้านคอร์รัปชั่น เพียงแต่วิธีการต้องปรับปรุงและพัฒนา"<br />
<br />
"ในอดีตเคยยึดหลักการไม่เอาคนนอก ปิดกั้นไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วม แต่ต่อไปนี้พรรคเราจะเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน ฟังสาขาพรรค ฟังภาคท้องถิ่น เปิดรับบุคลากรภายนอกเข้ามาช่วยทำงาน"<br />
<br />
เป็นความคาดหวังของพรรคที่มีตำนานกว่า 67 ปี หวังเห็นการเปิดกว้างรับฟังความเห็นทั่วสารทิศ<br />
<br />
เป็นเป้าหมายที่ "พลพรรคสีฟ้า" ต้องการให้เกิดการปฏิรูป ปูทางชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง<br />
<br />
ส่วนความหวังและเป้าหมายจะเป็นจริงหรือไม่ 3 เดือนหลังจากนี้ โปรดติดตาม<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368943799&amp;grpid=&amp;catid=02&amp;subcatid=0202" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0202</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)<br />
<br />
 <br />
<br />
 <br />
<br />
 <br />
<br />
 <br />
<br />
ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะยกโขยงออกมาขานรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งระบบ เพราะแนวทาง "ปฏิรูป" ถือเป็นสิ่งที่คุ้นหูพลพรรค ปชป. ที่อย่างน้อยมักจะตื่นตัวกันปีละ 1 ครั้งในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยจะอยู่ในหัวข้อ "ประชุมลับ" คนภายนอกมิอาจย่างกรายรับรู้<br />
<br />
หากแต่ครั้งนี้หลายสิ่งผิดแปลกแตกต่าง เพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลผ่านพื้นที่สาธารณะ ท่ามกลางสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองอย่างดุเดือดระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน<br />
<br />
การเริ่มต้นครั้งนี้ ถูกเปิดหน้าโดย "อลงกรณ์ พลบุตร" รองหัวหน้าพรรค ที่ออกมาร่ายยาวถึงความพ่ายแพ้ของพรรคต่อเนื่องยาวนาน 21 ปี กระทั่งเสนอเป็นพิมพ์เขียวปฏิรูปพรรค<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
เป็นพิมพ์เขียวความยาว 36 หน้า ที่วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย จุดแข็ง และจุดอ่อนของพรรค และกลั่นกรองเป็นแนวทางปฏิรูปพรรค ภายใต้คอนเซ็ปต์ จุดเปลี่ยน ปชป. จุดเปลี่ยนประเทศไทย<br />
<br />
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ข้อเสนอของ "อลงกรณ์" ฝ่าด่านปราการหินทั้งการวิจารณ์เชิงบวก การปล่อยข่าวในเชิงลบ โดยเฉพาะแนวต้านที่ออกมาประเมินว่า การขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูป แม้จะเดินมาถูกทาง แต่ยังผิดที่ผิดเวลา<br />
<br />
 <br />
<br />
เพราะเวลานี้บทบาทของฝ่ายค้าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาล-ส.ส.เพื่อไทยที่รวมพลังเสียงส่วนใหญ่ยังเดินหน้าผ่านร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับ<br />
<br />
 <br />
<br />
ทั้งวาระเศรษฐกิจกู้เงินลงทุน 2 ล้านล้านบาท วาระการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรม และปรองดอง ปชป.จำเป็นต้องผนึกกำลังตรวจสอบอย่างแข็งขัน<br />
<br />
แต่ไม่ทันที่แนวต้านจะก่อร่างสร้างรูปชัดเจน "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคก็ควงแขน "อลงกรณ์" และคณะกรรมการบริหารพรรคอีกกว่าครึ่ง ออกมาแถลงข่าวยืนยันการเดินหน้าปฏิรูปพรรค เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา<br />
<br />
"อภิสิทธิ์" ยอมรับว่า ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปพรรค และข้อเสนอของ "อลงกรณ์" ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่ต้องศึกษา<br />
<br />
 <br />
<br />
"พรรคได้พิจารณาแล้วว่าต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทั้งกรอบความคิด และเป้าหมายที่มีการเสนอมานั้น กรรมการบริหารพรรคเห็นพ้องต้องกันว่า จะมีการปรับปรุงในลักษณะที่เป็นองค์รวมเชื่อมโยงกัน"<br />
<br />
"ในอดีตเราปฏิรูปให้พรรคมีเสียงเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านเสียงมาเป็น 11-12 ล้านเสียง แต่วันนี้ยังไม่พอ ปชป.อาจต้องใช้ถึง 16 ล้านเสียง ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะมีวิวัฒนาการผิด ถูก ช้า เร็วบ้าง แต่วันนี้ไม่ต้องสนใจ ต้องมองไปในอนาคตมากกว่า"<br />
<br />
"การปรับปรุงพรรคตอนนี้จะไม่ทำให้งานของฝ่ายค้านเสียสมาธิ บุคลากรเรามีความหลากหลายพอที่จะทำงานนี้ ในขณะที่คนทำหน้าที่ตรวจสอบก็ทำงานได้เต็มที่ และผมมั่นใจว่าทุกคนที่ต้องการเห็นพรรคเดินไปข้างหน้า ทุกคนทราบดีว่างานใหญ่ของพรรคคืออะไร ดังนั้นต้องอาศัยการรวมพลังที่แท้จริง ฉะนั้นความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ต้องมีวิธีการและเวทีการบริหารจัดการ ที่สามารถหลอมรวมพลังในพรรคได้"<br />
<br />
จากนี้ ปชป.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด กำหนดเวลา 30 วันในการเดินเครื่องสอบถามความเห็นจาก "พลพรรคสีฟ้า" ทุกระดับชั้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรายละเอียด ไล่ลำดับตั้งแต่โครงสร้างและระบบ การบริหารจัดการ ตัวองค์กร ไล่ยาวไปถึงแก้ไขข้อบังคับพรรค<br />
<br />
"อภิสิทธิ์" คาดการณ์กระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นชอบ และเผยแพร่ในที่ประชุม ส.ส.ต่อไปและเพื่อป้องกันความผิดพลาด แนวทางการปฏิรูปได้ถูกกำชับให้ปิดเป็น "ความลับ" ห้ามเปิดเผยข้อมูลต่อที่สาธารณะ ก่อนข้อเสนอจะตกผลึกเป็นรูปธรรมชัดเจน<br />
<br />
ทั้งนี้กลไกการเร่งเครื่องปฏิรูป ถึงวางกรอบเวลาเบื้องต้นไว้ 2 ระดับ ตามสถานการณ์ร้อนทางการเมือง<br />
<br />
 <br />
<br />
ระดับเร่งด่วน กรณีที่รัฐบาลยุบสภา เลือกตั้งเร็ว ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2556 พรรคก็อาจเร่งปรับโครงสร้าง-ฐานเสียงก่อนเป็นลำดับแรก<br />
<br />
 <br />
<br />
ระดับปกติ กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประคองรัฐบาลอยู่ยาวจนหมดสมัย ก็เท่ากับว่ามีเวลามากพอที่จะปฏิรูปทั้งพรรค ทั้งระบบ<br />
<br />
อย่างไรก็ตาม จากคำยืนยันของ "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" เลขาธิการพรรคระบุว่า การเปลี่ยนก็ปฏิรูปครั้งนี้เป็นเพียงการปรับปรุง "วิธีการ" หาใช่การเปลี่ยนแปลง "หลักการ-อุดมการณ์"<br />
<br />
"เรายังรักษาอุดมการณ์ที่มีมานานกว่า 67 ปี ยังยึดหลักการประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ต่อต้านคอร์รัปชั่น เพียงแต่วิธีการต้องปรับปรุงและพัฒนา"<br />
<br />
"ในอดีตเคยยึดหลักการไม่เอาคนนอก ปิดกั้นไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วม แต่ต่อไปนี้พรรคเราจะเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน ฟังสาขาพรรค ฟังภาคท้องถิ่น เปิดรับบุคลากรภายนอกเข้ามาช่วยทำงาน"<br />
<br />
เป็นความคาดหวังของพรรคที่มีตำนานกว่า 67 ปี หวังเห็นการเปิดกว้างรับฟังความเห็นทั่วสารทิศ<br />
<br />
เป็นเป้าหมายที่ "พลพรรคสีฟ้า" ต้องการให้เกิดการปฏิรูป ปูทางชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง<br />
<br />
ส่วนความหวังและเป้าหมายจะเป็นจริงหรือไม่ 3 เดือนหลังจากนี้ โปรดติดตาม<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368943799&amp;grpid=&amp;catid=02&amp;subcatid=0202" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...catid=0202</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ทักษิณ ชินวัตร เกมรุกที่น่าจับตา]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13412.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:42:38 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13412.html</guid>
			<description><![CDATA[โดย การ์ตอง<br />
<br />
คอลัมน์ โครงร่างตำนานคน โดย การ์ตอง  (มติชนรายวัน 19 พ.ค.2556)<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
นายนพดล ปัทมะ โฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยังหาหนทางเดินทางกลับแผ่นดินแม่ไม่ได้ ออกมาเปิดเผยว่า ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมสไกป์มายังเวทีชุมนุม โดยเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดถึงสถานการณ์การเมืองในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ความไม่เป็นประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง และสุดท้ายพูดถึงทางออกของประเทศ<br />
<br />
"ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญจะเป็นการพูดแบบตรงไปตรงมาถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น" นายนพดลกล่าว และว่า แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เพราะเราเป็นรัฐบาลก็ต้องประคับประคองรัฐบาลและสถานการณ์<br />
<br />
หากมองกลับมาที่ความเป็นไปทางการเมืองที่เพิ่งผ่านมา<br />
<br />
เรื่องราวที่สร้างอารมณ์รุนแรงให้สถานการณ์ร้อนขึ้นมา ถึงขั้นผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนหลุดคำหยาบไม่ต่างอะไรกับ จิ๊กโก๋วัยละอ่อน คือที่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาฐกถาที่มองโกเลีย<br />
<br />
เนื้อหาที่สร้างอาการทนไม่ได้ของคนบางคน บางพวก ภาพรวมคงไม่ต่างอะไรกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมพูดในเวทีเสื้อแดงวันที่ 19 พ.ค.ดังกล่าว<br />
<br />
หลังจาก ยิ่งลักษณ์ ออกมาบอกต่อชาวโลกว่าประเทศไทยยังไม่หลุดจากอิทธิพลของอำนาจเผด็จการที่วางเชื้อไว้ใ&#8203;นองค์กรอิสระ และในคนบางกลุ่ม บางพวก มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบแรงเกินไป จะเป็นเหตุทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้<br />
<br />
"เสียมวลชนมากกว่าได้" นักวิเคราะห์ที่วางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเกมการเมืองสรุปไว้<br />
<br />
ยิ่งไปกว่านั้นคือ หากมองกลับไปที่การเดินเกมของพรรคประชาธิปัตย์ จะพบว่าถึงวันนี้ จุดขายของพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นการชี้ให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลอยู่ภายใต้การบงการของ ทักษิณ ชินวัตร<br />
<br />
มีการขยายเป็นประเด็นโจมตีอย่างกว้างขวาง เหมือนจะเชื่อว่า การต่อต้านทักษิณ ยังได้ผลในการเรียกคะแนนนิยม เหมือนที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใ&#8203;นโค้งสุดท้าย ที่กระตุ้นคนเกลียดทักษิณมาเทคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์อย่างท่วมท้น<br />
<br />
ดังนั้น การที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะออกมาตอกย้ำสภาพการเมืองไทย เหมือนที่นายกฯยิ่งลักษณ์เคยจุดไฟความไม่พอใจให้ร้อนระอุมาแล้ว หากมองในมุมของฝ่ายตรงกันข้ามย่อมเป็นเกมที่ไม่ฉลาดนัก<br />
<br />
เพราะเท่ากับเปิดประเด็นที่เป็นโทษกับตัวเองสองซ้ำสองซ้อน<br />
<br />
หนึ่ง การเปิดโปงความเป็นจริงทางการเมืองว่ายังอยู่ในครอบงำของอำนาจเผด็จการ เท่ากับไปสะกิดแผลที่ทำให้บางคน บางฝ่ายทนไม่ไหว<br />
<br />
สอง การแสดงตัวออกมาของ พ.ต.ท.ทักษิณเท่ากับเป็นการยอมรับว่ายังบงการการเมืองไทย ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่จะถูกหยิบยกไปโจมตีจากฝ่ายที่เชื่อว่าเรื่องนี้เรียกคะแนนนิย&#8203;มได้<br />
<br />
นั่นจึงทำให้บางคน บางฝ่ายมองว่าเป็นความไม่ฉลาดนัก เพราะจะทำให้รัฐบาลต้องเผชิญกับกระแสต้านอันร้อนแรงเสียเปล่าๆ<br />
<br />
เพียงแต่นั่นเป็นมุมมองของบางคน บางฝ่าย<br />
<br />
ทว่า คนอีกส่วนหนึ่ง มองอย่างนั้นหรือไม่<br />
<br />
ที่สำคัญคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ห่างบ้าน จนโง่เง่ามองไม่เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองเปิดตัวมาพูดจะทำลายคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจริงห&#8203;รือ<br />
<br />
หรือนั่นเป็นเจตนาตอกย้ำ เพื่อวัดกระแสว่า การต่อต้านมีพลังสัก<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368961193&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&#x26;subcatid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[โดย การ์ตอง<br />
<br />
คอลัมน์ โครงร่างตำนานคน โดย การ์ตอง  (มติชนรายวัน 19 พ.ค.2556)<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
นายนพดล ปัทมะ โฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยังหาหนทางเดินทางกลับแผ่นดินแม่ไม่ได้ ออกมาเปิดเผยว่า ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมสไกป์มายังเวทีชุมนุม โดยเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดถึงสถานการณ์การเมืองในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ความไม่เป็นประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง และสุดท้ายพูดถึงทางออกของประเทศ<br />
<br />
"ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญจะเป็นการพูดแบบตรงไปตรงมาถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น" นายนพดลกล่าว และว่า แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เพราะเราเป็นรัฐบาลก็ต้องประคับประคองรัฐบาลและสถานการณ์<br />
<br />
หากมองกลับมาที่ความเป็นไปทางการเมืองที่เพิ่งผ่านมา<br />
<br />
เรื่องราวที่สร้างอารมณ์รุนแรงให้สถานการณ์ร้อนขึ้นมา ถึงขั้นผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนหลุดคำหยาบไม่ต่างอะไรกับ จิ๊กโก๋วัยละอ่อน คือที่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาฐกถาที่มองโกเลีย<br />
<br />
เนื้อหาที่สร้างอาการทนไม่ได้ของคนบางคน บางพวก ภาพรวมคงไม่ต่างอะไรกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมพูดในเวทีเสื้อแดงวันที่ 19 พ.ค.ดังกล่าว<br />
<br />
หลังจาก ยิ่งลักษณ์ ออกมาบอกต่อชาวโลกว่าประเทศไทยยังไม่หลุดจากอิทธิพลของอำนาจเผด็จการที่วางเชื้อไว้ใ&#8203;นองค์กรอิสระ และในคนบางกลุ่ม บางพวก มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบแรงเกินไป จะเป็นเหตุทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้<br />
<br />
"เสียมวลชนมากกว่าได้" นักวิเคราะห์ที่วางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเกมการเมืองสรุปไว้<br />
<br />
ยิ่งไปกว่านั้นคือ หากมองกลับไปที่การเดินเกมของพรรคประชาธิปัตย์ จะพบว่าถึงวันนี้ จุดขายของพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นการชี้ให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลอยู่ภายใต้การบงการของ ทักษิณ ชินวัตร<br />
<br />
มีการขยายเป็นประเด็นโจมตีอย่างกว้างขวาง เหมือนจะเชื่อว่า การต่อต้านทักษิณ ยังได้ผลในการเรียกคะแนนนิยม เหมือนที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครใ&#8203;นโค้งสุดท้าย ที่กระตุ้นคนเกลียดทักษิณมาเทคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์อย่างท่วมท้น<br />
<br />
ดังนั้น การที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะออกมาตอกย้ำสภาพการเมืองไทย เหมือนที่นายกฯยิ่งลักษณ์เคยจุดไฟความไม่พอใจให้ร้อนระอุมาแล้ว หากมองในมุมของฝ่ายตรงกันข้ามย่อมเป็นเกมที่ไม่ฉลาดนัก<br />
<br />
เพราะเท่ากับเปิดประเด็นที่เป็นโทษกับตัวเองสองซ้ำสองซ้อน<br />
<br />
หนึ่ง การเปิดโปงความเป็นจริงทางการเมืองว่ายังอยู่ในครอบงำของอำนาจเผด็จการ เท่ากับไปสะกิดแผลที่ทำให้บางคน บางฝ่ายทนไม่ไหว<br />
<br />
สอง การแสดงตัวออกมาของ พ.ต.ท.ทักษิณเท่ากับเป็นการยอมรับว่ายังบงการการเมืองไทย ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่จะถูกหยิบยกไปโจมตีจากฝ่ายที่เชื่อว่าเรื่องนี้เรียกคะแนนนิย&#8203;มได้<br />
<br />
นั่นจึงทำให้บางคน บางฝ่ายมองว่าเป็นความไม่ฉลาดนัก เพราะจะทำให้รัฐบาลต้องเผชิญกับกระแสต้านอันร้อนแรงเสียเปล่าๆ<br />
<br />
เพียงแต่นั่นเป็นมุมมองของบางคน บางฝ่าย<br />
<br />
ทว่า คนอีกส่วนหนึ่ง มองอย่างนั้นหรือไม่<br />
<br />
ที่สำคัญคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ห่างบ้าน จนโง่เง่ามองไม่เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองเปิดตัวมาพูดจะทำลายคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจริงห&#8203;รือ<br />
<br />
หรือนั่นเป็นเจตนาตอกย้ำ เพื่อวัดกระแสว่า การต่อต้านมีพลังสัก<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368961193&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&subcatid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[รำลึก 3 ปี ฆาตกรรมกลางเมือง พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ"พ่อน้องเฌอ" ความตายของ"ปัจเจก"ที่...]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13411.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:41:54 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13411.html</guid>
			<description><![CDATA[รำลึก 3 ปี ฆาตกรรมกลางเมือง พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ"พ่อน้องเฌอ" ความตายของ"ปัจเจก"ที่เป็นเรื่อง"สาธารณะ"<br />
<br />
โดย เชตวัน เตือประโคน<br />
<br />
(ที่มา:มติชนรายวัน 19 พ.ค.2556)<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
 <br />
<br />
ครบรอบ 3 ปีเต็ม กับเหตุการณ์สลายชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ในนามของการ "ขอพื้นที่คืน"<br />
<br />
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เพื่อกดดันให้รัฐบาลในขณะนั้นลาออก สืบเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนเมษายน จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 เมษายน 2555 ความกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคนตายรายวัน งวดเข้ามาจนถึงเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม จึงปะทุ เมื่อทหารเข้าสลายการชุมนุม คนเสื้อแดงแพ้ทัพแตกกระสานซ่านเซ็น<br />
<br />
นี่เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย บาดเจ็บอีกนับพัน<br />
<br />
ถึงวันนี้ 3 ปีแล้ว แต่คดีความที่เกี่ยวกับการตายและการได้รับบาดเจ็บของประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม บรรดาทหารที่เข้าทำหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่พลัดโดนลูกหลง ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ความหวังที่บรรดาญาติผู้เสียชีวิตทั้งหลายอยากเห็น คือนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเรียกว่ายังมืดมนมองไม่เห็นฝั่ง<br />
<br />
"พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ" หรือ "พ่อน้องเฌอ" ก็เป็นอีกคนที่ไม่เข้าใจกระบวนการค้นหาความจริงของความรุนแรงนี้<br />
<br />
และที่สำคัญ ที่ควรตั้งคำถามตัวโตต่อผู้มีอำนาจในประเทศ รวมถึงสังคมไทยโดยรวมคือ ลูกชายของเขา คือ "เฌอ" "สมาพันธ์ ศรีเทพ" นักกิจกรรมเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ เข้าไปสังเกตการณ์การชุมนุมของ นปช.บริเวณริมถนนราชปรารภ มีความผิดถึงขั้นสไนเปอร์ต้องส่องยิ่งจนเสียชีวิตเชียวหรือ?<br />
<br />
"เช่นกันกับอีกหลายๆ คน บางคนแค่มาร่วมชุมนุมสองมือเปล่า? บางคนแค่เดินข้ามถนนจะไปขึ้นรถ? บางคนแค่กำลังจะกลับเข้าบ้าน? ฯลฯ"<br />
<br />
ในวันจัดงานรำลึก 3 ปีการจากไปของลูกชาย ที่ใช้ชื่องานว่า "เฌอ...อย่าลืมฉัน"<br />
<br />
พันธ์ศักดิ์ ขึ้นไปอ่านบทกวี "เรื่องลึกลับ" ที่เขาเป็นผู้ประพันธ์ขึ้น เนื้อหาในบทกวี เสียงกีตาร์แผดประสาน ผนวกกับเมาส์ออแกนที่คอยหนุน ยิ่งขับให้เวทีเล็กๆ ของประชาชนผู้สูญเสียมีพลังยิ่ง<br />
<br />
 <br />
<br />
โดยเฉพาะคำถามมากมายที่ชวนคิดวิเคราะห์ว่า ตกลงแล้ว กับแค่ประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่ที่เพิ่งผ่านมา 3 ปี "ความจริง" ที่คนรับรู้เป็นอย่างไร<br />
<br />
เวลาพูดถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อกลางปี 2553 เราคิดถึงเรื่อง "มีคนตาย" หรือ "เผาบ้านเผาเมือง"?<br />
<br />
ตอนหนึ่งของบทกวีว่า...<br />
<br />
<br />
<br />
"มีเด็กหนุ่มตายที่นี่ มันเป็นเรื่องลึกลับ<br />
<br />
 <br />
<br />
หน้าจอคอมพิวเตอร์กล่าวกันว่าจัดฉาก<br />
<br />
 <br />
<br />
นักเขียนหนุ่มผู้เป็นกลางบอกผ่านงานเขียนแสนงดงาม<br />
<br />
 <br />
<br />
บรรยายภาพเด็กหนุ่มลอยละล่องลงมาจากชั้นสอง<br />
<br />
 <br />
<br />
คนในซอยบอกหญิงท้องอ่อนโดนยิงตาย<br />
<br />
 <br />
<br />
แม่ค้าส้มตำรถเข็นบอกว่ามีทหารเขมรสวมรอย<br />
<br />
 <br />
<br />
ทหารหนุ่มหนังหน้าไฟแถลงว่าเป็นการยิงกันเอง<br />
<br />
 <br />
<br />
ประชาชนขี้สงสารหลั่งน้ำตาให้กับความโหดร้ายอันลึกลับ<br />
<br />
 <br />
<br />
ก่อนกระซิบถามถึงตำแหน่งที่เขาตาย<br />
<br />
 <br />
<br />
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องลึกลับ"<br />
<br />
<br />
<br />
พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ เกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2510 จบมัธยมจากโรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม ปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสันทนาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา<br />
<br />
เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาเด็ก ก่อนจะอิ่มกับงานขององค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ และกระโดดข้ามฟากไปเป็นหน่วยงานฝ่ายสารนิเทศของบริษัทเอกชนใหญ่ยักษ์ด้านการเกษตร อาหาร ฯลฯ องค์กรหนึ่งในประเทศไทย เป็นเวลายาวนานเกือบ 1 ทศวรรษ ก่อนจะออกมาทำงานเอ็นจีโออีกครั้ง<br />
<br />
ด้านชีวิตครอบครัว แต่งงานกับ "สุมาพร ศรีเทพ" มีลูกชายด้วยกันเพียงคนเดียวคือ "น้องเฌอ"<br />
<br />
"แต่ทว่าก็ต้องมาจากไปเพราะฆาตกรรมกลางเมือง"<br />
<br />
- ครอบครัว "ศรีเทพ" เลี้ยงลูกอย่างไร?<br />
<br />
ตั้งแต่เด็ก คุณแม่เขาจะเป็นคนเลี้ยง ส่วนผมจะคุยในบ้านและเป็นคนเล่นกับลูกมากกว่า อย่างกลางคืนเลิกงานกลับมาก็จะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน คือตอนทำงานอยู่มูลนิธิพัฒนาเด็กเคยเขียนนิทาน เล่าเรื่องได้ ก็จะให้ลูกเล่าให้ฟังก่อนว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง จากนั้นผมก็จะเอาเรื่องที่เขาเล่ามาผูกเป็นนิทานเรื่องใหม่<br />
<br />
เราอ่านหนังสืออะไร เขาก็อยากอ่านบ้าง รื้อมาเปิดดูภาพ แต่ส่วนใหญ่หนังสือที่ผมอ่านก็ไม่ค่อยมีภาพเท่าไหร่ แม้แต่วรรณกรรมเยาวชน (ยิ้ม) แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ใช่เด็กที่รักการอ่าน แต่ชอบการเทกแอ๊กชั่น ไปช่วยงาน ผมจะมีเงื่อนไขเดียวเวลาที่เขาจะไปเล่นที่ทำงานของผมหรือไปไหนด้วยคือต้องทำงาน ตอนนั้นเขาอยู่ ม. 1 วิธีเดียวคือ ใช้แรง เช่น ในงานรณรงค์ก็จะให้ช่วยแจกแผ่นพับ เราปล่อยให้เขาสนุก สุดท้ายเขาเลยถามว่า แจกแผ่นพับนี้ทำไม เราก็เริ่มอธิบายให้เข้าใจ ว่างานที่เขาทำมีคุณค่าอย่างไร<br />
<br />
เขามากับผมที่ทำงาน มาทำงาน ผมเอาเงินตัวเองจ่ายให้เป็นค่าแรงวันละ 100 ซึ่งบางครั้งเขาก็สงสัยว่า ทำไมแจกเบี้ยเลี้ยงพี่ๆ ที่มาทำกิจกรรมได้ 300<br />
<br />
- ความคืบหน้าคดีในขณะนี้?<br />
<br />
สำหรับคดีของเฌอตอนนี้ไม่คืบหน้า เพราะไม่มีคนไปให้การในฐานะประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ ทางกรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปสัมภาษณ์พยานที่อยู่ตรงนั้น แต่กรณีที่จะนำขึ้นไต่สวนการตายว่าอาจจะตายจากเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องการประจักษ์พยานตรงนั้นด้วย แต่ไม่มี<br />
<br />
 <br />
<br />
 ทั้งที่ถ้าเห็นจากภาพที่แชร์กันทางอินเตอร์เน็ต พบว่าก็มีคนที่นอนอยู่ตรงนั้น คือกรณีการตายของคุณ ชาญรงค์ พลศรีลา, มีนิสซ์ น็อตติส์ เป็นพยาน, บุญทิ้ง ปานศิลา, กิติพันธ์ ขันทอง ซึ่งเป็นคนทำงานที่เลิกงาน เเล้วเห็นคุณบุญทิ้งโดนยิงจึงเข้าไปช่วยเเต่กลับถูกยิงด้วย เเต่ก็มีประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุคืออาสาสมัคร<br />
<br />
 <br />
<br />
แต่กรณีของเฌอไม่มีคนให้ปากคำ ก็ไม่แน่ใจว่าทำไม มีคนอยู่ในที่เกิดเหตุเยอะ มีคนบาดเจ็บเยอะ สงสัยว่าดีเอสไอปล่อยเรื่องนี้ผ่านได้อย่างไร คนบาดเจ็บด้วยเขาต้องให้ปากคำ<br />
<br />
ผมเคยเจอคนที่หมอบอยู่กับเฌอในภาพ เขามาเล่าเรื่องให้ฟังว่าเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ยินดีที่จะให้ปากคำกับตำรวจ เลยไม่ถามว่าทำไม เพราะเหมือนจะไปบีบคั้นเขา เพราะเขาไม่ยินดี แค่เข้ามาคุยด้วยเฉยๆ เรื่องอย่างนี้ก็ต้องทำใจ ถ้าเขาไม่อยากให้ปากคำ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี คือถามว่าดีเอสไอจะไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร ซึ่งดีเอสไอก็มีสิทธิที่จะเรียกคนเหล่านี้มาให้ปากคำในฐานะเจ้าพนักงาน<br />
<br />
- รู้สึกอย่างไรกับกระบวนการตรงนี้?<br />
<br />
คดีที่หยิบมาทำก่อนนั้นง่าย มีหลักฐาน มีประจักษ์พยานชัดเจน แต่ประเด็นของผมคือ เจ้าหน้าที่มีศักยภาพในการที่จะสืบทราบอยู่ เพียงแต่คดีไม่ได้ถูกเร่งรัด ก็เลยปล่อยไปเรื่อยๆ อย่าง กรณี 6 ศพ วัดปทุมวนาราม ก็ปล่อยไปเรื่อยๆ ถามผมตรงนี้ก็เข้าใจข้าราชการ<br />
<br />
คือเรื่องนี้ กระทรวงยุติธรรม หรือรัฐบาลหากมีนโยบายเอาจริงเอาจัง ก็ให้กระทรวงตั้งทีมงานได้เลยเพื่อจะเร่งรัดเฉพาะ ไม่ใช่ว่าผมโทร.ไปหาเจ้าหน้าที่ที่ตามคดีของลูก แล้วเขาบอกว่ากำลังทำเรื่องทุจริตลำไยอยู่ลำพูน เห็นว่าควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้มาเป็นหน่วยงานเฉพาะ ทั้งดีเอสไอ ตำรวจ ทำงานร่วมกัน เอาหลักฐานทั้งหมดมารวมกัน ไม่ใช่ตำรวจสอบแล้วส่งเรื่องดีเอสไอ<br />
<br />
 <br />
<br />
ดีเอสไอดูแล้วขาดโน่นนี่ส่งกลับตำรวจ คือมันต้องเป็นทีมเดียว เร่งรัดทุกคดี จบแล้วส่งฟ้องศาลได้เลย คดีไหนหาตัวไม่ได้ก็ไปหามา ขนาดปล้นร้านเซเว่นอีเลฟเว่นดึกๆ ยังตามเจอ คดีนี้ก็ไม่ยาก<br />
<br />
- คิดว่าที่ล่าช้าเป็นเพราะอะไร?<br />
<br />
มันไม่มีการเร่งรัด รู้อยู่แล้วว่าระบบราชการ ถ้าเจ้ากระทรวง หรือรัฐบาล ไม่มีการเร่งรัดก็เปล่อยเลยไปตามระบบ ไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ เห็นชัดว่าถ้าเทียบระหว่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลอภิสิทธิ์ยังมีการขยับตั้ง คอป.<br />
<br />
 <br />
<br />
ถึงแม้ทุกคนจะไม่พอใจรายงานก็ตาม เมื่อเทียบกับรายงานของ ศปช. แต่ก็เป็นการขยับ และก็จะต้องเป็นเอกสารที่ถูกอ้างอิงในต่อๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คดีในระดับล่าง หรือเอกสารที่จะต่อสู้ทางประวัติศาสตร์<br />
<br />
รายงานของ คอป.กับ ศปช. แม้รายงานของ ศปช.จะสมบูรณ์กว่ามาก แต่ก็เป็นเอกสารที่ทำขึ้นโดยองค์กรเอกชน การที่จะได้รับบรรจุในจดหมายเหตุ ก็คงยาก<br />
<br />
 <br />
<br />
เปรียบคำให้การคนกรุงเก่าที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเป็นผลงานของเจ้าฟ้าคนนั้นคนนี้น้ำหนักของเอกสารจะมีปัญหาในเวลาที่มากกว่า<br />
<br />
 <br />
<br />
 คือสำหรับรัฐบาลชุดนี้ผมยังไม่เห็นทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องคดี เรื่องเงินเยียวยาก็มาจากบทสรุปของ คอป. แล้วเมื่อปรับมาเป็น ปคอป.ก็รับลูกต่อ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นเอง<br />
<br />
- การเสียชีวิตของเฌอทำให้ต้องออกมายืนข้างหน้า?<br />
<br />
ด้วยความที่เราทำงานรณรงค์อยู่แล้ว หน้าที่คนทำงานรณรงค์คืออยู่ข้างหลัง ดูภาพรวมเพื่อให้งานมันดำเนินไป แต่มาครั้งนี้ต้องหาคิว หาคน ดำเนินรายการเอง ก็เลยต้องออกมาอยู่ข้างหน้า คือเป็นแอคติวิสต์ที่ถูกถีบให้ออกมายืนข้างหน้า<br />
<br />
 <br />
<br />
ทุกคนอยากมาร่วมงาน แต่มาหาคนที่มาช่วยงานไม่ได้ สุดท้าย คนที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน คนอื่นๆ ก็ชวนไปร่วมงานขึ้นเวทีที่โน่นที่นี่ ทำให้เรามีพื้นที่มากขึ้น<br />
<br />
 <br />
<br />
คือผมไม่ใช่ญาติผู้เสียชีวิตแบบที่ถึงเวลาก็ออกไปงานรำลึก แต่ผมทำงานรณรงค์<br />
<br />
 <br />
<br />
งานของผมจริงๆ คือ นอกจากรำลึก แล้วคือเพอร์ฟอแมนซ์ในประเด็นสาธารณะด้วย<br />
<br />
แต่ถ้าเทียบกับคุณ พะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด (กมนเกด อัคฮาด อาสาสมัครพยาบาลที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม) ถือว่าผมยังทำน้อยมาก เดือนหนึ่งเขาจัดกิจกรรม 2 ครั้ง ผมแค่โผล่หน้าไปอ่านบทกวีบ้าง<br />
<br />
- ตั้งแต่เฌอเสียชีวิต คุณพยายามหลีกเลี่ยงความเป็นดราม่า?<br />
<br />
คือมันมีคนที่ญาติพี่น้องตายทุกวันแหละ มีคนเมาขับรถชนคนตาย ถ้าคุณร้องไห้ คุยเรื่องลูกก็จบแค่นั้น มันเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องปัจเจก แต่ด้วยความที่เราทำงานรณรงค์ มีสื่อมวลชนมาถาม ก็เหมือนกับว่ากำลังคุยกับทุกคน เรื่องอารมณ์ความรู้สึก ความสูญเสีย บางเรื่องแชร์ในที่สาธารณะไม่ได้ แชร์ไปทำไม<br />
<br />
 <br />
<br />
ผมจึงพูดในเรื่องที่เป็นสาธารณะ การตายเป็นเรื่องปัจเจก แต่ความสูญเสียนี้มีเรื่องที่สาธารณะควรรับรู้ พูดเรื่องนี้มากกว่า<br />
<br />
พ่อ แม่ เพื่อน พี่ น้อง จะเศร้าก็ไปนั่งเศร้ากันที่บ้าน จัดคุยกันเงียบๆ ซึ่งผมก็ทำบ่อยๆ<br />
<br />
 <br />
<br />
แต่ถ้าจะพูดกับสาธารณะก็ต้องพูดเรื่องสาธารณะ ว่าทำไมเด็กคนหนึ่งที่เข้าไปในที่ชุมนุม แล้วถูกยิง แล้วยังหาคนผิดไม่ได้ นี่เป็นเรื่องสาธารณะ ไม่อย่างนั้นผมก็ต้องพูดว่าเฌอเป็นคนดีอย่างไร? ครอบครัวเราอยู่อย่างไร? ซึ่งไม่ใช่ เราต้องพูดเรื่องสาธารณะ ไม่อย่างนั้นอนาคตประเทศนี้จะอยู่กันอย่างไร<br />
<br />
- เป็นที่มาของงานรำลึกชื่อ "เฌอ...อย่าลืมฉัน?"<br />
<br />
ใช่ เป็นการบอกกับคนที่ตายไปแล้วว่าอย่าลืมคนที่อยู่ เนื่องจากเวลาที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น หรือมีคนตาย เรามักเรียกร้องว่าอย่าลืมความรุนแรง หรืออย่าลืมคนตาย แต่จริงๆ คนตายก็ตายไปแล้ว เขาตายเพื่อคนที่ยังอยู่ ตายเพื่อสาธารณะ<br />
<br />
 <br />
<br />
ดังนั้น เมื่อการตายของปัจเจกคนหนึ่งเป็นเรื่องสาธารณะ ก็ต้องพูดเรื่องสาธารณะ คนที่ยังอยู่ ถ้าไม่อยากให้คนที่ตายไปแล้วลืมเรา ก็ต้องต่อสู้เพื่อสาธารณะ<br />
<br />
 <br />
<br />
อย่างเรื่องกระบวนการยุติธรรม การเอาคนผิดมาลงโทษ ไม่ให้มีการใช้อำนาจเกินขอบเขต เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นคนที่ยังอยู่ก็จะเป็นคนตายคนต่อไป<br />
<br />
นี่เป็นการทำให้คนตายยังไม่ลืมคนที่ยังอยู่ เพราะไหนๆ คุณก็ตายเพื่อคนที่ยังอยู่ๆ แล้ว คนที่ยังอยู่ถ้าจะทำให้คนตายไม่ลืมตนเองก็คือการต่อสู้ในเรื่องสาธารณะ อย่างเรื่องการเอาคนผิดจากเหตุการณ์ที่ทำให้มีคนตายกลางเมืองเป็นจำนวนมากเมื่อปี 2553 มาลงโทษ ให้เป็นบรรทัดฐาน<br />
<br />
- มองความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยรอบ 3 ปีนี้อย่างไร?<br />
<br />
ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มักมีคำพูดของคนที่ออกตัวก่อนเลยว่า ผมเป็นกลางนะ ไม่ใช่สีไหน ขณะต้องทำอะไรที่เคยเจอครั้งแรก แต่เขาออกตัวอย่างนั้น เราก็เลยขำ เพราะไม่ใช่คำพูดของคนปกติ จะออกตัวทำไม คุณเพิ่งเจอผม แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ ทำไมถึงเริ่มต้นอย่างนี้ การออกตัวก็บอกว่ากำลังคิดเรื่องการเมืองอย่างไร แต่ว่าอย่าถามเลยนะ<br />
<br />
อีกสิ่งที่เห็นคือคนตื่นตัวมากขึ้น แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ และสิ่งที่เห็นคืออาการหาคนรับผิดชอบ อาจเกิดจากการเลือกข้างรัฐบาล อย่างเห็นในเฟซบุ๊ก แค่ถังขยะล้มก็ไปด่าผู้ว่าฯกทม. คือจะไปว่าเขาได้ไง อาจมีคนถีบล้มก็ได้ ผมว่าสังคมตอนนี้นำไปสู่เรื่องที่เริ่มมองแล้วใครรับผิดชอบ<br />
<br />
ปรากฏการณ์อย่างนี้ผมว่าดี แต่ยังอยู่ช่วงที่ด่าไปหมด อย่างวันนี้สั่งปูผัดผงกะหรี่แล้วไม่มี คุณก็ไปด่ากระทรวงพาณิชย์ ว่าสั่งห้ามขาย เป็นต้น แต่อนาคตผมมองว่าจะเข้าที่เข้าทาง และจะแม่นขึ้น ไม่ใช่ลอยๆ และโบ้ยไปที่รัฐบาล แต่รู้แล้วว่าใครต้องรับผิดชอบ สังคมจะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ<br />
<br />
- 3 ปีที่ผ่านมา เรียนรู้อะไรบ้าง?<br />
<br />
ครอบครัวเรียนรู้เรื่องนี้มาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันเป็นจังหวะ ด้วยต้นทุนที่สูงมากคือเฌอ ครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่ไม่ได้ปล่อยผ่านสถานการณ์บ้านเมืองหรือสังคม เราคุยกันตลอด และด้วยความที่เราแอ๊กทีฟ เฌอก็เลยออกไป นี่ก็ส่วนหนึ่ง พอเราเสียต้นทุนตรงนี้ไป เราก็ได้เรื่องอื่นมา เรามีเพื่อน มีอะไรมาก็ช่วยได้เยอะ<br />
<br />
แต่กับสังคม ผมว่าอยู่ในขั้นที่เรียนรู้ไปเรื่อยๆ<br />
<br />
 <br />
<br />
วันนี้ เราได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้ว ความรุนแรงอยู่รอบตัวเรา ไม่ได้อยู่ไกลเลย<br />
<br />
 <br />
<br />
ที่ผ่านมาเราจะมาตกใจ หรือช็อกต่อเมื่อเป็นคนข้างตัวตกเป็นเหยื่อความรุนแรงนั้น ทั้งที่จริงๆ สังคมเต็มไปด้วยความรุนแรง<br />
<br />
"สิ่งที่เราต้องเรียนรู้กันคือเรื่องความไม่เพิกเฉยต่อมัน ต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่ใช่พูดลอยๆ"<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368932369&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&#x26;subcatid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[รำลึก 3 ปี ฆาตกรรมกลางเมือง พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ"พ่อน้องเฌอ" ความตายของ"ปัจเจก"ที่เป็นเรื่อง"สาธารณะ"<br />
<br />
โดย เชตวัน เตือประโคน<br />
<br />
(ที่มา:มติชนรายวัน 19 พ.ค.2556)<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
 <br />
<br />
ครบรอบ 3 ปีเต็ม กับเหตุการณ์สลายชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ในนามของการ "ขอพื้นที่คืน"<br />
<br />
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เพื่อกดดันให้รัฐบาลในขณะนั้นลาออก สืบเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนเมษายน จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 เมษายน 2555 ความกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคนตายรายวัน งวดเข้ามาจนถึงเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม จึงปะทุ เมื่อทหารเข้าสลายการชุมนุม คนเสื้อแดงแพ้ทัพแตกกระสานซ่านเซ็น<br />
<br />
นี่เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย บาดเจ็บอีกนับพัน<br />
<br />
ถึงวันนี้ 3 ปีแล้ว แต่คดีความที่เกี่ยวกับการตายและการได้รับบาดเจ็บของประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม บรรดาทหารที่เข้าทำหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่พลัดโดนลูกหลง ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ความหวังที่บรรดาญาติผู้เสียชีวิตทั้งหลายอยากเห็น คือนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเรียกว่ายังมืดมนมองไม่เห็นฝั่ง<br />
<br />
"พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ" หรือ "พ่อน้องเฌอ" ก็เป็นอีกคนที่ไม่เข้าใจกระบวนการค้นหาความจริงของความรุนแรงนี้<br />
<br />
และที่สำคัญ ที่ควรตั้งคำถามตัวโตต่อผู้มีอำนาจในประเทศ รวมถึงสังคมไทยโดยรวมคือ ลูกชายของเขา คือ "เฌอ" "สมาพันธ์ ศรีเทพ" นักกิจกรรมเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ เข้าไปสังเกตการณ์การชุมนุมของ นปช.บริเวณริมถนนราชปรารภ มีความผิดถึงขั้นสไนเปอร์ต้องส่องยิ่งจนเสียชีวิตเชียวหรือ?<br />
<br />
"เช่นกันกับอีกหลายๆ คน บางคนแค่มาร่วมชุมนุมสองมือเปล่า? บางคนแค่เดินข้ามถนนจะไปขึ้นรถ? บางคนแค่กำลังจะกลับเข้าบ้าน? ฯลฯ"<br />
<br />
ในวันจัดงานรำลึก 3 ปีการจากไปของลูกชาย ที่ใช้ชื่องานว่า "เฌอ...อย่าลืมฉัน"<br />
<br />
พันธ์ศักดิ์ ขึ้นไปอ่านบทกวี "เรื่องลึกลับ" ที่เขาเป็นผู้ประพันธ์ขึ้น เนื้อหาในบทกวี เสียงกีตาร์แผดประสาน ผนวกกับเมาส์ออแกนที่คอยหนุน ยิ่งขับให้เวทีเล็กๆ ของประชาชนผู้สูญเสียมีพลังยิ่ง<br />
<br />
 <br />
<br />
โดยเฉพาะคำถามมากมายที่ชวนคิดวิเคราะห์ว่า ตกลงแล้ว กับแค่ประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่ที่เพิ่งผ่านมา 3 ปี "ความจริง" ที่คนรับรู้เป็นอย่างไร<br />
<br />
เวลาพูดถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อกลางปี 2553 เราคิดถึงเรื่อง "มีคนตาย" หรือ "เผาบ้านเผาเมือง"?<br />
<br />
ตอนหนึ่งของบทกวีว่า...<br />
<br />
<br />
<br />
"มีเด็กหนุ่มตายที่นี่ มันเป็นเรื่องลึกลับ<br />
<br />
 <br />
<br />
หน้าจอคอมพิวเตอร์กล่าวกันว่าจัดฉาก<br />
<br />
 <br />
<br />
นักเขียนหนุ่มผู้เป็นกลางบอกผ่านงานเขียนแสนงดงาม<br />
<br />
 <br />
<br />
บรรยายภาพเด็กหนุ่มลอยละล่องลงมาจากชั้นสอง<br />
<br />
 <br />
<br />
คนในซอยบอกหญิงท้องอ่อนโดนยิงตาย<br />
<br />
 <br />
<br />
แม่ค้าส้มตำรถเข็นบอกว่ามีทหารเขมรสวมรอย<br />
<br />
 <br />
<br />
ทหารหนุ่มหนังหน้าไฟแถลงว่าเป็นการยิงกันเอง<br />
<br />
 <br />
<br />
ประชาชนขี้สงสารหลั่งน้ำตาให้กับความโหดร้ายอันลึกลับ<br />
<br />
 <br />
<br />
ก่อนกระซิบถามถึงตำแหน่งที่เขาตาย<br />
<br />
 <br />
<br />
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องลึกลับ"<br />
<br />
<br />
<br />
พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ เกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2510 จบมัธยมจากโรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม ปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสันทนาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา<br />
<br />
เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาเด็ก ก่อนจะอิ่มกับงานขององค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ และกระโดดข้ามฟากไปเป็นหน่วยงานฝ่ายสารนิเทศของบริษัทเอกชนใหญ่ยักษ์ด้านการเกษตร อาหาร ฯลฯ องค์กรหนึ่งในประเทศไทย เป็นเวลายาวนานเกือบ 1 ทศวรรษ ก่อนจะออกมาทำงานเอ็นจีโออีกครั้ง<br />
<br />
ด้านชีวิตครอบครัว แต่งงานกับ "สุมาพร ศรีเทพ" มีลูกชายด้วยกันเพียงคนเดียวคือ "น้องเฌอ"<br />
<br />
"แต่ทว่าก็ต้องมาจากไปเพราะฆาตกรรมกลางเมือง"<br />
<br />
- ครอบครัว "ศรีเทพ" เลี้ยงลูกอย่างไร?<br />
<br />
ตั้งแต่เด็ก คุณแม่เขาจะเป็นคนเลี้ยง ส่วนผมจะคุยในบ้านและเป็นคนเล่นกับลูกมากกว่า อย่างกลางคืนเลิกงานกลับมาก็จะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน คือตอนทำงานอยู่มูลนิธิพัฒนาเด็กเคยเขียนนิทาน เล่าเรื่องได้ ก็จะให้ลูกเล่าให้ฟังก่อนว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง จากนั้นผมก็จะเอาเรื่องที่เขาเล่ามาผูกเป็นนิทานเรื่องใหม่<br />
<br />
เราอ่านหนังสืออะไร เขาก็อยากอ่านบ้าง รื้อมาเปิดดูภาพ แต่ส่วนใหญ่หนังสือที่ผมอ่านก็ไม่ค่อยมีภาพเท่าไหร่ แม้แต่วรรณกรรมเยาวชน (ยิ้ม) แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ใช่เด็กที่รักการอ่าน แต่ชอบการเทกแอ๊กชั่น ไปช่วยงาน ผมจะมีเงื่อนไขเดียวเวลาที่เขาจะไปเล่นที่ทำงานของผมหรือไปไหนด้วยคือต้องทำงาน ตอนนั้นเขาอยู่ ม. 1 วิธีเดียวคือ ใช้แรง เช่น ในงานรณรงค์ก็จะให้ช่วยแจกแผ่นพับ เราปล่อยให้เขาสนุก สุดท้ายเขาเลยถามว่า แจกแผ่นพับนี้ทำไม เราก็เริ่มอธิบายให้เข้าใจ ว่างานที่เขาทำมีคุณค่าอย่างไร<br />
<br />
เขามากับผมที่ทำงาน มาทำงาน ผมเอาเงินตัวเองจ่ายให้เป็นค่าแรงวันละ 100 ซึ่งบางครั้งเขาก็สงสัยว่า ทำไมแจกเบี้ยเลี้ยงพี่ๆ ที่มาทำกิจกรรมได้ 300<br />
<br />
- ความคืบหน้าคดีในขณะนี้?<br />
<br />
สำหรับคดีของเฌอตอนนี้ไม่คืบหน้า เพราะไม่มีคนไปให้การในฐานะประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ ทางกรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปสัมภาษณ์พยานที่อยู่ตรงนั้น แต่กรณีที่จะนำขึ้นไต่สวนการตายว่าอาจจะตายจากเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องการประจักษ์พยานตรงนั้นด้วย แต่ไม่มี<br />
<br />
 <br />
<br />
 ทั้งที่ถ้าเห็นจากภาพที่แชร์กันทางอินเตอร์เน็ต พบว่าก็มีคนที่นอนอยู่ตรงนั้น คือกรณีการตายของคุณ ชาญรงค์ พลศรีลา, มีนิสซ์ น็อตติส์ เป็นพยาน, บุญทิ้ง ปานศิลา, กิติพันธ์ ขันทอง ซึ่งเป็นคนทำงานที่เลิกงาน เเล้วเห็นคุณบุญทิ้งโดนยิงจึงเข้าไปช่วยเเต่กลับถูกยิงด้วย เเต่ก็มีประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุคืออาสาสมัคร<br />
<br />
 <br />
<br />
แต่กรณีของเฌอไม่มีคนให้ปากคำ ก็ไม่แน่ใจว่าทำไม มีคนอยู่ในที่เกิดเหตุเยอะ มีคนบาดเจ็บเยอะ สงสัยว่าดีเอสไอปล่อยเรื่องนี้ผ่านได้อย่างไร คนบาดเจ็บด้วยเขาต้องให้ปากคำ<br />
<br />
ผมเคยเจอคนที่หมอบอยู่กับเฌอในภาพ เขามาเล่าเรื่องให้ฟังว่าเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ยินดีที่จะให้ปากคำกับตำรวจ เลยไม่ถามว่าทำไม เพราะเหมือนจะไปบีบคั้นเขา เพราะเขาไม่ยินดี แค่เข้ามาคุยด้วยเฉยๆ เรื่องอย่างนี้ก็ต้องทำใจ ถ้าเขาไม่อยากให้ปากคำ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี คือถามว่าดีเอสไอจะไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร ซึ่งดีเอสไอก็มีสิทธิที่จะเรียกคนเหล่านี้มาให้ปากคำในฐานะเจ้าพนักงาน<br />
<br />
- รู้สึกอย่างไรกับกระบวนการตรงนี้?<br />
<br />
คดีที่หยิบมาทำก่อนนั้นง่าย มีหลักฐาน มีประจักษ์พยานชัดเจน แต่ประเด็นของผมคือ เจ้าหน้าที่มีศักยภาพในการที่จะสืบทราบอยู่ เพียงแต่คดีไม่ได้ถูกเร่งรัด ก็เลยปล่อยไปเรื่อยๆ อย่าง กรณี 6 ศพ วัดปทุมวนาราม ก็ปล่อยไปเรื่อยๆ ถามผมตรงนี้ก็เข้าใจข้าราชการ<br />
<br />
คือเรื่องนี้ กระทรวงยุติธรรม หรือรัฐบาลหากมีนโยบายเอาจริงเอาจัง ก็ให้กระทรวงตั้งทีมงานได้เลยเพื่อจะเร่งรัดเฉพาะ ไม่ใช่ว่าผมโทร.ไปหาเจ้าหน้าที่ที่ตามคดีของลูก แล้วเขาบอกว่ากำลังทำเรื่องทุจริตลำไยอยู่ลำพูน เห็นว่าควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้มาเป็นหน่วยงานเฉพาะ ทั้งดีเอสไอ ตำรวจ ทำงานร่วมกัน เอาหลักฐานทั้งหมดมารวมกัน ไม่ใช่ตำรวจสอบแล้วส่งเรื่องดีเอสไอ<br />
<br />
 <br />
<br />
ดีเอสไอดูแล้วขาดโน่นนี่ส่งกลับตำรวจ คือมันต้องเป็นทีมเดียว เร่งรัดทุกคดี จบแล้วส่งฟ้องศาลได้เลย คดีไหนหาตัวไม่ได้ก็ไปหามา ขนาดปล้นร้านเซเว่นอีเลฟเว่นดึกๆ ยังตามเจอ คดีนี้ก็ไม่ยาก<br />
<br />
- คิดว่าที่ล่าช้าเป็นเพราะอะไร?<br />
<br />
มันไม่มีการเร่งรัด รู้อยู่แล้วว่าระบบราชการ ถ้าเจ้ากระทรวง หรือรัฐบาล ไม่มีการเร่งรัดก็เปล่อยเลยไปตามระบบ ไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ เห็นชัดว่าถ้าเทียบระหว่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลอภิสิทธิ์ยังมีการขยับตั้ง คอป.<br />
<br />
 <br />
<br />
ถึงแม้ทุกคนจะไม่พอใจรายงานก็ตาม เมื่อเทียบกับรายงานของ ศปช. แต่ก็เป็นการขยับ และก็จะต้องเป็นเอกสารที่ถูกอ้างอิงในต่อๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คดีในระดับล่าง หรือเอกสารที่จะต่อสู้ทางประวัติศาสตร์<br />
<br />
รายงานของ คอป.กับ ศปช. แม้รายงานของ ศปช.จะสมบูรณ์กว่ามาก แต่ก็เป็นเอกสารที่ทำขึ้นโดยองค์กรเอกชน การที่จะได้รับบรรจุในจดหมายเหตุ ก็คงยาก<br />
<br />
 <br />
<br />
เปรียบคำให้การคนกรุงเก่าที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเป็นผลงานของเจ้าฟ้าคนนั้นคนนี้น้ำหนักของเอกสารจะมีปัญหาในเวลาที่มากกว่า<br />
<br />
 <br />
<br />
 คือสำหรับรัฐบาลชุดนี้ผมยังไม่เห็นทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องคดี เรื่องเงินเยียวยาก็มาจากบทสรุปของ คอป. แล้วเมื่อปรับมาเป็น ปคอป.ก็รับลูกต่อ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นเอง<br />
<br />
- การเสียชีวิตของเฌอทำให้ต้องออกมายืนข้างหน้า?<br />
<br />
ด้วยความที่เราทำงานรณรงค์อยู่แล้ว หน้าที่คนทำงานรณรงค์คืออยู่ข้างหลัง ดูภาพรวมเพื่อให้งานมันดำเนินไป แต่มาครั้งนี้ต้องหาคิว หาคน ดำเนินรายการเอง ก็เลยต้องออกมาอยู่ข้างหน้า คือเป็นแอคติวิสต์ที่ถูกถีบให้ออกมายืนข้างหน้า<br />
<br />
 <br />
<br />
ทุกคนอยากมาร่วมงาน แต่มาหาคนที่มาช่วยงานไม่ได้ สุดท้าย คนที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน คนอื่นๆ ก็ชวนไปร่วมงานขึ้นเวทีที่โน่นที่นี่ ทำให้เรามีพื้นที่มากขึ้น<br />
<br />
 <br />
<br />
คือผมไม่ใช่ญาติผู้เสียชีวิตแบบที่ถึงเวลาก็ออกไปงานรำลึก แต่ผมทำงานรณรงค์<br />
<br />
 <br />
<br />
งานของผมจริงๆ คือ นอกจากรำลึก แล้วคือเพอร์ฟอแมนซ์ในประเด็นสาธารณะด้วย<br />
<br />
แต่ถ้าเทียบกับคุณ พะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด (กมนเกด อัคฮาด อาสาสมัครพยาบาลที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม) ถือว่าผมยังทำน้อยมาก เดือนหนึ่งเขาจัดกิจกรรม 2 ครั้ง ผมแค่โผล่หน้าไปอ่านบทกวีบ้าง<br />
<br />
- ตั้งแต่เฌอเสียชีวิต คุณพยายามหลีกเลี่ยงความเป็นดราม่า?<br />
<br />
คือมันมีคนที่ญาติพี่น้องตายทุกวันแหละ มีคนเมาขับรถชนคนตาย ถ้าคุณร้องไห้ คุยเรื่องลูกก็จบแค่นั้น มันเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องปัจเจก แต่ด้วยความที่เราทำงานรณรงค์ มีสื่อมวลชนมาถาม ก็เหมือนกับว่ากำลังคุยกับทุกคน เรื่องอารมณ์ความรู้สึก ความสูญเสีย บางเรื่องแชร์ในที่สาธารณะไม่ได้ แชร์ไปทำไม<br />
<br />
 <br />
<br />
ผมจึงพูดในเรื่องที่เป็นสาธารณะ การตายเป็นเรื่องปัจเจก แต่ความสูญเสียนี้มีเรื่องที่สาธารณะควรรับรู้ พูดเรื่องนี้มากกว่า<br />
<br />
พ่อ แม่ เพื่อน พี่ น้อง จะเศร้าก็ไปนั่งเศร้ากันที่บ้าน จัดคุยกันเงียบๆ ซึ่งผมก็ทำบ่อยๆ<br />
<br />
 <br />
<br />
แต่ถ้าจะพูดกับสาธารณะก็ต้องพูดเรื่องสาธารณะ ว่าทำไมเด็กคนหนึ่งที่เข้าไปในที่ชุมนุม แล้วถูกยิง แล้วยังหาคนผิดไม่ได้ นี่เป็นเรื่องสาธารณะ ไม่อย่างนั้นผมก็ต้องพูดว่าเฌอเป็นคนดีอย่างไร? ครอบครัวเราอยู่อย่างไร? ซึ่งไม่ใช่ เราต้องพูดเรื่องสาธารณะ ไม่อย่างนั้นอนาคตประเทศนี้จะอยู่กันอย่างไร<br />
<br />
- เป็นที่มาของงานรำลึกชื่อ "เฌอ...อย่าลืมฉัน?"<br />
<br />
ใช่ เป็นการบอกกับคนที่ตายไปแล้วว่าอย่าลืมคนที่อยู่ เนื่องจากเวลาที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น หรือมีคนตาย เรามักเรียกร้องว่าอย่าลืมความรุนแรง หรืออย่าลืมคนตาย แต่จริงๆ คนตายก็ตายไปแล้ว เขาตายเพื่อคนที่ยังอยู่ ตายเพื่อสาธารณะ<br />
<br />
 <br />
<br />
ดังนั้น เมื่อการตายของปัจเจกคนหนึ่งเป็นเรื่องสาธารณะ ก็ต้องพูดเรื่องสาธารณะ คนที่ยังอยู่ ถ้าไม่อยากให้คนที่ตายไปแล้วลืมเรา ก็ต้องต่อสู้เพื่อสาธารณะ<br />
<br />
 <br />
<br />
อย่างเรื่องกระบวนการยุติธรรม การเอาคนผิดมาลงโทษ ไม่ให้มีการใช้อำนาจเกินขอบเขต เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นคนที่ยังอยู่ก็จะเป็นคนตายคนต่อไป<br />
<br />
นี่เป็นการทำให้คนตายยังไม่ลืมคนที่ยังอยู่ เพราะไหนๆ คุณก็ตายเพื่อคนที่ยังอยู่ๆ แล้ว คนที่ยังอยู่ถ้าจะทำให้คนตายไม่ลืมตนเองก็คือการต่อสู้ในเรื่องสาธารณะ อย่างเรื่องการเอาคนผิดจากเหตุการณ์ที่ทำให้มีคนตายกลางเมืองเป็นจำนวนมากเมื่อปี 2553 มาลงโทษ ให้เป็นบรรทัดฐาน<br />
<br />
- มองความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยรอบ 3 ปีนี้อย่างไร?<br />
<br />
ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มักมีคำพูดของคนที่ออกตัวก่อนเลยว่า ผมเป็นกลางนะ ไม่ใช่สีไหน ขณะต้องทำอะไรที่เคยเจอครั้งแรก แต่เขาออกตัวอย่างนั้น เราก็เลยขำ เพราะไม่ใช่คำพูดของคนปกติ จะออกตัวทำไม คุณเพิ่งเจอผม แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ ทำไมถึงเริ่มต้นอย่างนี้ การออกตัวก็บอกว่ากำลังคิดเรื่องการเมืองอย่างไร แต่ว่าอย่าถามเลยนะ<br />
<br />
อีกสิ่งที่เห็นคือคนตื่นตัวมากขึ้น แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ และสิ่งที่เห็นคืออาการหาคนรับผิดชอบ อาจเกิดจากการเลือกข้างรัฐบาล อย่างเห็นในเฟซบุ๊ก แค่ถังขยะล้มก็ไปด่าผู้ว่าฯกทม. คือจะไปว่าเขาได้ไง อาจมีคนถีบล้มก็ได้ ผมว่าสังคมตอนนี้นำไปสู่เรื่องที่เริ่มมองแล้วใครรับผิดชอบ<br />
<br />
ปรากฏการณ์อย่างนี้ผมว่าดี แต่ยังอยู่ช่วงที่ด่าไปหมด อย่างวันนี้สั่งปูผัดผงกะหรี่แล้วไม่มี คุณก็ไปด่ากระทรวงพาณิชย์ ว่าสั่งห้ามขาย เป็นต้น แต่อนาคตผมมองว่าจะเข้าที่เข้าทาง และจะแม่นขึ้น ไม่ใช่ลอยๆ และโบ้ยไปที่รัฐบาล แต่รู้แล้วว่าใครต้องรับผิดชอบ สังคมจะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ<br />
<br />
- 3 ปีที่ผ่านมา เรียนรู้อะไรบ้าง?<br />
<br />
ครอบครัวเรียนรู้เรื่องนี้มาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันเป็นจังหวะ ด้วยต้นทุนที่สูงมากคือเฌอ ครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่ไม่ได้ปล่อยผ่านสถานการณ์บ้านเมืองหรือสังคม เราคุยกันตลอด และด้วยความที่เราแอ๊กทีฟ เฌอก็เลยออกไป นี่ก็ส่วนหนึ่ง พอเราเสียต้นทุนตรงนี้ไป เราก็ได้เรื่องอื่นมา เรามีเพื่อน มีอะไรมาก็ช่วยได้เยอะ<br />
<br />
แต่กับสังคม ผมว่าอยู่ในขั้นที่เรียนรู้ไปเรื่อยๆ<br />
<br />
 <br />
<br />
วันนี้ เราได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้ว ความรุนแรงอยู่รอบตัวเรา ไม่ได้อยู่ไกลเลย<br />
<br />
 <br />
<br />
ที่ผ่านมาเราจะมาตกใจ หรือช็อกต่อเมื่อเป็นคนข้างตัวตกเป็นเหยื่อความรุนแรงนั้น ทั้งที่จริงๆ สังคมเต็มไปด้วยความรุนแรง<br />
<br />
"สิ่งที่เราต้องเรียนรู้กันคือเรื่องความไม่เพิกเฉยต่อมัน ต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่ใช่พูดลอยๆ"<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368932369&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&subcatid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เปิดใจ...ส.ส."เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ "รัฐบาลอยู่ครบเทอม"]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13410.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:40:06 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13410.html</guid>
			<description><![CDATA[ภายหลัง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้รับการรับรองให้เป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางข่าวสารมากมาย "เจ๊แดง" หรือนางเยาวภา เปิดบ้านต้อนรับ ให้สัมภาษณ์พิเศษ "มติชน" ถึงบทบาทและการทำหน้าที่ ส.ส. เพื่อไขปริศนาข้อข้องใจนานาประการ<br />
<br />
@ บทบาทการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรหลังจากนี้<br />
<br />
หลังจากห่างหายทางการเมืองไปอยู่บ้านเงียบๆ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำ ใจไม่ได้คิดว่าจะมาทำการเมือง แต่เมื่อเหตุการณ์มาเป็นแบบนี้มันจำเป็น ต้องการมาประสานงาน การดูแลพูดคุยกับ ส.ส. รู้สึกดีใจ ประชาชนให้การตอบรับดี ภูมิใจ และตั้งใจจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือการเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ และต้องกลับมาทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นในพรรคเพื่อไทย หรือในสภา หากมีอะไรช่วยเหลือได้ พร้อมที่จะทำ ตั้งใจว่าจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง<br />
<br />
@ พักมา 5 ปี 5 ปีที่แล้วกับวันนี้ การเมืองต่างกันอย่างไร<br />
<br />
แตกต่าง มันเหมือนกับการเมืองคนละขั้ว แต่คิดว่า เราเป็นคนไทย ดิฉันเป็นผู้หญิง ส่วนมากคนไทยเขาไม่ถือโทษโกรธกันนาน แต่ว่าเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมาเหมือนเป็นความไม่เข้าใจกัน หากเป็นฝ่ายค้านเราก็ต้องยอมรับ ช่วยกันตรวจสอบ เป็นเรื่องปกติ เป็นรัฐบาลก็ทำหน้าที่ให้ดี คิดว่า หากต่างคนต่างรู้หน้าที่ตัวเอง จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และทำให้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบ คิดว่ารากฐานคงเกิดจากประชาธิปไตย ถ้าประชาธิปไตยสมบูรณ์ บ้านเมืองจะมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความไม่เข้าใจกันจะคลี่คลาย<br />
<br />
สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องทำประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด คิดว่าในที่สุดคงพูดคุยกันได้ อย่างต่างประเทศ สภาของเขาไม่ได้สู้รบตบมือกันแบบรุนแรง ฝ่ายค้านพูดคุยกันได้มาช่วยรัฐบาล ไม่ได้เอาชนะคะคานอะไรกันมากมาย น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ ก็ฝันอยากให้ประเทศไทยมีพรรคการเมืองมาช่วยกันคิดช่วยกันสร้างทำประโยชน์ให้กับประชา&#8203;ชนมากกว่า<br />
<br />
@ คิดว่าในฐานะ ส.ส.จะมีส่วนช่วยได้อย่างไร<br />
<br />
เท่าที่มีศักยภาพจะทำเต็มที่ จะใช้ความสัมพันธ์ที่อาจจะมีอดีต ประวัติศาสตร์กับพรรคการเมือง 2-3 พรรค ส่วนมาก ส.ส.รากฐานมาจากไทยรักไทย ฉะนั้น ความผูกพันเหมือนพี่น้องมากกว่า น้องมีปัญหาเดือดร้อนพี่ก็ช่วย ไม่ได้คิดว่า ตัวเองจะเก่งอะไร คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะลดช่องว่าง เพราะ ส.ส.ในพรรคมีหลายคน การพูดคุยการทำความเข้าใจอาจจะลำบาก จึงขออาสาเชื่อมความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ที่สำคัญอยากให้พรรคเข้มแข็ง และมีอุดมการณ์ไปในทางที่ประชาชนต้องการ<br />
<br />
@ การที่มีพี่ชาย น้องสาว และสามี เป็นนายกฯ<br />
<br />
บังเอิญมีพี่ชายเป็นนายกฯ มีสามีเป็นนายกฯ และมีน้องสาวเป็นนายกฯ ยังขำตัวเองอยู่ ส่วนตัวไม่มีอะไรเลิศเลอ เป็นคนโลว์โปรไฟล์ ความจริงไม่ได้คิดจะมาทำงานการเมือง คิดเพียงว่าหากทำประโยชน์ให้กับใครได้ก็อยากจะทำ ไม่ได้คิดไปไกลอย่างที่บางคนคิดว่า เยาวภาเป็นแบบนั้นแบบนี้ ด้วยความที่เป็นผู้หญิง ที่ผ่านมา เหนื่อยไหม ล้าไหม ก็เหนื่อยและล้า วันนี้ประชาชนให้โอกาส ก็มีกำลังใจทำงาน ส.ส.ให้กำลังใจ จะใช้ความสัมพันธ์ที่มีนี้ให้เกิดประโยชน์ จากที่ไม่เข้าใจกันก็มาทำให้เกิดความเข้าใจกัน<br />
<br />
@ ประสานงานสภาและรัฐบาลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน<br />
<br />
บางอันไม่จำเป็นต้องประสาน เพราะรัฐบาลก็ทำไป เรามีหน้าที่ทำงานในพรรคและสภา เนื่องจาก ส.ส.คงไม่ไปเกี่ยวข้องกับการทำงานบริหารรัฐบาล แต่การพูดคุยคงไม่มีปัญหา เพราะพร้อมที่จะสื่อสาร<br />
<br />
@ การมีศักยภาพสูงที่จะทำได้หลายอย่าง ในทางการเมืองดูจะเสียงดัง มีพลังพอสมควร<br />
<br />
ต้องพยายามลดความขัดแย้ง เป็นคนจริงใจ ทำไม ส.ส.รัก เพื่อนๆ รัก เพราะมีความจริงใจ ใครมีปัญหาช่วยได้ก็ช่วย อยากเห็น ส.ส.เพื่อนพรรคการเมืองอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทำงานในสภาด้วยความเต็มใจ อย่างมีความสุข ก็มีหน้าที่แค่นั้น<br />
<br />
@ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง โอกาสที่จะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี<br />
<br />
คงเป็นไปไม่ได้ ก็อายุมากแล้ว ขอทำงานแค่นี้ อย่างนั้นคงไม่พูดถึง เพราะไม่ได้คิด มันก็บอกไม่ได้ แต่ตัวเองขอทำหน้าที่ให้คนเชียงใหม่ และช่วยพรรคให้เดินหน้าต่อไปได้<br />
<br />
@ มองว่าความสัมพันธ์ในพรรคมีปัญหาหรือไม่<br />
<br />
คงเป็นเรื่องที่ ส.ส.ทุกคนรับปัญหาในพื้นที่มา และต้องมาทำงานในพรรค ในสภา แล้วถ้าได้รับการพูดคุย และการช่วยเหลือ การแนะนำ จะทำให้ทุกอย่างผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ในแง่พรรคการเมืองต้องมีการพัฒนาในทางอุดมการณ์ บอก ส.ส.เสมอว่า ถ้าเรารักประชาชน ประชาชนก็จะรักเรา ถ้าเราอยู่เคียงข้างประชาชน ประชาชนก็จะอยู่เคียงข้างเรา เราก็จะไม่ว้าเหว่ ต้องทำหน้าที่ในสภาให้ดี เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์<br />
<br />
@ ที่บอกว่าจะมาคุมเกมน่าจะทำให้งานระหว่างรัฐบาล และสภาเชื่อมกันมากขึ้น<br />
<br />
ก็พร้อมที่จะเชื่อม บางครั้งสภาก็จำเป็นต้องประสานงานกับรัฐบาลเหมือนกันในเรื่องกฎหมาย แต่คงไม่ใช่ประสานในทุกเรื่อง ซึ่งก็มีครรลองของการปฏิบัติ แต่บางเรื่องอาจจะสื่อไม่ถึง ก็พร้อมเพื่อที่จะทำให้งานสภาเดินหน้าได้อย่างราบรื่น<br />
<br />
@ มีการมองว่าจะให้มาเป็นครูใหญ่ดูแล ส.ส.<br />
<br />
น้องเขาพูดเล่น เขาบอกว่า ให้เอาครูใหญ่เข้าสภา ต้องขอบคุณเขา เพราะให้เราเป็นครูใหญ่ แสดงว่า น้องๆ เคารพนับถือ พร้อมที่จะพูดคุยกัน เชื่อฟังกัน ก็ขำนะบอกเป็นครูใหญ่ แต่จริงๆ เป็นพี่น้องกันมากกว่า ดิฉันเป็นคนใจดี พูดกันด้วยเหตุผล อยากช่วยแก้ปัญหามากกว่า ครูใหญ่ในปัจจุบันเขาก็ไม่มีไม้เรียวนะ เดี๋ยวเด็กไม่รัก ส.ส.เป็นผู้ทรงเกียรติ มีศักดิ์ศรีของตัวเอง พูดจากันด้วยเหตุผลก็เข้าใจแล้ว<br />
<br />
@ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.คาดว่า ปลายปีนี้จะยุบสภา มองอย่างไร<br />
<br />
คาดว่ายังไม่มีเหตุอะไรนะ ประชาชนเลือกมา 4 ปี แล้วต้องทำหน้าที่ ปัญหาข้อขัดแย้งต้องแก้กันไป ตอนนี้รัฐบาลไม่ค่อยมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ คิดว่า คงอยู่ได้ครบสมัย งานก็ราบรื่นดี ตอนนี้มองเห็นนายกฯและรัฐบาลก็แก้ปัญหาอยู่ อยากให้ความขัดแย้งลดลง บางทีอาจจะใช้เวลาบ้าง มองเห็นความตั้งใจของนายกฯ ด้วยความเป็นผู้หญิงของท่าน คงจะดูได้ทั่วถึง อยากจะขอให้หันหน้าเข้ามาคุยกันดีกว่า เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน บ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว ถ้าประชาชนเห็นว่ารัฐบาลทำงานดี ประชาชนก็เลือกต่อ ถ้าฝ่ายค้านทำงานดี ประชาชนก็เลือก มาแข่งกันทำงานให้เข้าตาประชาชนกันดีกว่า<br />
<br />
@ ฝ่ายค้านมองว่าจะยุบสภาเพราะนโยบายประชานิยมล้มเหลว คงจะปล่อยให้ 2 ล้านล้านผ่านไปก่อน แล้วค่อยยุบสภา<br />
<br />
คงเป็นการคาดคะเน รัฐบาลต้องทำหน้าที่จนครบวาระ เพราะจะเป็นความต่อเนื่อง รัฐบาลที่ขึ้นมา 1 ปี 2 ปี ก็เสียเวลา 4 ปี จะทำให้ผลงานเดินหน้าไปได้ ตอนพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลกว่าจะทำให้งานสำเร็จบางทีก็ 3-4 ปี ประชาชนเลือกมาต้องอยู่ให้ครบ มั่นใจว่าจะครบเทอม<br />
<br />
@ กฎหมายนิรโทษกรรม หรือปรองดอง ที่เป็นปัญหาอยู่ จะทำอย่างไรให้รัฐบาลเดินไปได้<br />
<br />
เป็นเรื่องของสภาที่ต้องพูดคุยกัน ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะมีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ปัญหาทั้งหมดคงไปจบที่สภา<br />
<br />
@ ตอนอยู่วงนอก มีอะไรก็จะเจ๊แดง พอเข้ามาเต็มตัวจะลดทอนในเรื่องนี้อย่างไร<br />
<br />
ที่ผ่านมากล่าวหาเสร็จเขาก็ลอยๆ อย่างในสภาอะไรก็ เจ๊ "ด" ๆ สุดท้ายถ้าทำอะไรผิดก็คงมีการตรวจสอบเอาผิดไปนานแล้ว แต่คนที่พูดถึงต้องรับผิดชอบบ้าง ก็ไม่ถือแล้วนะ เพราะคงไม่รู้จะลงที่ใคร อาจจะเป็นเขตกระสุนตกบ้าง แต่วันๆ ก็ไม่ค่อยไปไหน คิดว่ารู้จักผู้ใหญ่เยอะ คงเป็นอย่างนั้น รัฐบาล นายกฯก็ทำงานไป ไม่ได้มาปรึกษาอะไร<br />
<br />
@ คุยกับนายกฯบ่อยไหม<br />
<br />
คุยกันเรื่อยๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้ บางทีนายกฯให้ช่วยดูแล "น้องไปป์" (ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร) บ้าง อย่างไปซื้อของเล่น จะช่วยนายกฯเรื่องนี้มากกว่า บางทีก็ชวนไปกินข้าวบ้าง บางทีอาจจะเครียดงานเยอะ จะคุยกันเรื่องอื่นๆ ให้ท่านผ่อนคลาย ไม่อยากเห็นการเมืองที่สาดใส่กัน ถามว่าความรู้สึกไม่ดีหรอก มากล่าวหากันแบบนี้ ทั้งๆ ที่ถอยห่างจากการเมืองมาอยู่บ้านเลขที่ 111 เพื่อไม่ให้พรรคมีปัญหา ถูกกล่าวหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางทีก็เหนื่อยไม่มีแรงสู้ ถ้านิ่งๆ ไปคงไม่มีใครต่อความยาว  ถ้าผิดก็ตรวจสอบกัน<br />
<br />
@ คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯบ่อยหรือไม่<br />
<br />
คุยกันตามประสาคนว่างงาน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณคงเหงา พูดตรงๆ คิดถึงบ้าน ขนาดเราไปต่างประเทศ 4-5 วันยังคิดถึงบ้าน ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าเมืองไทย จึงรู้สึกสงสารพี่ชาย เกิดมาเป็นคนไทย ก็อยากอยู่เมืองไทย เราก็ส่งอาหารให้กินตลอด พ.ต.ท.ทักษิณชอบกินข้าวเหนียว ช่วงนี้เริ่มอ้วน ตอนนี้พยายามให้กินปลาและผัก พ.ต.ท.ทักษิณแก้ความเบื่อด้วยการไปประเทศนั้นประเทศนี้<br />
<br />
@ พ.ต.ท.ทักษิณแนะนำให้ดูแลนายกฯอย่างไร<br />
<br />
คิดว่า นายกฯคงไม่ต้องแนะนำให้ดูแล ทำงานได้ดี รู้สึกประทับใจนายกฯไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน แต่ก็ทำงานได้ดีมาก เวลาไปไหนที่เห็นประชาชนมารอ นายกฯรู้สึกซาบซึ้ง เชื่อว่าต้องได้เป็นนายกฯอีกหลายสมัย เพราะพี่ชายเป็นคนสอนว่า หากทำให้ประชาชนรัก เขาจะรักและเลือกเรา นายกฯก็ซึมซับในอุดมการณ์ ชีวิตตอนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง มีโอกาสมาทำเพื่อประชาชนก็จะทำให้ดีที่สุด<br />
<br />
@ การที่นายกฯไม่ตอบโต้ประเด็นการเมือง จะมีส่วนช่วยให้อยู่ในทางการเมืองได้นานขึ้น<br />
<br />
ตบมือข้างเดียวไม่ดัง การปะทะกันคงไม่ใช่วิสัยนายกฯ<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369020463&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&#x26;subcatid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ภายหลัง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้รับการรับรองให้เป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางข่าวสารมากมาย "เจ๊แดง" หรือนางเยาวภา เปิดบ้านต้อนรับ ให้สัมภาษณ์พิเศษ "มติชน" ถึงบทบาทและการทำหน้าที่ ส.ส. เพื่อไขปริศนาข้อข้องใจนานาประการ<br />
<br />
@ บทบาทการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรหลังจากนี้<br />
<br />
หลังจากห่างหายทางการเมืองไปอยู่บ้านเงียบๆ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำ ใจไม่ได้คิดว่าจะมาทำการเมือง แต่เมื่อเหตุการณ์มาเป็นแบบนี้มันจำเป็น ต้องการมาประสานงาน การดูแลพูดคุยกับ ส.ส. รู้สึกดีใจ ประชาชนให้การตอบรับดี ภูมิใจ และตั้งใจจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือการเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ และต้องกลับมาทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นในพรรคเพื่อไทย หรือในสภา หากมีอะไรช่วยเหลือได้ พร้อมที่จะทำ ตั้งใจว่าจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง<br />
<br />
@ พักมา 5 ปี 5 ปีที่แล้วกับวันนี้ การเมืองต่างกันอย่างไร<br />
<br />
แตกต่าง มันเหมือนกับการเมืองคนละขั้ว แต่คิดว่า เราเป็นคนไทย ดิฉันเป็นผู้หญิง ส่วนมากคนไทยเขาไม่ถือโทษโกรธกันนาน แต่ว่าเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมาเหมือนเป็นความไม่เข้าใจกัน หากเป็นฝ่ายค้านเราก็ต้องยอมรับ ช่วยกันตรวจสอบ เป็นเรื่องปกติ เป็นรัฐบาลก็ทำหน้าที่ให้ดี คิดว่า หากต่างคนต่างรู้หน้าที่ตัวเอง จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และทำให้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบ คิดว่ารากฐานคงเกิดจากประชาธิปไตย ถ้าประชาธิปไตยสมบูรณ์ บ้านเมืองจะมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ความไม่เข้าใจกันจะคลี่คลาย<br />
<br />
สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องทำประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด คิดว่าในที่สุดคงพูดคุยกันได้ อย่างต่างประเทศ สภาของเขาไม่ได้สู้รบตบมือกันแบบรุนแรง ฝ่ายค้านพูดคุยกันได้มาช่วยรัฐบาล ไม่ได้เอาชนะคะคานอะไรกันมากมาย น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ ก็ฝันอยากให้ประเทศไทยมีพรรคการเมืองมาช่วยกันคิดช่วยกันสร้างทำประโยชน์ให้กับประชา&#8203;ชนมากกว่า<br />
<br />
@ คิดว่าในฐานะ ส.ส.จะมีส่วนช่วยได้อย่างไร<br />
<br />
เท่าที่มีศักยภาพจะทำเต็มที่ จะใช้ความสัมพันธ์ที่อาจจะมีอดีต ประวัติศาสตร์กับพรรคการเมือง 2-3 พรรค ส่วนมาก ส.ส.รากฐานมาจากไทยรักไทย ฉะนั้น ความผูกพันเหมือนพี่น้องมากกว่า น้องมีปัญหาเดือดร้อนพี่ก็ช่วย ไม่ได้คิดว่า ตัวเองจะเก่งอะไร คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะลดช่องว่าง เพราะ ส.ส.ในพรรคมีหลายคน การพูดคุยการทำความเข้าใจอาจจะลำบาก จึงขออาสาเชื่อมความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ที่สำคัญอยากให้พรรคเข้มแข็ง และมีอุดมการณ์ไปในทางที่ประชาชนต้องการ<br />
<br />
@ การที่มีพี่ชาย น้องสาว และสามี เป็นนายกฯ<br />
<br />
บังเอิญมีพี่ชายเป็นนายกฯ มีสามีเป็นนายกฯ และมีน้องสาวเป็นนายกฯ ยังขำตัวเองอยู่ ส่วนตัวไม่มีอะไรเลิศเลอ เป็นคนโลว์โปรไฟล์ ความจริงไม่ได้คิดจะมาทำงานการเมือง คิดเพียงว่าหากทำประโยชน์ให้กับใครได้ก็อยากจะทำ ไม่ได้คิดไปไกลอย่างที่บางคนคิดว่า เยาวภาเป็นแบบนั้นแบบนี้ ด้วยความที่เป็นผู้หญิง ที่ผ่านมา เหนื่อยไหม ล้าไหม ก็เหนื่อยและล้า วันนี้ประชาชนให้โอกาส ก็มีกำลังใจทำงาน ส.ส.ให้กำลังใจ จะใช้ความสัมพันธ์ที่มีนี้ให้เกิดประโยชน์ จากที่ไม่เข้าใจกันก็มาทำให้เกิดความเข้าใจกัน<br />
<br />
@ ประสานงานสภาและรัฐบาลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน<br />
<br />
บางอันไม่จำเป็นต้องประสาน เพราะรัฐบาลก็ทำไป เรามีหน้าที่ทำงานในพรรคและสภา เนื่องจาก ส.ส.คงไม่ไปเกี่ยวข้องกับการทำงานบริหารรัฐบาล แต่การพูดคุยคงไม่มีปัญหา เพราะพร้อมที่จะสื่อสาร<br />
<br />
@ การมีศักยภาพสูงที่จะทำได้หลายอย่าง ในทางการเมืองดูจะเสียงดัง มีพลังพอสมควร<br />
<br />
ต้องพยายามลดความขัดแย้ง เป็นคนจริงใจ ทำไม ส.ส.รัก เพื่อนๆ รัก เพราะมีความจริงใจ ใครมีปัญหาช่วยได้ก็ช่วย อยากเห็น ส.ส.เพื่อนพรรคการเมืองอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทำงานในสภาด้วยความเต็มใจ อย่างมีความสุข ก็มีหน้าที่แค่นั้น<br />
<br />
@ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง โอกาสที่จะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี<br />
<br />
คงเป็นไปไม่ได้ ก็อายุมากแล้ว ขอทำงานแค่นี้ อย่างนั้นคงไม่พูดถึง เพราะไม่ได้คิด มันก็บอกไม่ได้ แต่ตัวเองขอทำหน้าที่ให้คนเชียงใหม่ และช่วยพรรคให้เดินหน้าต่อไปได้<br />
<br />
@ มองว่าความสัมพันธ์ในพรรคมีปัญหาหรือไม่<br />
<br />
คงเป็นเรื่องที่ ส.ส.ทุกคนรับปัญหาในพื้นที่มา และต้องมาทำงานในพรรค ในสภา แล้วถ้าได้รับการพูดคุย และการช่วยเหลือ การแนะนำ จะทำให้ทุกอย่างผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ในแง่พรรคการเมืองต้องมีการพัฒนาในทางอุดมการณ์ บอก ส.ส.เสมอว่า ถ้าเรารักประชาชน ประชาชนก็จะรักเรา ถ้าเราอยู่เคียงข้างประชาชน ประชาชนก็จะอยู่เคียงข้างเรา เราก็จะไม่ว้าเหว่ ต้องทำหน้าที่ในสภาให้ดี เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์<br />
<br />
@ ที่บอกว่าจะมาคุมเกมน่าจะทำให้งานระหว่างรัฐบาล และสภาเชื่อมกันมากขึ้น<br />
<br />
ก็พร้อมที่จะเชื่อม บางครั้งสภาก็จำเป็นต้องประสานงานกับรัฐบาลเหมือนกันในเรื่องกฎหมาย แต่คงไม่ใช่ประสานในทุกเรื่อง ซึ่งก็มีครรลองของการปฏิบัติ แต่บางเรื่องอาจจะสื่อไม่ถึง ก็พร้อมเพื่อที่จะทำให้งานสภาเดินหน้าได้อย่างราบรื่น<br />
<br />
@ มีการมองว่าจะให้มาเป็นครูใหญ่ดูแล ส.ส.<br />
<br />
น้องเขาพูดเล่น เขาบอกว่า ให้เอาครูใหญ่เข้าสภา ต้องขอบคุณเขา เพราะให้เราเป็นครูใหญ่ แสดงว่า น้องๆ เคารพนับถือ พร้อมที่จะพูดคุยกัน เชื่อฟังกัน ก็ขำนะบอกเป็นครูใหญ่ แต่จริงๆ เป็นพี่น้องกันมากกว่า ดิฉันเป็นคนใจดี พูดกันด้วยเหตุผล อยากช่วยแก้ปัญหามากกว่า ครูใหญ่ในปัจจุบันเขาก็ไม่มีไม้เรียวนะ เดี๋ยวเด็กไม่รัก ส.ส.เป็นผู้ทรงเกียรติ มีศักดิ์ศรีของตัวเอง พูดจากันด้วยเหตุผลก็เข้าใจแล้ว<br />
<br />
@ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.คาดว่า ปลายปีนี้จะยุบสภา มองอย่างไร<br />
<br />
คาดว่ายังไม่มีเหตุอะไรนะ ประชาชนเลือกมา 4 ปี แล้วต้องทำหน้าที่ ปัญหาข้อขัดแย้งต้องแก้กันไป ตอนนี้รัฐบาลไม่ค่อยมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ คิดว่า คงอยู่ได้ครบสมัย งานก็ราบรื่นดี ตอนนี้มองเห็นนายกฯและรัฐบาลก็แก้ปัญหาอยู่ อยากให้ความขัดแย้งลดลง บางทีอาจจะใช้เวลาบ้าง มองเห็นความตั้งใจของนายกฯ ด้วยความเป็นผู้หญิงของท่าน คงจะดูได้ทั่วถึง อยากจะขอให้หันหน้าเข้ามาคุยกันดีกว่า เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน บ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว ถ้าประชาชนเห็นว่ารัฐบาลทำงานดี ประชาชนก็เลือกต่อ ถ้าฝ่ายค้านทำงานดี ประชาชนก็เลือก มาแข่งกันทำงานให้เข้าตาประชาชนกันดีกว่า<br />
<br />
@ ฝ่ายค้านมองว่าจะยุบสภาเพราะนโยบายประชานิยมล้มเหลว คงจะปล่อยให้ 2 ล้านล้านผ่านไปก่อน แล้วค่อยยุบสภา<br />
<br />
คงเป็นการคาดคะเน รัฐบาลต้องทำหน้าที่จนครบวาระ เพราะจะเป็นความต่อเนื่อง รัฐบาลที่ขึ้นมา 1 ปี 2 ปี ก็เสียเวลา 4 ปี จะทำให้ผลงานเดินหน้าไปได้ ตอนพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลกว่าจะทำให้งานสำเร็จบางทีก็ 3-4 ปี ประชาชนเลือกมาต้องอยู่ให้ครบ มั่นใจว่าจะครบเทอม<br />
<br />
@ กฎหมายนิรโทษกรรม หรือปรองดอง ที่เป็นปัญหาอยู่ จะทำอย่างไรให้รัฐบาลเดินไปได้<br />
<br />
เป็นเรื่องของสภาที่ต้องพูดคุยกัน ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะมีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ปัญหาทั้งหมดคงไปจบที่สภา<br />
<br />
@ ตอนอยู่วงนอก มีอะไรก็จะเจ๊แดง พอเข้ามาเต็มตัวจะลดทอนในเรื่องนี้อย่างไร<br />
<br />
ที่ผ่านมากล่าวหาเสร็จเขาก็ลอยๆ อย่างในสภาอะไรก็ เจ๊ "ด" ๆ สุดท้ายถ้าทำอะไรผิดก็คงมีการตรวจสอบเอาผิดไปนานแล้ว แต่คนที่พูดถึงต้องรับผิดชอบบ้าง ก็ไม่ถือแล้วนะ เพราะคงไม่รู้จะลงที่ใคร อาจจะเป็นเขตกระสุนตกบ้าง แต่วันๆ ก็ไม่ค่อยไปไหน คิดว่ารู้จักผู้ใหญ่เยอะ คงเป็นอย่างนั้น รัฐบาล นายกฯก็ทำงานไป ไม่ได้มาปรึกษาอะไร<br />
<br />
@ คุยกับนายกฯบ่อยไหม<br />
<br />
คุยกันเรื่อยๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้ บางทีนายกฯให้ช่วยดูแล "น้องไปป์" (ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร) บ้าง อย่างไปซื้อของเล่น จะช่วยนายกฯเรื่องนี้มากกว่า บางทีก็ชวนไปกินข้าวบ้าง บางทีอาจจะเครียดงานเยอะ จะคุยกันเรื่องอื่นๆ ให้ท่านผ่อนคลาย ไม่อยากเห็นการเมืองที่สาดใส่กัน ถามว่าความรู้สึกไม่ดีหรอก มากล่าวหากันแบบนี้ ทั้งๆ ที่ถอยห่างจากการเมืองมาอยู่บ้านเลขที่ 111 เพื่อไม่ให้พรรคมีปัญหา ถูกกล่าวหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางทีก็เหนื่อยไม่มีแรงสู้ ถ้านิ่งๆ ไปคงไม่มีใครต่อความยาว  ถ้าผิดก็ตรวจสอบกัน<br />
<br />
@ คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯบ่อยหรือไม่<br />
<br />
คุยกันตามประสาคนว่างงาน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณคงเหงา พูดตรงๆ คิดถึงบ้าน ขนาดเราไปต่างประเทศ 4-5 วันยังคิดถึงบ้าน ไม่มีที่ไหนน่าอยู่เท่าเมืองไทย จึงรู้สึกสงสารพี่ชาย เกิดมาเป็นคนไทย ก็อยากอยู่เมืองไทย เราก็ส่งอาหารให้กินตลอด พ.ต.ท.ทักษิณชอบกินข้าวเหนียว ช่วงนี้เริ่มอ้วน ตอนนี้พยายามให้กินปลาและผัก พ.ต.ท.ทักษิณแก้ความเบื่อด้วยการไปประเทศนั้นประเทศนี้<br />
<br />
@ พ.ต.ท.ทักษิณแนะนำให้ดูแลนายกฯอย่างไร<br />
<br />
คิดว่า นายกฯคงไม่ต้องแนะนำให้ดูแล ทำงานได้ดี รู้สึกประทับใจนายกฯไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน แต่ก็ทำงานได้ดีมาก เวลาไปไหนที่เห็นประชาชนมารอ นายกฯรู้สึกซาบซึ้ง เชื่อว่าต้องได้เป็นนายกฯอีกหลายสมัย เพราะพี่ชายเป็นคนสอนว่า หากทำให้ประชาชนรัก เขาจะรักและเลือกเรา นายกฯก็ซึมซับในอุดมการณ์ ชีวิตตอนนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง มีโอกาสมาทำเพื่อประชาชนก็จะทำให้ดีที่สุด<br />
<br />
@ การที่นายกฯไม่ตอบโต้ประเด็นการเมือง จะมีส่วนช่วยให้อยู่ในทางการเมืองได้นานขึ้น<br />
<br />
ตบมือข้างเดียวไม่ดัง การปะทะกันคงไม่ใช่วิสัยนายกฯ<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369020463&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&subcatid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เชียร์อลงกรณ์...ปฏิรูปประชาธิปัตย์ โดย บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ ]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13409.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:39:22 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13409.html</guid>
			<description><![CDATA[ผมมองการคิดปฏิรูปพรรคของคุณอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความชื่นชม ชื่นชมในความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงพรรคอันมีวัฒนธรรมฝังลึกครอบอยู่นั่นประการหนึ่&#8203;ง อีกประการหนึ่งคือ คุณอลงกรณ์มีความคิดอ่านที่ทันสมัยจนน่าประหลาดใจ เป็นความคิดอ่านอันแตกต่างจากพลพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมากที่เกาะติดอยู่กับการเป็นนั&#8203;กอนุรักษนิยมอย่างเหนียวแน่น<br />
<br />
คุณอลงกรณ์ให้สัมภาษณ์ "มติชนทีวี" ถึง 2 ตอน เล่าถึงเหตุที่ต้องปฏิรูปพรรคว่า หากประชาธิปัตย์ยังคงเดินหน้าต่อไปแบบเดิมๆ (ด้วยกระบวนการทำงาน-Operating Process แบบเดิม) ผลลัพธ์ก็คงออกมาเหมือนที่เคยเป็น คือ 21 ปีไม่เคยชนะเลือกตั้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว !<br />
<br />
ประเด็นใหญ่ในการปฏิรูป มี 3 ประการ คือ<br />
<br />
1.โครงสร้างพรรค<br />
<br />
2.การบริหารจัดการพรรค<br />
<br />
และ 3.วัฒนธรรมพรรค ที่เป็นแบบ "ปิด"<br />
<br />
คุณอลงกรณ์มองว่า การปฏิรูปต้องทำแบบ "องค์รวม" ไม่ใช่หยิบเอาจุดใดจุดหนึ่งมาปรับปรุง ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง การปรับแก้เป็นจุดๆ หรือ Minor Change ไม่นับว่าเป็นการปฏิรูปครับ งานครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ มีแต่ต้องทำในลักษณะที่เรียกว่า Drastic Change จึงจะเห็นผล<br />
<br />
ดังนั้น พรรคจึงต้องมีการทบทวนทุกเรื่องใหม่หมด นับตั้งแต่ "จุดยืน" &amp; "ปรัชญา" ที่ถูกสังคมมองว่าผิดเพี้ยนไปจากเดิม จนกลายเป็นพรรค "อิงแอบเผด็จการ" กันเลยทีเดียว<br />
<br />
นอกจากนี้ ยังต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์พรรค โดยเริ่มตั้งแต่การประเมินปัจจัยแวดล้อม (Environmental Scanning) การสอบทานหรือกำหนด "วิสัยทัศน์" "พันธกิจ" ตลอดจน "วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์" ของพรรค เพื่อร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพรรคในการเดินไปสู่จุดหมายปลายทางนั้น พร้อมกับจัดทำโครงสร้าง บุคลากร ตลอดจนวัฒนธรรมให้สอดคล้องต้องกัน ซึ่งอาจต้องแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง<br />
<br />
คิดแล้วก็เหนื่อยแทนคุณอลงกรณ์นะครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นนี้ ต้องการทั้งกำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา และกำลังใจเป็นอันมาก จึงจะกระทำสำเร็จลุล่วงไปได้<br />
<br />
คุณอลงกรณ์ยกตัวอย่างตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จึงไม่มีใครรับผิดชอบในการทำ Policy development เมื่อจะต้องไปแข่งขันกับพรรคเพื่อไทยในด้านนโยบาย ก็ทำให้แข่งลำบาก พรรคเพื่อไทยใช้ "มืออาชีพ" มาทำเรื่องนี้ แต่ในประชาธิปัตย์ คิดกันเอง ทำกันเอง..."นโยบายเป็นเรื่องลึกซึ้ง เกินกว่าที่เราจะบอกว่า เมื่อคุณประชานิยมมา เราก็จึงประชานิยมกว่า..."<br />
<br />
วันนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีผู้ที่ตีโจทย์แตกในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งก็คือคุณอลงกรณ์นี่แหละครับ อยู่ที่ว่า คนที่เหลือจะเชื่อฟังความคิดนี้ของคุณอลงกรณ์หรือไม่<br />
<br />
เคยมีผู้เปรียบเปรยว่า พรรคการเมืองนั้นเป็นเหมือนสินค้าที่วางอยู่บนชั้น (shelf) เพื่อรอให้ผู้บริโภคมาเลือกซื้อ ผมเห็นด้วยกับอุปมานี้ อันเป็นไปตามกฎ "สามเหลี่ยมกลยุทธ์-Strategic Triangle" ดังรูป<br />
<br />
 <br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
วันนี้ การเมืองไทยแบ่งเป็น 2 ขั้วชัดเจน หากประชาธิปัตย์ปรับจุดยืนเลิกอิงแอบอำนาจพิเศษ หันมาเคารพการตัดสินใจของประชาชนมากขึ้น ก็ต้องปรับยุทธศาสตร์ดังรูปข้างต้น ด้วยการพัฒนานโยบายที่จะเอาชนะใจประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค ให้เขาตัดสินใจเลือกหยิบ "แบรนด์ ปชป." ไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ แทนที่จะเลือก "แบรนด์เพื่อไทย" ประเด็นก็มีอยู่เท่านี้เอง<br />
<br />
ผมเห็นว่าเรื่องสำคัญที่ประชาธิปัตย์ต้องรีบปฏิรูปก็คือการ "เลิกดูถูกประชาชน" โดยเฉพาะวาทกรรม "เราแพ้...เพราะเขาซื้อเสียง" ซึ่งเป็นการดูถูกผู้บริโภคที่เลือกพรรคคู่แข่งอย่างร้ายแรง ลองนึกดูว่าถ้า "โค้ก" มี market share น้อยกว่า "เป๊ปซี่" ในตลาดเมืองไทย แล้วโค้กไปด่าคนกินเป๊ปซี่ว่า "โง่" เมื่อไหร่ลูกค้าเหล่านั้นจะกลับมาซื้อโค้กล่ะครับ มิยิ่งเป็นการผลักไสไล่ส่งให้เขาหันไปกินเป๊ปซี่มากขึ้นหรือ ????<br />
<br />
นี่เป็นหลักฐานชัดเจนตามที่คุณอลงกรณ์กล่าว ว่าพรรคไม่มีสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จึงไม่อาจ formulate ตัว competitive strategies ที่เข้าท่าออกมาแข่งกับพรรคเพื่อไทย ได้แต่ปล่อยให้เหล่า "ขุนพลปากกล้า" ออกมาฟาดงวงฟาดงาแบบมวยวัด จนเป็นที่เอือมระอาของคนทั่วไป และทำให้ "แนวร่วม" ทั้งสื่อและนักวิชาการหดหายลงไปทุกวัน<br />
<br />
การเอาชนะเพื่อไทย ต้องชนะด้วยนโยบายที่ลึกซึ้ง ดูดี มีประโยชน์ต่อสังคมจริง ปชป.จึงจะพอแย่ง "Share of Mind" จากกลุ่มผู้บริโภคที่วันนี้ล้วนได้เทใจให้กับพรรคเพื่อไทยไปเกือบหมดแล้ว ทั่วทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน<br />
<br />
อีกเรื่องหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อาจต้องทำทันทีเพื่อให้ได้ Quick Win ก็คือการควบคุมบทบาทของนักการเมือง "หนุ่มห้าวสาวเหี้ยม" ยุคผลัดใบทั้งหลาย การปล่อยให้ท่านเหล่านี้ออกมาแสดงกิริยาอาการอันไม่สำรวมทั้งกาย วาจา ใจ จนมีพฤติกรรมค่อนข้างถ่อยต่ำขณะอยู่ในสภา อันปรากฏแก่สายตาสังคมอยู่เนืองๆ นั้น รังแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) เสียหายหนักยิ่งขึ้น...ทั้งที่ผู้ใหญ่ในพรรคอย่างนายชวน หลีกภัย ได้บรรจงสร้างภาพลักษณ์นี้ด้วยการอภิปรายเสียงนุ่มให้เห็นเป็นตัวอย่างมานานแล้วก็ตา&#8203;ม<br />
<br />
คุณอลงกรณ์นั้นมองการปฏิรูปพรรคเป็นงานใหญ่ และตัวท่านเองก็มองปัญหานี้ในภาพใหญ่ เป็นภาพมาตรฐานการเมืองของทั้งประเทศ ..."ถ้าประชาธิปัตย์ปฏิรูปแล้ว พรรคเพื่อไทยจะอยู่เฉยได้อย่างไร ก็ต้องปรับปรุงพัฒนามาสู้กัน เช่นนี้แล้ว มาตรฐานการเมืองไทยก็จะสูงขึ้น"<br />
<br />
<br />
<br />
ผมนึกไม่ถึงว่าแนวคิดดีๆ เช่นนี้จะออกมาจากหน่อเนื้อของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งระยะหลังฟอร์มด้านประชาธิปไตยตกไ&#8203;ปเยอะ อันที่จริงพรรคเก่าแก่พรรคนี้ก็มีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ไม่น้อยเลย เพียงแต่ของดีนั้นจะมีโอกาสได้ถูกนำออกมาโชว์หรือไม่เท่านั้น หรือได้แต่ "เก็บงำ" เอาไว้ภายในพรรค โดยมิยอมแพร่งพรายให้สังคมได้รับรู้แต่อย่างใด...!<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369026686&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&#x26;subcatid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ผมมองการคิดปฏิรูปพรรคของคุณอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความชื่นชม ชื่นชมในความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงพรรคอันมีวัฒนธรรมฝังลึกครอบอยู่นั่นประการหนึ่&#8203;ง อีกประการหนึ่งคือ คุณอลงกรณ์มีความคิดอ่านที่ทันสมัยจนน่าประหลาดใจ เป็นความคิดอ่านอันแตกต่างจากพลพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมากที่เกาะติดอยู่กับการเป็นนั&#8203;กอนุรักษนิยมอย่างเหนียวแน่น<br />
<br />
คุณอลงกรณ์ให้สัมภาษณ์ "มติชนทีวี" ถึง 2 ตอน เล่าถึงเหตุที่ต้องปฏิรูปพรรคว่า หากประชาธิปัตย์ยังคงเดินหน้าต่อไปแบบเดิมๆ (ด้วยกระบวนการทำงาน-Operating Process แบบเดิม) ผลลัพธ์ก็คงออกมาเหมือนที่เคยเป็น คือ 21 ปีไม่เคยชนะเลือกตั้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว !<br />
<br />
ประเด็นใหญ่ในการปฏิรูป มี 3 ประการ คือ<br />
<br />
1.โครงสร้างพรรค<br />
<br />
2.การบริหารจัดการพรรค<br />
<br />
และ 3.วัฒนธรรมพรรค ที่เป็นแบบ "ปิด"<br />
<br />
คุณอลงกรณ์มองว่า การปฏิรูปต้องทำแบบ "องค์รวม" ไม่ใช่หยิบเอาจุดใดจุดหนึ่งมาปรับปรุง ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง การปรับแก้เป็นจุดๆ หรือ Minor Change ไม่นับว่าเป็นการปฏิรูปครับ งานครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ มีแต่ต้องทำในลักษณะที่เรียกว่า Drastic Change จึงจะเห็นผล<br />
<br />
ดังนั้น พรรคจึงต้องมีการทบทวนทุกเรื่องใหม่หมด นับตั้งแต่ "จุดยืน" &amp; "ปรัชญา" ที่ถูกสังคมมองว่าผิดเพี้ยนไปจากเดิม จนกลายเป็นพรรค "อิงแอบเผด็จการ" กันเลยทีเดียว<br />
<br />
นอกจากนี้ ยังต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์พรรค โดยเริ่มตั้งแต่การประเมินปัจจัยแวดล้อม (Environmental Scanning) การสอบทานหรือกำหนด "วิสัยทัศน์" "พันธกิจ" ตลอดจน "วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์" ของพรรค เพื่อร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพรรคในการเดินไปสู่จุดหมายปลายทางนั้น พร้อมกับจัดทำโครงสร้าง บุคลากร ตลอดจนวัฒนธรรมให้สอดคล้องต้องกัน ซึ่งอาจต้องแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง<br />
<br />
คิดแล้วก็เหนื่อยแทนคุณอลงกรณ์นะครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นนี้ ต้องการทั้งกำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา และกำลังใจเป็นอันมาก จึงจะกระทำสำเร็จลุล่วงไปได้<br />
<br />
คุณอลงกรณ์ยกตัวอย่างตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จึงไม่มีใครรับผิดชอบในการทำ Policy development เมื่อจะต้องไปแข่งขันกับพรรคเพื่อไทยในด้านนโยบาย ก็ทำให้แข่งลำบาก พรรคเพื่อไทยใช้ "มืออาชีพ" มาทำเรื่องนี้ แต่ในประชาธิปัตย์ คิดกันเอง ทำกันเอง..."นโยบายเป็นเรื่องลึกซึ้ง เกินกว่าที่เราจะบอกว่า เมื่อคุณประชานิยมมา เราก็จึงประชานิยมกว่า..."<br />
<br />
วันนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีผู้ที่ตีโจทย์แตกในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งก็คือคุณอลงกรณ์นี่แหละครับ อยู่ที่ว่า คนที่เหลือจะเชื่อฟังความคิดนี้ของคุณอลงกรณ์หรือไม่<br />
<br />
เคยมีผู้เปรียบเปรยว่า พรรคการเมืองนั้นเป็นเหมือนสินค้าที่วางอยู่บนชั้น (shelf) เพื่อรอให้ผู้บริโภคมาเลือกซื้อ ผมเห็นด้วยกับอุปมานี้ อันเป็นไปตามกฎ "สามเหลี่ยมกลยุทธ์-Strategic Triangle" ดังรูป<br />
<br />
 <br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
วันนี้ การเมืองไทยแบ่งเป็น 2 ขั้วชัดเจน หากประชาธิปัตย์ปรับจุดยืนเลิกอิงแอบอำนาจพิเศษ หันมาเคารพการตัดสินใจของประชาชนมากขึ้น ก็ต้องปรับยุทธศาสตร์ดังรูปข้างต้น ด้วยการพัฒนานโยบายที่จะเอาชนะใจประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค ให้เขาตัดสินใจเลือกหยิบ "แบรนด์ ปชป." ไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ แทนที่จะเลือก "แบรนด์เพื่อไทย" ประเด็นก็มีอยู่เท่านี้เอง<br />
<br />
ผมเห็นว่าเรื่องสำคัญที่ประชาธิปัตย์ต้องรีบปฏิรูปก็คือการ "เลิกดูถูกประชาชน" โดยเฉพาะวาทกรรม "เราแพ้...เพราะเขาซื้อเสียง" ซึ่งเป็นการดูถูกผู้บริโภคที่เลือกพรรคคู่แข่งอย่างร้ายแรง ลองนึกดูว่าถ้า "โค้ก" มี market share น้อยกว่า "เป๊ปซี่" ในตลาดเมืองไทย แล้วโค้กไปด่าคนกินเป๊ปซี่ว่า "โง่" เมื่อไหร่ลูกค้าเหล่านั้นจะกลับมาซื้อโค้กล่ะครับ มิยิ่งเป็นการผลักไสไล่ส่งให้เขาหันไปกินเป๊ปซี่มากขึ้นหรือ ????<br />
<br />
นี่เป็นหลักฐานชัดเจนตามที่คุณอลงกรณ์กล่าว ว่าพรรคไม่มีสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จึงไม่อาจ formulate ตัว competitive strategies ที่เข้าท่าออกมาแข่งกับพรรคเพื่อไทย ได้แต่ปล่อยให้เหล่า "ขุนพลปากกล้า" ออกมาฟาดงวงฟาดงาแบบมวยวัด จนเป็นที่เอือมระอาของคนทั่วไป และทำให้ "แนวร่วม" ทั้งสื่อและนักวิชาการหดหายลงไปทุกวัน<br />
<br />
การเอาชนะเพื่อไทย ต้องชนะด้วยนโยบายที่ลึกซึ้ง ดูดี มีประโยชน์ต่อสังคมจริง ปชป.จึงจะพอแย่ง "Share of Mind" จากกลุ่มผู้บริโภคที่วันนี้ล้วนได้เทใจให้กับพรรคเพื่อไทยไปเกือบหมดแล้ว ทั่วทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน<br />
<br />
อีกเรื่องหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อาจต้องทำทันทีเพื่อให้ได้ Quick Win ก็คือการควบคุมบทบาทของนักการเมือง "หนุ่มห้าวสาวเหี้ยม" ยุคผลัดใบทั้งหลาย การปล่อยให้ท่านเหล่านี้ออกมาแสดงกิริยาอาการอันไม่สำรวมทั้งกาย วาจา ใจ จนมีพฤติกรรมค่อนข้างถ่อยต่ำขณะอยู่ในสภา อันปรากฏแก่สายตาสังคมอยู่เนืองๆ นั้น รังแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) เสียหายหนักยิ่งขึ้น...ทั้งที่ผู้ใหญ่ในพรรคอย่างนายชวน หลีกภัย ได้บรรจงสร้างภาพลักษณ์นี้ด้วยการอภิปรายเสียงนุ่มให้เห็นเป็นตัวอย่างมานานแล้วก็ตา&#8203;ม<br />
<br />
คุณอลงกรณ์นั้นมองการปฏิรูปพรรคเป็นงานใหญ่ และตัวท่านเองก็มองปัญหานี้ในภาพใหญ่ เป็นภาพมาตรฐานการเมืองของทั้งประเทศ ..."ถ้าประชาธิปัตย์ปฏิรูปแล้ว พรรคเพื่อไทยจะอยู่เฉยได้อย่างไร ก็ต้องปรับปรุงพัฒนามาสู้กัน เช่นนี้แล้ว มาตรฐานการเมืองไทยก็จะสูงขึ้น"<br />
<br />
<br />
<br />
ผมนึกไม่ถึงว่าแนวคิดดีๆ เช่นนี้จะออกมาจากหน่อเนื้อของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งระยะหลังฟอร์มด้านประชาธิปไตยตกไ&#8203;ปเยอะ อันที่จริงพรรคเก่าแก่พรรคนี้ก็มีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ไม่น้อยเลย เพียงแต่ของดีนั้นจะมีโอกาสได้ถูกนำออกมาโชว์หรือไม่เท่านั้น หรือได้แต่ "เก็บงำ" เอาไว้ภายในพรรค โดยมิยอมแพร่งพรายให้สังคมได้รับรู้แต่อย่างใด...!<br />
<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369026686&amp;grpid=01&amp;catid=&amp;subcatid=" target="_blank">http://www.matichon.co.th/news_detail.ph...&subcatid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ดร.โกร่ง ชวนให้คิด "เหตุการณ์หลังต้มยำกุ้ง 2540"]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13408.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:20:16 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13408.html</guid>
			<description><![CDATA[บกับการขาดทุนจนต้องปิดตัวเองลงเกือบหมด มีคนเคยเปรียบเทียบความเสียหายครั้งนี้เทียบเท่ากับการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 เมืองถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง<br />
<br />
เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก การนำเข้าลดลงอย่างฮวบฮาบ ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมและบริการพังพินาศราบเรียบ เหลือแต่ภาคเกษตรกรรมเท่านั้นที่ยังยืนยงคงอยู่ได้ แถมขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะค่าเงินที่ตกต่ำลงทำให้สินค้าภาคเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากการเกษตรสาม&#8203;ารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัวแรงงานที่ถูก"ลอยแพ"จากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการหลั่งไหลกลับบ้านไปสู่ภาคเกษตรอีกครั้งหนึ่ง<br />
<br />
<br />
<br />
ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งเคยขาดดุลถึง8เปอร์เซ็นต์ก่อนวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง&#8203;กลับมาเกินดุลถึง 8 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลาอันสั้น คือประมาณ 12 เดือนหลังจากนั้นทางการพยายามแก้ไขโดยการลดอัตราดอกเบี้ยลงจนต่ำติดดิน เพื่อหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การณ์กลับมิได้เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ แทนที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินที่ได้จากการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดกลับไหลออก<br />
<br />
เข้ามาเท่าไหร่ก็ไหลออกหมด เพราะดอกเบี้ยข้างนอกสูงกว่าดอกเบี้ยข้างในมีเรื่องเรียกร้องให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยให&#8203;้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยข้างนอกทางการก็ไม่ฟังเคยเปรียบเทียบว่า"เงิน" ก็เหมือน "น้ำ" น้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ เงินไหลจากที่มีผลตอบแทนต่ำไปยังที่ให้ผลตอบแทนสูง ตนเป็น "นายประตูน้ำ" น้ำไหลออกแทนที่จะตำหนิตัวเอง กลับไปต่อว่าด่าทอ "น้ำ" ค่าเงินก็แข็งค่าขึ้น ไม่มีเสถียรภาพจนเริ่มกระทบต่อการส่งออกอีกครั้งหนึ่ง ทางการที่กำหนดนโยบายการเงินก็ไม่ฟัง ไม่มีใครสนใจลงทุนที่นี่ ไปลงทุนต่างประเทศดีกว่า ผลตอบแทนสูงกว่า สภาพคล่องในประเทศแห้งผาก<br />
<br />
การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในปี 2544 จากรัฐบาลประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาลไทยรักไทยจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัว<br />
<br />
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการคนใหม่จึงประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นขั้นเป็นตอน เงินจึงหยุดไหลออก สภาพในตลาดการเงินจึงฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง และอีกปีต่อมาคือปี 2545 เศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นตัว ดุลบัญชีเดินสะพัดก็ยังเกินดุลมาเรื่อย ๆ เพราะเราลงทุนต่ำกว่าเงินออมที่เราทำมาขายได้ด้วยลำแข้งเราเอง ไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศ ค่าเงินบาทก็แข็งตัวเรื่อย ๆ มา สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ส่งออกและเกษตรกรเป็นระยะมาเรื่อย ๆ ผู้ส่งออกและเกษตรกรก็ต้องปรับตัวเรื่อยมา<br />
<br />
มาบัดนี้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ลดอัตราดอกเบี้ยของตนลงจนใกล้ศูนย์ เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้น จึงเพิ่มปริมาณเงินขึ้นมาจำนวนมหาศาล เงินก็หลั่งไหลมาหาที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า จีนนั้นยังไม่เปิดเสรีทางการเงิน ประเทศบางประเทศก็ไม่น่าลงทุน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แม้แต่มาเลเซียที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า ก็เหลือแต่ไทย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนฮ่องกงก็มีระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ตรึงไว้กับดอลลาร์สหรัฐ<br />
<br />
ก็เหลือไทยเราที่พื้นฐานดีกว่าคนอื่นขณะเดียวกันทางการก็กำหนดอัตราดอกเบี้ยทางการไว&#8203;้ที่2.75เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดอกเบี้ยดอลลาร์สหรัฐ เยน และยูโร มีอัตราดอกเบี้ยต่ำแค่ 0.0 ถึง 0.25 เปอร์เซ็นต์ เงินก็ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ค่าเงินบาทจึงแข็งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนบัดนี้<br />
<br />
เมื่อค่าเงินแข็งขึ้น ทางการก็ออกมาเอาเงินบาทซื้อดอลลาร์ไปเก็บ พร้อม ๆ กับออกพันธบัตรดอกเบี้ยแพงตามที่ตนกำหนด เอาดอลลาร์และเงินอื่น ๆ เช่น เยนและยูโร เข้ามาเก็บเป็นทุนสำรองซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำ ก็เกิดการขาดทุนมโหฬาร เรื่องมันก็ง่าย ๆ อย่างนี้<br />
<br />
ที่อ้างว่ากลัวเงินจะเฟ้อถ้าลดดอกเบี้ยลงเพราะค่าเงินบาทจะไม่แข็ง อย่างนี้ก็อาจจะจริงอยู่บ้าง แต่ทางการก็ไม่ต้องการให้เงินบาทแข็งเกินไปไม่ใช่หรือ จึงออกมาแทรกแซงตลาดจนขาดทุนมากมายอย่างนี้ ส่วนเงินเฟ้อนั้นมันไปกับอัตราเงินเฟ้อของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันที่คิดเป็นเงินบาทเป็นหลัก<br />
<br />
มีสื่อมวลชนบางคนออกมาโจมตี หรือมาถามตรง ๆ ต่อหน้าว่า เมื่อก่อนปี 2544 เห็นพูดดัง ๆ ว่าให้ทางการขึ้นดอกเบี้ย แล้วทำไมผ่านมา 10 ปีจึงกลายมาเป็นคนบ้าเลือดมาตะโกนให้ลดดอกเบี้ย จะเอาอย่างไรแน่ ถ้าเมื่อ 10 ปีก่อนถูก เที่ยวนี้ก็ต้องผิด ที่เคยเชื่อถือก็เชื่อถือไม่ได้แล้ว เพราะดูจะเปลี่ยนไป สงสัยมีเหตุผลการเมือง<br />
<br />
ฟังแล้วก็เหนื่อย ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรกับ คนไม่รู้สถานการณ์แต่ละช่วงเวลา รู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ สุก ๆ ดิบ ๆ และไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้<br />
<br />
"ต้มยำกุ้ง" เมื่อระหว่างปี 2540-2544 กับปัจจุบัน สถานการณ์มันไม่เหมือนกัน มันกลับตาลปัตร ก่อนปี 2540 เราไปกำหนดดอกเบี้ยเอาไว้ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินดอลลาร์ ดอกเบี้ยเงินดอลลาร์มันไม่ได้คงที่ตายตัว เงินที่ไหลออกหมดเราทำมาหาได้เท่าไหร่ก็ออกไปกินดอกเบี้ยสูง ๆ นอกประเทศ เงินในประเทศจึงเหลือน้อย สภาพคล่องไม่มี ดอกเบี้ยต่ำก็จริงแต่ไม่มีใครกู้ การลงทุนก็ไม่เกิด การจ้างงานก็ไม่มี การบริโภคในเมืองก็หด เพราะความต้องการไม่มี การค้าระหว่างประเทศก็ซบเซา<br />
<br />
หลังจากนั้นมาดุลบัญชีเดินสะพัดก็เกินดุลมาตลอด เหตุการณ์ขณะนี้กลับกันกับเมื่อหลังปี 2540 กล่าวคือ อเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ทยอยกันลดอัตราดอกเบี้ยลงเรื่อย ๆ มิหนำซ้ำก็เพิ่มปริมาณเงินดอลลาร์ เงินเยน เงินยูโรเป็นจำนวนมาก เรากลับตรึงดอกเบี้ยไว้สูง เงินก็ไหลเข้าจากการเกินดุลเพิ่มขึ้น ๆ เงินก็แข็งขึ้น ๆ ทำให้ผู้ส่งออกเดือดร้อน เกษตรกรได้ราคาต่ำลง โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรก็ต้องขาดทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น แถมราคาสินค้าเกษตรเราในต่างประเทศก็แพงเกินเหตุ<br />
<br />
อุตสาหกรรมรายย่อยที่ผลิตวัตถุดิบ ชิ้นส่วนส่งโรงงานใหญ่ก็เดือดร้อน เพราะโรงงานใหญ่ก็สั่งวัตถุดิบชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ราคาถูกกว่าชิ้นส่วนวัตถุดิบในประเทศ เดือดร้อนกันไปหมด<br />
<br />
ความคิดและจุดยืนทางเศรษฐศาสตร์ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เหตุการณ์ของโลกมันเปลี่ยนไป นโยบายการเงินก็ต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่อย่างที่ถูกต่อว่า<br />
<br />
สังคมไทยเป็นสังคมเปิด เสรีภาพในเรื่องความคิดความเห็นเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องสำคัญ ต้องอย่าหยุดคิด การเปลี่ยนแปลงล้วนมีเหตุปัจจัย ตามหลัก "อนิจจัง" เราอย่าหยุดอยู่กับที่<br />
<br />
ตรรกะนั้นไม่เปลี่ยน ไม่มีอะไรแอบแฝง อธิบายได้<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazFOVGN4TkE9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[บกับการขาดทุนจนต้องปิดตัวเองลงเกือบหมด มีคนเคยเปรียบเทียบความเสียหายครั้งนี้เทียบเท่ากับการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 เมืองถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง<br />
<br />
เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก การนำเข้าลดลงอย่างฮวบฮาบ ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมและบริการพังพินาศราบเรียบ เหลือแต่ภาคเกษตรกรรมเท่านั้นที่ยังยืนยงคงอยู่ได้ แถมขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะค่าเงินที่ตกต่ำลงทำให้สินค้าภาคเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากการเกษตรสาม&#8203;ารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัวแรงงานที่ถูก"ลอยแพ"จากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการหลั่งไหลกลับบ้านไปสู่ภาคเกษตรอีกครั้งหนึ่ง<br />
<br />
<br />
<br />
ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งเคยขาดดุลถึง8เปอร์เซ็นต์ก่อนวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง&#8203;กลับมาเกินดุลถึง 8 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลาอันสั้น คือประมาณ 12 เดือนหลังจากนั้นทางการพยายามแก้ไขโดยการลดอัตราดอกเบี้ยลงจนต่ำติดดิน เพื่อหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การณ์กลับมิได้เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ แทนที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินที่ได้จากการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดกลับไหลออก<br />
<br />
เข้ามาเท่าไหร่ก็ไหลออกหมด เพราะดอกเบี้ยข้างนอกสูงกว่าดอกเบี้ยข้างในมีเรื่องเรียกร้องให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยให&#8203;้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยข้างนอกทางการก็ไม่ฟังเคยเปรียบเทียบว่า"เงิน" ก็เหมือน "น้ำ" น้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำ เงินไหลจากที่มีผลตอบแทนต่ำไปยังที่ให้ผลตอบแทนสูง ตนเป็น "นายประตูน้ำ" น้ำไหลออกแทนที่จะตำหนิตัวเอง กลับไปต่อว่าด่าทอ "น้ำ" ค่าเงินก็แข็งค่าขึ้น ไม่มีเสถียรภาพจนเริ่มกระทบต่อการส่งออกอีกครั้งหนึ่ง ทางการที่กำหนดนโยบายการเงินก็ไม่ฟัง ไม่มีใครสนใจลงทุนที่นี่ ไปลงทุนต่างประเทศดีกว่า ผลตอบแทนสูงกว่า สภาพคล่องในประเทศแห้งผาก<br />
<br />
การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในปี 2544 จากรัฐบาลประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาลไทยรักไทยจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัว<br />
<br />
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการคนใหม่จึงประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นขั้นเป็นตอน เงินจึงหยุดไหลออก สภาพในตลาดการเงินจึงฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง และอีกปีต่อมาคือปี 2545 เศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นตัว ดุลบัญชีเดินสะพัดก็ยังเกินดุลมาเรื่อย ๆ เพราะเราลงทุนต่ำกว่าเงินออมที่เราทำมาขายได้ด้วยลำแข้งเราเอง ไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศ ค่าเงินบาทก็แข็งตัวเรื่อย ๆ มา สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ส่งออกและเกษตรกรเป็นระยะมาเรื่อย ๆ ผู้ส่งออกและเกษตรกรก็ต้องปรับตัวเรื่อยมา<br />
<br />
มาบัดนี้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ลดอัตราดอกเบี้ยของตนลงจนใกล้ศูนย์ เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้น จึงเพิ่มปริมาณเงินขึ้นมาจำนวนมหาศาล เงินก็หลั่งไหลมาหาที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า จีนนั้นยังไม่เปิดเสรีทางการเงิน ประเทศบางประเทศก็ไม่น่าลงทุน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แม้แต่มาเลเซียที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า ก็เหลือแต่ไทย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนฮ่องกงก็มีระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ตรึงไว้กับดอลลาร์สหรัฐ<br />
<br />
ก็เหลือไทยเราที่พื้นฐานดีกว่าคนอื่นขณะเดียวกันทางการก็กำหนดอัตราดอกเบี้ยทางการไว&#8203;้ที่2.75เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดอกเบี้ยดอลลาร์สหรัฐ เยน และยูโร มีอัตราดอกเบี้ยต่ำแค่ 0.0 ถึง 0.25 เปอร์เซ็นต์ เงินก็ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ค่าเงินบาทจึงแข็งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนบัดนี้<br />
<br />
เมื่อค่าเงินแข็งขึ้น ทางการก็ออกมาเอาเงินบาทซื้อดอลลาร์ไปเก็บ พร้อม ๆ กับออกพันธบัตรดอกเบี้ยแพงตามที่ตนกำหนด เอาดอลลาร์และเงินอื่น ๆ เช่น เยนและยูโร เข้ามาเก็บเป็นทุนสำรองซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำ ก็เกิดการขาดทุนมโหฬาร เรื่องมันก็ง่าย ๆ อย่างนี้<br />
<br />
ที่อ้างว่ากลัวเงินจะเฟ้อถ้าลดดอกเบี้ยลงเพราะค่าเงินบาทจะไม่แข็ง อย่างนี้ก็อาจจะจริงอยู่บ้าง แต่ทางการก็ไม่ต้องการให้เงินบาทแข็งเกินไปไม่ใช่หรือ จึงออกมาแทรกแซงตลาดจนขาดทุนมากมายอย่างนี้ ส่วนเงินเฟ้อนั้นมันไปกับอัตราเงินเฟ้อของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันที่คิดเป็นเงินบาทเป็นหลัก<br />
<br />
มีสื่อมวลชนบางคนออกมาโจมตี หรือมาถามตรง ๆ ต่อหน้าว่า เมื่อก่อนปี 2544 เห็นพูดดัง ๆ ว่าให้ทางการขึ้นดอกเบี้ย แล้วทำไมผ่านมา 10 ปีจึงกลายมาเป็นคนบ้าเลือดมาตะโกนให้ลดดอกเบี้ย จะเอาอย่างไรแน่ ถ้าเมื่อ 10 ปีก่อนถูก เที่ยวนี้ก็ต้องผิด ที่เคยเชื่อถือก็เชื่อถือไม่ได้แล้ว เพราะดูจะเปลี่ยนไป สงสัยมีเหตุผลการเมือง<br />
<br />
ฟังแล้วก็เหนื่อย ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรกับ คนไม่รู้สถานการณ์แต่ละช่วงเวลา รู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ สุก ๆ ดิบ ๆ และไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้<br />
<br />
"ต้มยำกุ้ง" เมื่อระหว่างปี 2540-2544 กับปัจจุบัน สถานการณ์มันไม่เหมือนกัน มันกลับตาลปัตร ก่อนปี 2540 เราไปกำหนดดอกเบี้ยเอาไว้ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินดอลลาร์ ดอกเบี้ยเงินดอลลาร์มันไม่ได้คงที่ตายตัว เงินที่ไหลออกหมดเราทำมาหาได้เท่าไหร่ก็ออกไปกินดอกเบี้ยสูง ๆ นอกประเทศ เงินในประเทศจึงเหลือน้อย สภาพคล่องไม่มี ดอกเบี้ยต่ำก็จริงแต่ไม่มีใครกู้ การลงทุนก็ไม่เกิด การจ้างงานก็ไม่มี การบริโภคในเมืองก็หด เพราะความต้องการไม่มี การค้าระหว่างประเทศก็ซบเซา<br />
<br />
หลังจากนั้นมาดุลบัญชีเดินสะพัดก็เกินดุลมาตลอด เหตุการณ์ขณะนี้กลับกันกับเมื่อหลังปี 2540 กล่าวคือ อเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ทยอยกันลดอัตราดอกเบี้ยลงเรื่อย ๆ มิหนำซ้ำก็เพิ่มปริมาณเงินดอลลาร์ เงินเยน เงินยูโรเป็นจำนวนมาก เรากลับตรึงดอกเบี้ยไว้สูง เงินก็ไหลเข้าจากการเกินดุลเพิ่มขึ้น ๆ เงินก็แข็งขึ้น ๆ ทำให้ผู้ส่งออกเดือดร้อน เกษตรกรได้ราคาต่ำลง โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรก็ต้องขาดทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น แถมราคาสินค้าเกษตรเราในต่างประเทศก็แพงเกินเหตุ<br />
<br />
อุตสาหกรรมรายย่อยที่ผลิตวัตถุดิบ ชิ้นส่วนส่งโรงงานใหญ่ก็เดือดร้อน เพราะโรงงานใหญ่ก็สั่งวัตถุดิบชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ราคาถูกกว่าชิ้นส่วนวัตถุดิบในประเทศ เดือดร้อนกันไปหมด<br />
<br />
ความคิดและจุดยืนทางเศรษฐศาสตร์ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เหตุการณ์ของโลกมันเปลี่ยนไป นโยบายการเงินก็ต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่อย่างที่ถูกต่อว่า<br />
<br />
สังคมไทยเป็นสังคมเปิด เสรีภาพในเรื่องความคิดความเห็นเป็นเรื่องดี เป็นเรื่องสำคัญ ต้องอย่าหยุดคิด การเปลี่ยนแปลงล้วนมีเหตุปัจจัย ตามหลัก "อนิจจัง" เราอย่าหยุดอยู่กับที่<br />
<br />
ตรรกะนั้นไม่เปลี่ยน ไม่มีอะไรแอบแฝง อธิบายได้<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazFOVGN4TkE9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ออกมาแถลงพร้อมหน้ากัน3คนด้วยบรรยากาศที่เหี่ยวแห้งซังกะตาย]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13407.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:18:54 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13407.html</guid>
			<description><![CDATA[สันตะวา<br />
<br />
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด กำหนดด้วยความถูกต้องและความจริง ฉบับนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2556 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง<br />
<br />
ประเทศไทยได้โอกาสเป็นเจ้าภาพใหญ่ จัด ประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 หรือ ประชุมน้ำโลก ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ แต่น่าเสียดาย ผู้หลักผู้ใหญ่ กลับทำให้เสียบรรยากาศ ในสังคมประชาธิปไตย การประท้วง แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา และต้องรับฟัง ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ต้องศึกษาทำความเข้าใจสปีช นายกฯนารี ที่อูลานบาตอร์ให้หนัก<br />
<br />
รำลึก 3 ปี เหตุการณ์ 99 ศพ วันที่ 19 พ.ค. มวลชน คนเสื้อแดง ยังรวมพลังหนาแน่น เต็มพื้นที่ราชประสงค์ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญพูดไว้น่าฟัง การล้มตายบาดเจ็บของประชาชนจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อได้มาซึ่งประชา ธิปไตย โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้คนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน พร้อมกับจี้ รัฐบาลเพื่อไทย ต้องกล้าที่จะรื้อรัฐธรรมนูญที่เกิดจากปลายกระบอกปืน<br />
<br />
ทัศนะ ประชาธิปัตย์ ต่อมวลชนคนเสื้อแดง ถ้าไม่เปลี่ยนจะอยู่ลำบาก ล่าสุด ปลาบู่ทอง กระบอกเสียงของพรรคบอกการจัดงานที่ราชประสงค์สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ค้าขาย-คนใช้ชีวิตในย่านนั้น นอกจากจะไม่สำนึกถึงความผิดพลาดที่ทำให้เกิดความสูญเสียแล้ว ยังไม่เคารพคนตาย 99 ศพด้วย<br />
<br />
โพลก็มาหนุน ประชาชนก็ออกมาขานรับให้ประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรค วันก่อน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อม เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และ อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคตัวตั้งตัวตี ออกมาแถลงพร้อมหน้ากัน 3 คน ด้วยบรรยากาศที่เหี่ยวแห้ง ซังกะตาย หัวหน้าพรรค บอกจะสำเร็จภายใน 3 เดือน ปรามกันอยู่ในทีว่าจะปฏิรูป เป็นการภายใน ห้ามใครนำออกไปพูดข้างนอก<br />
<br />
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 12 ดอนเมือง เพื่อไทย ได้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นผอ.เลือกตั้ง ฝ่าย ประชาธิปัตย์ ยังไม่ลงตัวว่าจะให้ใครรับผิดชอบ หลัง เฉลิมชัย ศรีอ่อน ปฏิเสธไม่เอา ถ้าจะให้ดีพิสูจน์กันให้เป็นที่ประจักษ์ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าภาคกทม.จะรอช้าอยู่ไย<br />
<br />
ทำดีก็ต้องชม ช่วงนี้ ตำรวจทุกหน่วย เอาใจใส่ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น จับล็อตใหญ่ได้ถึงสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ แม้จะเกษียณราชการไปแล้ว แต่ก็มาช่วยลุยในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ถึงกับยิ้มหน้าบาน เพราะเหล่าสีกากีสามัคคีกันทำงาน <br />
สันตะวา<br />
<br />
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด กำหนดด้วยความถูกต้องและความจริง ฉบับนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2556 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง<br />
<br />
ประเทศไทยได้โอกาสเป็นเจ้าภาพใหญ่ จัด ประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 หรือ ประชุมน้ำโลก ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ แต่น่าเสียดาย ผู้หลักผู้ใหญ่ กลับทำให้เสียบรรยากาศ ในสังคมประชาธิปไตย การประท้วง แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา และต้องรับฟัง ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ต้องศึกษาทำความเข้าใจสปีช นายกฯนารี ที่อูลานบาตอร์ให้หนัก<br />
<br />
รำลึก 3 ปี เหตุการณ์ 99 ศพ วันที่ 19 พ.ค. มวลชน คนเสื้อแดง ยังรวมพลังหนาแน่น เต็มพื้นที่ราชประสงค์ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญพูดไว้น่าฟัง การล้มตายบาดเจ็บของประชาชนจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อได้มาซึ่งประชา ธิปไตย โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้คนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน พร้อมกับจี้ รัฐบาลเพื่อไทย ต้องกล้าที่จะรื้อรัฐธรรมนูญที่เกิดจากปลายกระบอกปืน<br />
<br />
ทัศนะ ประชาธิปัตย์ ต่อมวลชนคนเสื้อแดง ถ้าไม่เปลี่ยนจะอยู่ลำบาก ล่าสุด ปลาบู่ทอง กระบอกเสียงของพรรคบอกการจัดงานที่ราชประสงค์สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ค้าขาย-คนใช้ชีวิตในย่านนั้น นอกจากจะไม่สำนึกถึงความผิดพลาดที่ทำให้เกิดความสูญเสียแล้ว ยังไม่เคารพคนตาย 99 ศพด้วย<br />
<br />
โพลก็มาหนุน ประชาชนก็ออกมาขานรับให้ประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรค วันก่อน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อม เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และ อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคตัวตั้งตัวตี ออกมาแถลงพร้อมหน้ากัน 3 คน ด้วยบรรยากาศที่เหี่ยวแห้ง ซังกะตาย หัวหน้าพรรค บอกจะสำเร็จภายใน 3 เดือน ปรามกันอยู่ในทีว่าจะปฏิรูป เป็นการภายใน ห้ามใครนำออกไปพูดข้างนอก<br />
<br />
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 12 ดอนเมือง เพื่อไทย ได้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นผอ.เลือกตั้ง ฝ่าย ประชาธิปัตย์ ยังไม่ลงตัวว่าจะให้ใครรับผิดชอบ หลัง เฉลิมชัย ศรีอ่อน ปฏิเสธไม่เอา ถ้าจะให้ดีพิสูจน์กันให้เป็นที่ประจักษ์ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าภาคกทม.จะรอช้าอยู่ไย<br />
<br />
ทำดีก็ต้องชม ช่วงนี้ ตำรวจทุกหน่วย เอาใจใส่ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น จับล็อตใหญ่ได้ถึงสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ แม้จะเกษียณราชการไปแล้ว แต่ก็มาช่วยลุยในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ถึงกับยิ้มหน้าบาน เพราะเหล่าสีกากีสามัคคีกันทำงาน <br />
<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazNOamd3TVE9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[สันตะวา<br />
<br />
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด กำหนดด้วยความถูกต้องและความจริง ฉบับนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2556 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง<br />
<br />
ประเทศไทยได้โอกาสเป็นเจ้าภาพใหญ่ จัด ประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 หรือ ประชุมน้ำโลก ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ แต่น่าเสียดาย ผู้หลักผู้ใหญ่ กลับทำให้เสียบรรยากาศ ในสังคมประชาธิปไตย การประท้วง แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา และต้องรับฟัง ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ต้องศึกษาทำความเข้าใจสปีช นายกฯนารี ที่อูลานบาตอร์ให้หนัก<br />
<br />
รำลึก 3 ปี เหตุการณ์ 99 ศพ วันที่ 19 พ.ค. มวลชน คนเสื้อแดง ยังรวมพลังหนาแน่น เต็มพื้นที่ราชประสงค์ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญพูดไว้น่าฟัง การล้มตายบาดเจ็บของประชาชนจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อได้มาซึ่งประชา ธิปไตย โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้คนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน พร้อมกับจี้ รัฐบาลเพื่อไทย ต้องกล้าที่จะรื้อรัฐธรรมนูญที่เกิดจากปลายกระบอกปืน<br />
<br />
ทัศนะ ประชาธิปัตย์ ต่อมวลชนคนเสื้อแดง ถ้าไม่เปลี่ยนจะอยู่ลำบาก ล่าสุด ปลาบู่ทอง กระบอกเสียงของพรรคบอกการจัดงานที่ราชประสงค์สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ค้าขาย-คนใช้ชีวิตในย่านนั้น นอกจากจะไม่สำนึกถึงความผิดพลาดที่ทำให้เกิดความสูญเสียแล้ว ยังไม่เคารพคนตาย 99 ศพด้วย<br />
<br />
โพลก็มาหนุน ประชาชนก็ออกมาขานรับให้ประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรค วันก่อน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อม เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และ อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคตัวตั้งตัวตี ออกมาแถลงพร้อมหน้ากัน 3 คน ด้วยบรรยากาศที่เหี่ยวแห้ง ซังกะตาย หัวหน้าพรรค บอกจะสำเร็จภายใน 3 เดือน ปรามกันอยู่ในทีว่าจะปฏิรูป เป็นการภายใน ห้ามใครนำออกไปพูดข้างนอก<br />
<br />
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 12 ดอนเมือง เพื่อไทย ได้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นผอ.เลือกตั้ง ฝ่าย ประชาธิปัตย์ ยังไม่ลงตัวว่าจะให้ใครรับผิดชอบ หลัง เฉลิมชัย ศรีอ่อน ปฏิเสธไม่เอา ถ้าจะให้ดีพิสูจน์กันให้เป็นที่ประจักษ์ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าภาคกทม.จะรอช้าอยู่ไย<br />
<br />
ทำดีก็ต้องชม ช่วงนี้ ตำรวจทุกหน่วย เอาใจใส่ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น จับล็อตใหญ่ได้ถึงสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ แม้จะเกษียณราชการไปแล้ว แต่ก็มาช่วยลุยในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ถึงกับยิ้มหน้าบาน เพราะเหล่าสีกากีสามัคคีกันทำงาน <br />
สันตะวา<br />
<br />
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด กำหนดด้วยความถูกต้องและความจริง ฉบับนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2556 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง<br />
<br />
ประเทศไทยได้โอกาสเป็นเจ้าภาพใหญ่ จัด ประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 หรือ ประชุมน้ำโลก ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. ที่ จ.เชียงใหม่ แต่น่าเสียดาย ผู้หลักผู้ใหญ่ กลับทำให้เสียบรรยากาศ ในสังคมประชาธิปไตย การประท้วง แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา และต้องรับฟัง ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ต้องศึกษาทำความเข้าใจสปีช นายกฯนารี ที่อูลานบาตอร์ให้หนัก<br />
<br />
รำลึก 3 ปี เหตุการณ์ 99 ศพ วันที่ 19 พ.ค. มวลชน คนเสื้อแดง ยังรวมพลังหนาแน่น เต็มพื้นที่ราชประสงค์ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญพูดไว้น่าฟัง การล้มตายบาดเจ็บของประชาชนจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อได้มาซึ่งประชา ธิปไตย โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้คนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน พร้อมกับจี้ รัฐบาลเพื่อไทย ต้องกล้าที่จะรื้อรัฐธรรมนูญที่เกิดจากปลายกระบอกปืน<br />
<br />
ทัศนะ ประชาธิปัตย์ ต่อมวลชนคนเสื้อแดง ถ้าไม่เปลี่ยนจะอยู่ลำบาก ล่าสุด ปลาบู่ทอง กระบอกเสียงของพรรคบอกการจัดงานที่ราชประสงค์สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ค้าขาย-คนใช้ชีวิตในย่านนั้น นอกจากจะไม่สำนึกถึงความผิดพลาดที่ทำให้เกิดความสูญเสียแล้ว ยังไม่เคารพคนตาย 99 ศพด้วย<br />
<br />
โพลก็มาหนุน ประชาชนก็ออกมาขานรับให้ประชาธิปัตย์ปฏิรูปพรรค วันก่อน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อม เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และ อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคตัวตั้งตัวตี ออกมาแถลงพร้อมหน้ากัน 3 คน ด้วยบรรยากาศที่เหี่ยวแห้ง ซังกะตาย หัวหน้าพรรค บอกจะสำเร็จภายใน 3 เดือน ปรามกันอยู่ในทีว่าจะปฏิรูป เป็นการภายใน ห้ามใครนำออกไปพูดข้างนอก<br />
<br />
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 12 ดอนเมือง เพื่อไทย ได้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นผอ.เลือกตั้ง ฝ่าย ประชาธิปัตย์ ยังไม่ลงตัวว่าจะให้ใครรับผิดชอบ หลัง เฉลิมชัย ศรีอ่อน ปฏิเสธไม่เอา ถ้าจะให้ดีพิสูจน์กันให้เป็นที่ประจักษ์ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าภาคกทม.จะรอช้าอยู่ไย<br />
<br />
ทำดีก็ต้องชม ช่วงนี้ ตำรวจทุกหน่วย เอาใจใส่ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น จับล็อตใหญ่ได้ถึงสองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ แม้จะเกษียณราชการไปแล้ว แต่ก็มาช่วยลุยในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ถึงกับยิ้มหน้าบาน เพราะเหล่าสีกากีสามัคคีกันทำงาน <br />
<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazNOamd3TVE9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[6 ศพสุดท้ายใน 99 ศพ]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13406.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:18:08 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13406.html</guid>
			<description><![CDATA[วงค์ ตาวัน<br />
<br />
3ปีมาแล้ว สำหรับเหตุการณ์ 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 ที่ชาวเสื้อแดงและประชาชน ผู้สูญเสียญาติพี่น้องไปในเหตุการณ์ 99 ศพ ยังคงรวมตัวกันชุมนุมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ต่อไป<br />
<br />
<br />
<br />
เพราะคนตายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม คนสั่งการจนมีคนตายนับร้อยกลางเมือง ยังไม่ยอมรับผิด<br />
<br />
<br />
<br />
รวมทั้งการใส่ร้ายคนตายยังมีอยู่!<br />
<br />
<br />
<br />
โดยเฉพาะการอ้างชายชุดดำ<br />
<br />
<br />
<br />
ผ่านมาแล้ว 3 ปี การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าไปเรื่อย<br />
<br />
<br />
<br />
ศาลมีคำสั่งผลการไต่สวนแล้ว 5 ราย ตายด้วยกระสุนปืนเจ้าหน้าที่รัฐตามคำสั่งศอฉ.<br />
<br />
<br />
<br />
ยังไม่มีศพไหนแม้แต่รายเดียว ที่บอกว่าเสื้อดำเป็น คนฆ่า <br />
<br />
<br />
<br />
แม้แต่ฝ่ายศอฉ.เองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ชายชุดดำที่ป่าวร้องนั้นเป็นใครมาจากไหน <br />
<br />
<br />
<br />
เห็นกันแค่วับๆ แวมๆ<br />
<br />
<br />
<br />
ขณะที่สูตรสำเร็จของเผด็จการทั่วโลกเวลาปราบ ม็อบผิดพลาด ล้วนปั้นมือที่สามมาเป็นแพะ<br />
<br />
<br />
<br />
มีกรณี 6 ศพวัดปทุมวนาราม ที่ถือได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ถูกสังหารชุดสุดท้าย ลงมือกันหลัง 6 โมงเย็นของวันที่ 19 พ.ค. 2553 ไปจนถึงเกือบสว่าง<br />
<br />
<br />
<br />
ทั้งที่ไม่มีการต่อสู้ของม็อบเสื้อแดงอีกแล้ว แต่เมื่อ เกิดการสังหารหมู่ในเขตอภัยทานอีก ศอฉ.ก็โยนไป ที่ชายชุดดำ<br />
<br />
<br />
<br />
หลังเกิดเหตุ สื่อมวลชนคุยกับคนในเหตุการณ์คืนนั้น คนเป็นพันไม่มีใครแม้แต่คนเดียวเห็นชายชุดดำ<br />
<br />
<br />
<br />
ทุกคนเห็นเต็มตาว่าเจ้าหน้าที่บนรางรถไฟฟ้าที่เล็ง ยิงใส่ สลับกับชุดเขียวอีกทีมที่วิ่งเข้ามายิงบนพื้นราบ<br />
<br />
<br />
<br />
หลักฐานสำคัญชิ้นแรก คือ วิดีโอที่ตำรวจบันทึกเอาไว้บนตึกสูง หลังแนวรถไฟฟ้า ที่ฝ่ายศอฉ.ก็คาดไม่ถึง<br />
<br />
<br />
<br />
เห็นชัดว่าชายชุดเขียวสติ๊กเกอร์ชมพูที่หมวกเหล็ก ระดมยิงเข้าไป<br />
<br />
<br />
<br />
สายตาตำรวจชุดนี้ไปเบิกความในศาลยังอธิบายว่า ยิงลงไปในวัดอย่างเดียว ไม่มีการหลบหรือก้มเงยเลย!?!<br />
<br />
<br />
<br />
แปลว่ายิงสบายๆ ไม่มีใครยิงต่อสู้<br />
<br />
<br />
<br />
การตรวจบนรางรถไฟฟ้าและบนพื้นหน้าวัดของ ดีเอสไอก็ชัดเจนว่า ยิงจากบนลงล่างฝ่ายเดียว<br />
<br />
<br />
<br />
เช่นเดียวกับกองพิสูจน์หลักฐานก็เพิ่งเบิกความว่า มีแต่การยิงจากข้างบนลงมา ทุกศพไม่มีเขม่าดินปืนในมือ<br />
<br />
<br />
<br />
คดีนี้อีกไม่นานจะรู้ผล<br />
<br />
<br />
<br />
จะได้รู้กันว่าใครสั่งฆ่าคนมือเปล่าในวัด! <br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazNOall3TWc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[วงค์ ตาวัน<br />
<br />
3ปีมาแล้ว สำหรับเหตุการณ์ 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 ที่ชาวเสื้อแดงและประชาชน ผู้สูญเสียญาติพี่น้องไปในเหตุการณ์ 99 ศพ ยังคงรวมตัวกันชุมนุมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ต่อไป<br />
<br />
<br />
<br />
เพราะคนตายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม คนสั่งการจนมีคนตายนับร้อยกลางเมือง ยังไม่ยอมรับผิด<br />
<br />
<br />
<br />
รวมทั้งการใส่ร้ายคนตายยังมีอยู่!<br />
<br />
<br />
<br />
โดยเฉพาะการอ้างชายชุดดำ<br />
<br />
<br />
<br />
ผ่านมาแล้ว 3 ปี การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าไปเรื่อย<br />
<br />
<br />
<br />
ศาลมีคำสั่งผลการไต่สวนแล้ว 5 ราย ตายด้วยกระสุนปืนเจ้าหน้าที่รัฐตามคำสั่งศอฉ.<br />
<br />
<br />
<br />
ยังไม่มีศพไหนแม้แต่รายเดียว ที่บอกว่าเสื้อดำเป็น คนฆ่า <br />
<br />
<br />
<br />
แม้แต่ฝ่ายศอฉ.เองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ชายชุดดำที่ป่าวร้องนั้นเป็นใครมาจากไหน <br />
<br />
<br />
<br />
เห็นกันแค่วับๆ แวมๆ<br />
<br />
<br />
<br />
ขณะที่สูตรสำเร็จของเผด็จการทั่วโลกเวลาปราบ ม็อบผิดพลาด ล้วนปั้นมือที่สามมาเป็นแพะ<br />
<br />
<br />
<br />
มีกรณี 6 ศพวัดปทุมวนาราม ที่ถือได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ถูกสังหารชุดสุดท้าย ลงมือกันหลัง 6 โมงเย็นของวันที่ 19 พ.ค. 2553 ไปจนถึงเกือบสว่าง<br />
<br />
<br />
<br />
ทั้งที่ไม่มีการต่อสู้ของม็อบเสื้อแดงอีกแล้ว แต่เมื่อ เกิดการสังหารหมู่ในเขตอภัยทานอีก ศอฉ.ก็โยนไป ที่ชายชุดดำ<br />
<br />
<br />
<br />
หลังเกิดเหตุ สื่อมวลชนคุยกับคนในเหตุการณ์คืนนั้น คนเป็นพันไม่มีใครแม้แต่คนเดียวเห็นชายชุดดำ<br />
<br />
<br />
<br />
ทุกคนเห็นเต็มตาว่าเจ้าหน้าที่บนรางรถไฟฟ้าที่เล็ง ยิงใส่ สลับกับชุดเขียวอีกทีมที่วิ่งเข้ามายิงบนพื้นราบ<br />
<br />
<br />
<br />
หลักฐานสำคัญชิ้นแรก คือ วิดีโอที่ตำรวจบันทึกเอาไว้บนตึกสูง หลังแนวรถไฟฟ้า ที่ฝ่ายศอฉ.ก็คาดไม่ถึง<br />
<br />
<br />
<br />
เห็นชัดว่าชายชุดเขียวสติ๊กเกอร์ชมพูที่หมวกเหล็ก ระดมยิงเข้าไป<br />
<br />
<br />
<br />
สายตาตำรวจชุดนี้ไปเบิกความในศาลยังอธิบายว่า ยิงลงไปในวัดอย่างเดียว ไม่มีการหลบหรือก้มเงยเลย!?!<br />
<br />
<br />
<br />
แปลว่ายิงสบายๆ ไม่มีใครยิงต่อสู้<br />
<br />
<br />
<br />
การตรวจบนรางรถไฟฟ้าและบนพื้นหน้าวัดของ ดีเอสไอก็ชัดเจนว่า ยิงจากบนลงล่างฝ่ายเดียว<br />
<br />
<br />
<br />
เช่นเดียวกับกองพิสูจน์หลักฐานก็เพิ่งเบิกความว่า มีแต่การยิงจากข้างบนลงมา ทุกศพไม่มีเขม่าดินปืนในมือ<br />
<br />
<br />
<br />
คดีนี้อีกไม่นานจะรู้ผล<br />
<br />
<br />
<br />
จะได้รู้กันว่าใครสั่งฆ่าคนมือเปล่าในวัด! <br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazNOall3TWc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[เป้าหมาย รอคอย ของ ม็อบ สนามหลวง รอคอย ปัจจัยใด]]></title>
			<link>http://www.redudd.com/thread-13405.html</link>
			<pubDate>Mon, 20 May 2013 06:17:27 +0000</pubDate>
			<guid isPermaLink="false">http://www.redudd.com/thread-13405.html</guid>
			<description><![CDATA[นับแต่มีการชุมนุมมวลชนตั้งแต่ก่อนหน้าสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 เป็นต้นมา การชุมนุมที่นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ โดยการยึดครองท้องสนามหลวง<br />
<br />
 น่าสงสัย น่างุนงงมากที่สุด<br />
<br />
 คำประกาศที่ว่า การชุมนุมจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยอมลาออกถือว่าเป็นคำประกาศที่ยากจะมีจุดยุติ<br />
<br />
 เพราะรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554<br />
<br />
 หากนับตามวาระที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจนถึงเดือนกรกฎาคม&#8203; 2558<br />
<br />
 และตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องอะไรที่รัฐบาลจะต้องไป<br />
<br />
 แม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยุบสภาในเร็วๆ นี้ ก็ยังมองไม่เห็นวี่แววอะไรว่าจะต้องเป็นไปเช่นนั้น<br />
<br />
 เว้นก็แต่ที่ �สนามหลวง�<br />
<br />
 ปัญหาของการชุมนุม ณ บริเวณท้องสนามหลวงมิได้อยู่ที่ข้อเรียกร้องค่อนข้างเลื่อนลอยและไร้รากฐานรองรับประ&#8203;การเดียว<br />
<br />
 หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ จำนวนคน<br />
<br />
 ที่ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ยืนยันว่ามวลชนของพวกเขามีโดยพื้นฐาน 40,000 จึงไม่สามารถอยู่ที่สนามไชย ไม่สามารถอยู่ที่สวนสราญรมย์ได้<br />
<br />
 หากใครผ่านสนามหลวงก็รู้ว่า �เหลือเชื่อ�<br />
<br />
 อย่าว่าแต่จำนวน 40,000 เป็นเรื่องเหลือเชื่อประเภท บีลีฟ อิท ออร์ น้อท เลยแม้กระทั่งเรือนพันก็ยากที่จะเป็นไปได้เพราะที่เห็นและเป็นอยู่จากจำนวนเนื้อผ้าอ&#8203;าภรณ์ที่ตากอยู่บริเวณท้องสนามหลวงก็เสมอเป็นเพียงเรือนร้อย<br />
<br />
 ทั้งยังเป็นเรือนร้อยต้นๆ<br />
<br />
 ข้อน่าเป็นห่วงก็คือ ยิ่งการชุมนุมยืดเยื้อยาวนาน แทนที่ผู้ชุมนุมจะเข้าปะทะและขัดแย้งกับรัฐบาลตรงกันข้าม กลับต้องปะทะขัดแย้งกับกทม.<br />
<br />
 กทม.ในยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร<br />
<br />
 เพราะว่าเป็น กทม.ที่ไม่ยอมเปิดพื้นที่ท้องสนามหลวงให้เป็นพื้นที่ทางการเมือง มีคำสั่งห้ามการชุมนุมในบริเวณท้องสนามหลวงอย่างเด็ดขาด<br />
<br />
 แต่น่าสงสัยที่ม็อบอยู่มาได้เกือบ 1 เดือนแล้ว<br />
<br />
 คุณปการของม็อบ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ หากจะได้รับการยอมรับนับถือก็ตรงที่เท่ากับเป็นฝ่ายเปิดบริสุทธิ์ทางการเมืองให้กับท&#8203;้องสนามหลวงอีกวาระหนึ่ง<br />
<br />
 อันเท่ากับดับเครื่องชนกทม.<br />
<br />
 ยิ่งม็อบอันนำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ปักหลักอยู่ในท้องสนามหลวงนานเท่าใดยิ่งน่าสงสัย<br />
<br />
 น่าสงสัยว่าเป็นการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล หรือเป็นการชุมนุมเพื่อรอคอยประเด็น รอคอยความร้อนแรงทางการเมืองในลักษณะสะสมจากกลุ่มอื่น ฝ่ายอื่น<br />
<br />
 ฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazNOalF5TXc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[นับแต่มีการชุมนุมมวลชนตั้งแต่ก่อนหน้าสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 เป็นต้นมา การชุมนุมที่นำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ โดยการยึดครองท้องสนามหลวง<br />
<br />
 น่าสงสัย น่างุนงงมากที่สุด<br />
<br />
 คำประกาศที่ว่า การชุมนุมจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยอมลาออกถือว่าเป็นคำประกาศที่ยากจะมีจุดยุติ<br />
<br />
 เพราะรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554<br />
<br />
 หากนับตามวาระที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจนถึงเดือนกรกฎาคม&#8203; 2558<br />
<br />
 และตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องอะไรที่รัฐบาลจะต้องไป<br />
<br />
 แม้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยุบสภาในเร็วๆ นี้ ก็ยังมองไม่เห็นวี่แววอะไรว่าจะต้องเป็นไปเช่นนั้น<br />
<br />
 เว้นก็แต่ที่ �สนามหลวง�<br />
<br />
 ปัญหาของการชุมนุม ณ บริเวณท้องสนามหลวงมิได้อยู่ที่ข้อเรียกร้องค่อนข้างเลื่อนลอยและไร้รากฐานรองรับประ&#8203;การเดียว<br />
<br />
 หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ จำนวนคน<br />
<br />
 ที่ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ยืนยันว่ามวลชนของพวกเขามีโดยพื้นฐาน 40,000 จึงไม่สามารถอยู่ที่สนามไชย ไม่สามารถอยู่ที่สวนสราญรมย์ได้<br />
<br />
 หากใครผ่านสนามหลวงก็รู้ว่า �เหลือเชื่อ�<br />
<br />
 อย่าว่าแต่จำนวน 40,000 เป็นเรื่องเหลือเชื่อประเภท บีลีฟ อิท ออร์ น้อท เลยแม้กระทั่งเรือนพันก็ยากที่จะเป็นไปได้เพราะที่เห็นและเป็นอยู่จากจำนวนเนื้อผ้าอ&#8203;าภรณ์ที่ตากอยู่บริเวณท้องสนามหลวงก็เสมอเป็นเพียงเรือนร้อย<br />
<br />
 ทั้งยังเป็นเรือนร้อยต้นๆ<br />
<br />
 ข้อน่าเป็นห่วงก็คือ ยิ่งการชุมนุมยืดเยื้อยาวนาน แทนที่ผู้ชุมนุมจะเข้าปะทะและขัดแย้งกับรัฐบาลตรงกันข้าม กลับต้องปะทะขัดแย้งกับกทม.<br />
<br />
 กทม.ในยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร<br />
<br />
 เพราะว่าเป็น กทม.ที่ไม่ยอมเปิดพื้นที่ท้องสนามหลวงให้เป็นพื้นที่ทางการเมือง มีคำสั่งห้ามการชุมนุมในบริเวณท้องสนามหลวงอย่างเด็ดขาด<br />
<br />
 แต่น่าสงสัยที่ม็อบอยู่มาได้เกือบ 1 เดือนแล้ว<br />
<br />
 คุณปการของม็อบ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ หากจะได้รับการยอมรับนับถือก็ตรงที่เท่ากับเป็นฝ่ายเปิดบริสุทธิ์ทางการเมืองให้กับท&#8203;้องสนามหลวงอีกวาระหนึ่ง<br />
<br />
 อันเท่ากับดับเครื่องชนกทม.<br />
<br />
 ยิ่งม็อบอันนำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ปักหลักอยู่ในท้องสนามหลวงนานเท่าใดยิ่งน่าสงสัย<br />
<br />
 น่าสงสัยว่าเป็นการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล หรือเป็นการชุมนุมเพื่อรอคอยประเด็น รอคอยความร้อนแรงทางการเมืองในลักษณะสะสมจากกลุ่มอื่น ฝ่ายอื่น<br />
<br />
 ฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร<br />
<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9EazNOalF5TXc9PQ==&amp;sectionid=" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline...sectionid=</a>]]></content:encoded>
		</item>
	</channel>
</rss>